• Tue. Sep 8th, 2026

จังหวัดไหน รวยที่สุดในไทย? อันดับ 1 สร้างมูลค่าเกือบล้านบาทต่อคน ไม่ใช่กรุงเทพฯ!

จังหวัดไหน-รวยที่สุดในไทย?-อันดับ-1-สร้างมูลค่าเกือบล้านบาทต่อคน-ไม่ใช่กรุงเทพฯ!จังหวัดไหน รวยที่สุดในไทย? อันดับ 1 สร้างมูลค่าเกือบล้านบาทต่อคน ไม่ใช่กรุงเทพฯ!

จังหวัดไหนรวยที่สุดในไทย? เปิดอันดับจังหวัดที่มีมูลค่าเศรษฐกิจต่อคนสูงที่สุดในไทย ตกคนละเกือบล้านบาท!

จังหวัดไหนมีเศรษฐกิจต่อหัวสูงที่สุดในประเทศไทย? ข้อมูลผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อคน หรือ GPP per capita ปี 2567 เผยคำตอบว่า “ระยอง” ครองอันดับหนึ่งด้วยมูลค่า 956,135 บาทต่อคนต่อปี ทิ้งห่างจังหวัดอันดับสองกว่า 350,000 บาท แต่ตัวเลขเกือบหนึ่งล้านบาทนี้ไม่ได้หมายความว่าชาวระยองทุกคนมีรายได้เดือนละเกือบ 80,000 บาท

เมื่อพูดถึง “จังหวัดรวยที่สุดในไทย” หลายคนอาจนึกถึงกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดท่องเที่ยวชื่อดัง แต่หากเปลี่ยนคำถามให้แม่นยำขึ้นว่า จังหวัดใดสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อจำนวนประชากรได้สูงที่สุด คำตอบกลับอยู่ในพื้นที่อุตสาหกรรมภาคตะวันออก

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ภาคและจังหวัด พ.ศ. 2567 จากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พบว่า ระยองยังคงเป็นจังหวัดที่มี GPP ต่อหัวสูงที่สุดในกลุ่ม 76 จังหวัด รองลงมาคือชลบุรีและฉะเชิงเทรา สะท้อนให้เห็นว่าโรงงาน อุตสาหกรรมมูลค่าสูง และระบบโลจิสติกส์มีอิทธิพลต่อตัวเลขเศรษฐกิจระดับจังหวัดอย่างมาก

GPP ต่อหัวคืออะไร ใช้วัดความรวยของจังหวัดได้อย่างไร?

GPP ย่อมาจาก Gross Provincial Product หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด หมายถึงมูลค่าสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ผลิตขึ้นภายในจังหวัดในช่วงเวลาหนึ่ง หากนำมูลค่าดังกล่าวหารด้วยจำนวนประชากร จะได้ตัวเลขผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อคน หรือ GPP per capita

ตัวเลขนี้จึงใช้เปรียบเทียบศักยภาพในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่ได้ จังหวัดที่มีโรงงานขนาดใหญ่ ท่าเรือ แหล่งพลังงาน ธุรกิจบริการ หรืออุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่สร้างรายได้สูง มักมี GPP ต่อหัวอยู่ในลำดับต้น ๆ ของประเทศ

อย่างไรก็ตาม GPP ต่อหัวไม่ใช่เงินเดือน รายได้เฉลี่ย หรือจำนวนเงินที่ประชาชนทุกคนได้รับจริง เพราะมูลค่าที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลผลิตและกำไรของบริษัท รวมถึงการใช้เครื่องจักร เงินทุน และแรงงานที่อาจเดินทางมาจากจังหวัดอื่น

เปิด 10 จังหวัดที่มีเศรษฐกิจต่อหัวสูงที่สุดในไทย ปี 2567

การจัดอันดับต่อไปนี้ใช้ข้อมูล GPP ต่อหัว ณ ราคาประจำปี โดยนับเฉพาะ 76 จังหวัด ไม่รวมกรุงเทพมหานครซึ่งมีสถานะเป็นเขตปกครองพิเศษ ตัวเลขจึงสะท้อนมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ผลิตได้ต่อประชากรหนึ่งคนในพื้นที่ ไม่ใช่รายได้ที่โอนเข้าบัญชีของประชาชน

  1. ระยอง 956,135 บาทต่อคนต่อปี
  2. ชลบุรี 601,977 บาทต่อคนต่อปี
  3. ฉะเชิงเทรา 457,059 บาทต่อคนต่อปี
  4. ภูเก็ต 439,652 บาทต่อคนต่อปี
  5. พระนครศรีอยุธยา 438,291 บาทต่อคนต่อปี
  6. สมุทรสาคร 390,952 บาทต่อคนต่อปี
  7. ปราจีนบุรี 361,645 บาทต่อคนต่อปี
  8. พังงา 332,727 บาทต่อคนต่อปี
  9. สระบุรี 328,345 บาทต่อคนต่อปี
  10. สมุทรปราการ 320,203 บาทต่อคนต่อปี

สำหรับกรุงเทพมหานคร มี GPP ต่อหัวอยู่ที่ 697,529 บาทต่อคนต่อปี หากนำมาจัดอันดับร่วมกับ 76 จังหวัด กรุงเทพมหานครจะอยู่ในอันดับ 2 รองจากระยอง และสูงกว่าชลบุรี

ทำไมระยองจึงมีเศรษฐกิจต่อหัวสูงที่สุดในประเทศไทย?

หัวใจสำคัญของเศรษฐกิจระยองคือภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 78.7 ของโครงสร้างเศรษฐกิจจังหวัด พื้นที่นี้เป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ของประเทศ ทั้งการกลั่นปิโตรเลียม ปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ ยาง พลาสติก ยานยนต์ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

ระยองยังมีพื้นที่อุตสาหกรรมมาบตาพุด ท่าเรือ และโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เม็ดเงินลงทุน โรงงาน และการส่งออกมูลค่าสูงจึงช่วยผลักดัน GPP ของจังหวัดให้สูง เมื่อหารด้วยจำนวนประชากรที่น้อยกว่ากรุงเทพฯ ตัวเลขต่อหัวจึงโดดเด่นขึ้นอีก

ข้อมูลปี 2567 ระบุว่า GPP รวมของระยองอยู่ที่ประมาณ 1.10 ล้านล้านบาท เป็นรองชลบุรีในกลุ่ม 76 จังหวัด แต่เมื่อคำนวณต่อประชากร ระยองกลับขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของประเทศอย่างชัดเจน

ชลบุรีอันดับ 2 จุดแข็งไม่ได้มีเพียงการท่องเที่ยว

ชลบุรีมี GPP ต่อหัว 601,977 บาทต่อคนต่อปี โดยมีเศรษฐกิจที่หลากหลายทั้งอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การค้า อสังหาริมทรัพย์ และโลจิสติกส์ นอกจากพัทยาซึ่งเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวแล้ว จังหวัดยังเป็นฐานผลิตรถยนต์ ชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าอุตสาหกรรมจำนวนมาก

ท่าเรือแหลมฉบังและนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งช่วยเชื่อมโยงโรงงานในภาคตะวันออกกับตลาดต่างประเทศ ชลบุรีจึงเป็นจังหวัดที่มี GPP รวมสูงที่สุดในกลุ่ม 76 จังหวัด อยู่ที่ประมาณ 1.23 ล้านล้านบาท แม้เมื่อนำมาหารด้วยจำนวนประชากรแล้วจะเป็นรองระยองก็ตาม

ฉะเชิงเทราอันดับ 3 ฐานการผลิตใหญ่ใกล้กรุงเทพฯ

ฉะเชิงเทรามี GPP ต่อหัว 457,059 บาทต่อคนต่อปี แม้หลายคนจะคุ้นเคยกับภาพของพื้นที่เกษตรกรรม แต่จังหวัดมีฐานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทั้งการผลิตยานยนต์ ชิ้นส่วน อุปกรณ์ไฟฟ้า อาหาร และเครื่องดื่ม

ทำเลของจังหวัดสามารถเชื่อมต่อกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ชลบุรี และปราจีนบุรีได้สะดวก อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ของโครงการ EEC จึงดึงดูดโรงงาน ศูนย์กระจายสินค้า และโครงการลงทุนมูลค่าสูงอย่างต่อเนื่อง

ภูเก็ตและพังงา เมืองท่องเที่ยวที่ติดอันดับเศรษฐกิจต่อหัว

ในกลุ่ม 10 อันดับแรกไม่ได้มีเฉพาะจังหวัดอุตสาหกรรมเท่านั้น ภูเก็ตอยู่อันดับ 4 ด้วย GPP ต่อหัว 439,652 บาท ส่วนพังงาอยู่อันดับ 8 ที่ 332,727 บาทต่อคนต่อปี จุดแข็งของทั้งสองจังหวัดมาจากการท่องเที่ยวที่ดึงกำลังซื้อจากนักเดินทางทั้งไทยและต่างประเทศเข้าสู่พื้นที่

รายได้จากโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง ธุรกิจทัวร์ การค้า และบริการที่เกี่ยวข้องช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง เมื่อกิจกรรมท่องเที่ยวฟื้นตัว ตัวเลข GPP ต่อหัวของจังหวัดท่องเที่ยวจึงขยับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร และปราจีนบุรี ขับเคลื่อนด้วยภาคการผลิต

พระนครศรีอยุธยาอยู่อันดับ 5 สมุทรสาครอันดับ 6 และปราจีนบุรีอันดับ 7 ทั้งสามจังหวัดมีบทบาทสำคัญในฐานะพื้นที่การผลิตของประเทศ พระนครศรีอยุธยาโดดเด่นด้านอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ขณะที่ปราจีนบุรีมีฐานโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับภาคตะวันออก

สมุทรสาครมีทั้งอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูป อาหาร เครื่องดื่ม พลาสติก โลหะ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่การผลิต แม้พื้นที่ไม่ใหญ่ แต่มีโรงงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจหนาแน่น จึงสร้างมูลค่าต่อประชากรได้สูง

สระบุรีและสมุทรปราการ ทำไมจึงติด 10 อันดับแรก?

สระบุรีอยู่อันดับ 9 ด้วย GPP ต่อหัว 328,345 บาท โดยมีฐานเศรษฐกิจสำคัญจากอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง อาหาร และการผลิตประเภทต่าง ๆ ทำเลที่เชื่อมภาคกลางกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังช่วยสนับสนุนธุรกิจขนส่งและคลังสินค้า

สมุทรปราการอยู่อันดับ 10 ที่ 320,203 บาทต่อคนต่อปี จังหวัดมีทั้งโรงงาน ศูนย์โลจิสติกส์ สนามบินสุวรรณภูมิ คลังสินค้า และธุรกิจบริการที่เชื่อมโยงกับกรุงเทพมหานคร จึงเป็นหนึ่งในพื้นที่เศรษฐกิจที่มีความหนาแน่นสูงที่สุดของประเทศ

GPP ต่อหัวเกือบหนึ่งล้าน แปลว่าคนระยองได้เงินเท่าไรต่อเดือน?

ไม่สามารถนำ GPP ต่อหัว 956,135 บาทมาหาร 12 แล้วสรุปว่าคนระยองมีรายได้เดือนละประมาณ 79,678 บาทได้ เพราะ GPP วัดมูลค่าการผลิตทั้งหมดในจังหวัด ไม่ใช่ค่าจ้างหรือรายได้ที่ตกถึงมือประชาชนแต่ละคน

โรงกลั่นหรือโรงงานหนึ่งแห่งอาจสร้างผลผลิตมูลค่ามหาศาลด้วยเครื่องจักรและเงินทุนจำนวนมาก แต่มูลค่าดังกล่าวไม่ได้กลายเป็นเงินเดือนของแรงงานทั้งหมด อีกทั้งแรงงานบางส่วนอาจทำงานในระยองแต่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านจังหวัดอื่น ทำให้การตีความตัวเลขต่อหัวต้องทำด้วยความระมัดระวัง

เศรษฐกิจต่อหัวสูง ไม่ได้แปลว่าคุณภาพชีวิตดีที่สุดเสมอไป

การจะประเมินว่าประชาชนในจังหวัดใดมีฐานะหรือคุณภาพชีวิตดีที่สุด ต้องดูข้อมูลอื่นประกอบ เช่น รายได้ครัวเรือน ค่าจ้าง ค่าครองชีพ หนี้สิน เงินออม สัดส่วนคนจน ความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนการเข้าถึงบริการสาธารณะ

จังหวัดที่มี GPP ต่อหัวสูงอาจยังเผชิญปัญหาค่าครองชีพสูง ความเหลื่อมล้ำ มลพิษ หรือรายได้ที่กระจุกตัวในบางอุตสาหกรรม ในทางกลับกัน จังหวัดที่มี GPP ต่อหัวไม่สูงมากอาจมีค่าครองชีพต่ำและประชาชนบางกลุ่มมีความเป็นอยู่ที่มั่นคงกว่าได้

สรุป จังหวัดที่มีเศรษฐกิจต่อหัวสูงที่สุดในไทยคือที่ไหน?

ระยองคือจังหวัดที่มีผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อหัวสูงที่สุดในประเทศไทย ปี 2567 อยู่ที่ 956,135 บาทต่อคนต่อปี ปัจจัยสำคัญมาจากอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ปิโตรเคมี พลังงาน การผลิต และการลงทุนในพื้นที่ EEC

หากรวมกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเขตปกครองพิเศษ กรุงเทพฯ จะอยู่ในอันดับ 2 ด้วยมูลค่า 697,529 บาทต่อคนต่อปี ตามด้วยชลบุรี 601,977 บาทต่อคนต่อปี แต่สิ่งสำคัญคือต้องเรียกข้อมูลนี้ว่า “เศรษฐกิจต่อหัว” ไม่ใช่ “รายได้ของประชาชน” เพราะตัวเลขทั้งสองประเภทมีความหมายต่างกันอย่างชัดเจน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/956751/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2eO1VXba4EWfwgXqco2V32