เศรษฐกิจจีนซบเซา ฉุดชาวจีนเที่ยวต่างประเทศน้อยกว่าคาด ท่ามกลางพฤติกรรมที่เน้นความคุ้มค่าและความปลอดภัยมากขึ้น ขณะที่ไทย-ญี่ปุ่นเสียแรงดึงดูด ส่วนเกาหลีใต้ ฮ่องกง และมาเก๊า รับอานิสงส์จากการเปลี่ยนทิศของนักท่องเที่ยวจีน
เศรษฐกิจจีนซบเซา ฉุดชาวจีนเที่ยวต่างประเทศน้อยกว่าคาด ท่ามกลางพฤติกรรมที่เน้นความคุ้มค่าและความปลอดภัยมากขึ้น ขณะที่ไทย-ญี่ปุ่นเสียแรงดึงดูด ส่วนเกาหลีใต้ ฮ่องกง และมาเก๊า รับอานิสงส์จากการเปลี่ยนทิศของนักท่องเที่ยวจีน
“นักท่องเที่ยวจีน” มีแนวโน้มเดินทางไปต่างประเทศในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 น้อยกว่าที่คาด หลังเศรษฐกิจภายในจีนซบเซา และทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเริ่มเลือกมากขึ้นว่า “ทริปไหนคุ้มค่าพอที่จะเดินทาง”
China Trading Desk บริษัทด้านข้อมูลการตลาดและการท่องเที่ยว ปรับลดคาดการณ์การเดินทางออกนอกประเทศของชาวจีนตลอดปี 2026 เหลือประมาณ 179 ล้านเที่ยว และคาดว่าจะมีการใช้จ่ายในประเทศปลายทางรวมประมาณ 258,000 ล้านดอลลาร์
แม้ตัวเลขดังกล่าว ยังถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 แต่ทั้งจำนวนการเดินทางและการใช้จ่ายถูกปรับลดลงเกือบ 3% จากประมาณการเมื่อเดือนมิถุนายน
สุบรามาเนีย บัตต์ หัวหน้า China Trading Desk ระบุว่า ความต้องการเดินทางของชาวจีนไม่ได้หายไป แต่ผู้บริโภคกำลังเลือกมากขึ้นว่า จะเดินทางเมื่อใดและทริปนั้นคุ้มค่าหรือไม่
สิ่งที่น่าสนใจคือ นักท่องเที่ยวจีนที่ตัดสินใจเดินทาง ยังคงรักษางบสำหรับการท่องเที่ยวไว้ในระดับใกล้เคียงเดิม โดยไม่ได้ลดงบประมาณลงมากนัก จุดอ่อนสำคัญจึงอยู่ที่ “จำนวนทริปที่ลดลง” มากกว่าการใช้จ่ายต่อทริป
แรงกดดันสำคัญมาจากปัญหาเศรษฐกิจจีน โดยเฉพาะวิกฤติภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ และขณะเดียวกัน ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังสร้างความปั่นป่วนต่อการเดินทางระยะไกล กลายเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนหันไปเลือกจุดหมายปลายทางที่อยู่ใกล้จีนมากกว่าเดิม
นอกจากเศรษฐกิจแล้ว ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความกังวลด้านความปลอดภัย กำลังเปลี่ยน “แผนที่ท่องเที่ยว” ของชาวจีนอย่างเห็นได้ชัด
“ญี่ปุ่น” ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน กำลังได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการทูตเกี่ยวกับประเด็นไต้หวัน สายการบินจีนลดจำนวนเที่ยวบินไปญี่ปุ่น ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปญี่ปุ่นในปีนี้ คาดว่าจะ “ลดลงมากกว่าครึ่ง” เหลือเพียง 4.1 ล้านคน
ขณะที่ “ประเทศไทย” กำลังสูญเสียแรงดึงดูดในสายตานักท่องเที่ยวจีน หลังข่าวเกี่ยวกับขบวนการหลอกลวงและเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวาง กระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว
ในทางกลับกัน “เกาหลีใต้” กลายเป็นผู้ชนะรายใหญ่ จากการเปลี่ยนทิศทางของนักท่องเที่ยวจีน โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายด้านช้อปปิ้งในระดับสูง รวมถึงนักท่องเที่ยวบางส่วนที่เปลี่ยนจุดหมายจากญี่ปุ่นมายังเกาหลีใต้
ปีนี้ เกาหลีใต้คาดว่าจะต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนประมาณ 7 ล้านคน สร้างรายได้เกือบ 13,000 ล้านดอลลาร์ หรือเฉลี่ยประมาณ 1,815 ดอลลาร์ต่อคน
นอกจากนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอน นักท่องเที่ยวจีนกำลังหันไปเลือกจุดหมายที่ใกล้บ้านมากขึ้น โดย “ฮ่องกง” และ “มาเก๊า” ขึ้นมาครองอันดับต้น ๆ และรวมกันมีสัดส่วนเกือบ 40% ของตลาดการเดินทางออกนอกประเทศของจีน
อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวสูงตามไปด้วยเสมอไป โดย “ฮ่องกง” คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาประมาณ 41 ล้านเที่ยวในปีนี้ แต่มีการใช้จ่ายเฉลี่ยเพียงประมาณ 310 ดอลลาร์ต่อคน
ตรงกันข้ามกับจุดหมายระยะไกลอย่าง “ฝรั่งเศส” ซึ่งคาดว่าจะได้รับนักท่องเที่ยวจีนเพียงประมาณ 2.2 ล้านเที่ยว แต่สามารถดึงดูดการใช้จ่ายได้สูงถึง 7,622 ดอลลาร์ต่อคน
แม้ถูกปรับลดคาดการณ์ แต่ China Trading Desk คาดว่า จำนวนการเดินทางต่างประเทศของชาวจีนในปีนี้ ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 7% จากปี 2025 ขณะที่การใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 1,437 ดอลลาร์ต่อทริป สะท้อนว่าการฟื้นตัวของตลาดท่องเที่ยวจีนยังไม่หยุด เพียงแต่ชะลอลง ท่ามกลางผู้บริโภคที่ระมัดระวังและเลือกจุดหมายมากกว่าเดิม
อ้างอิง: bloomberg
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1247391&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2J87045GEDSaom9STYeYAp

