นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี แห่งการสถาปนาชมรม 9 สมาคมจีนในประเทศไทย ที่หอประชุมจือขึงตึง สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย เขตสาทร โดยมี นาย อู๋ จื้ออู่ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตจีนประจําประเทศไทย คณะกรรมการหอการค้าไทย – จีน นายกสมาคมจีน 9 สมาคม พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน เข้าร่วมงาน
นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมลงนามภาษาไทยและภาษาจีน ในสมุดเยี่ยม ก่อนร่วมถ่ายภาพกับสมาชิก 9 สมาคมจีน และกล่าวเปิดงาน โดยแสดงความยินดีกับชมรม 9 สมาคมจีน ว่า ตลอดช่วง 6 ทศวรรษที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีนเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างประเทศไทย เป็นเครือข่ายทางธุรกิจ สร้างงาน ช่วยเหลือสังคม และเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศมาโดยตลอด การที่คนไทยเชื้อสายจีนสามารถรักษาภาษา วัฒนธรรม และสายสัมพันธ์กับจีนไว้ได้อย่างแน่นแฟ้น ควบคู่กับความเป็นคนเชื้อสายจีนได้อย่างเต็มภาคภูมิ ถือเป็นจุดแข็งที่มีค่ายิ่งของประเทศไทย
นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทั้งที่นครเซี่ยงไฮ้ เฉิงตู และปักกิ่ง ซึ่งได้มีโอกาสหารือกับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และ นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ผู้นำระดับมลฑล ภาคเอกชน โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เน้นย้ำสายสัมพันธ์ด้วยคำว่า “ไทย-จีน ครอบครัวเดียวกัน” และยกให้จีนเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ไว้วางใจและพึ่งพาได้ของไทย และท่านพูดอีกคำว่าขอให้คิดว่าจีนคือเพื่อนสนิทที่ใกล้ชิดที่อาจจะมีความสัมพันธ์มากกว่าญาติ
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า การเยือนดังกล่าวได้นำไปสู่การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกันถึง 15 ฉบับ รวมถึงการเปิดสำนักงาน BOI แห่งใหม่ที่นครเฉิงตู เพื่อใช้เป็นฐานเชื่อมโยงความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีนตะวันตก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ ยานยนต์พลังงานใหม่ และพลังงานสะอาด
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ความร่วมมือนี้เป็นการเปิดประตูแบบสองด้าน โดยฝั่งหนึ่งคือการดึงดูดบริษัทจีนที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาลงทุนในไทยเพื่อยกระดับอุตสาหกรรม และอีกฝั่งคือการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปทำธุรกิจ หาพันธมิตรและโอกาสในตลาดจีน เพราะไทยไม่ได้ต้องการเป็นเพียงตลาดหรือฐานการผลิต แต่ต้องการเติบโตไปพร้อมกันในฐานะหุ้นส่วน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้ฝากชมรม 9 สมาคมจีน ในอีก 60 ปีข้างหน้า ว่าต้องการให้เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์นี้ขยายไปสู่คนรุ่นใหม่ เทคโนโลยี และโอกาสใหม่ๆ เพื่อให้เยาวชนไทยมองจีนเป็นพื้นที่แห่งโอกาสของโลก ไม่ใช่แค่พื้นที่ของบรรพบุรุษ
ขณะเดียวกันก็อยากให้คนจีนรุ่นใหม่มองไทยเป็นประเทศที่สามารถเข้ามาลงทุนและสร้างนวัตกรรมร่วมกันได้ รัฐบาลฝากคนรุ่นปัจจุบันทำให้สะพานแห่งนี่ก้าวกว่าเดิม และเพิ่มความหมายจากคำว่า จีน-ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน ไปสู่การเป็นหุ้นส่วนที่กำลังสร้างอนาคตร่วมกัน โดยอาศัยเชื้อชาติที่มาจากต้นกำเนิดเดียวกัน
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความยินดีในวาระครบรอบ 60 ปี ของชมรม 9 สมาคมจีน พร้อมกล่าวอย่างเป็นกันเอง ว่า ปีนี้ตนเองก็จะอายุครบ 60 ปี สัปดาห์หน้าก็แซยิดเช่นเดียวกัน ถ้า 60 ปี บอกว่าแก่จะไม่คิดอะไรต่อ แต่สำหรับตนเพิ่งเริ่มต้น ต้องคิดเผื่อลูกหลาน ก่อนจะอวยพรให้สมาคม สมาชิก และครอบครัวประสบแต่ความสุขความเจริญ และขอให้มิตรภาพไทย-จีน มั่นคงและเจริญรุ่งเรืองร่วมกันตลอดไป
ด้าน นาย อู๋ จื้ออู่ กล่าวย้ำความสัมพันธ์ไทย-จีน ว่า เหมือนที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวว่าจีน-ไทย ครอบครัวเดียวกัน ทั้งชาวไทยและชาวจีนได้ร่วมกันด้วยความสามัคคี และร่วมกันสร้างความเจริญก้าวหน้าไปด้วยกัน ซึ่งความสัมพันธ์ของไทยและจีนได้ถูกพัฒนาอย่างมั่นคง ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ จีนและไทยควรจับมือกันให้แน่นยิ่งขึ้น เพื่อสร้างเสถียรภาพ และจีนพร้อมให้ความร่วมมือกับไทยบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน ความจริงใจและผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทุกด้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และความผาสุกของพี่น้องทั้งสองประเทศ
โดยในช่วงท้าย นาย อู๋ จื้ออู่ ได้กล่าวอวยพรนายกรัฐมนตรี ให้มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุข และประสบความสําเร็จในภารกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/political/morning/470175&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw05vAtJ6iCCefkirUB0WYSY

