• Fri. Aug 14th, 2026

แรงหนุนไทยช่วยไทยพลัสดันดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคก.ค.ปรับขึ้น

แรงหนุนไทยช่วยไทยพลัสดันดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคกค.ปรับขึ้นแรงหนุนไทยช่วยไทยพลัสดันดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคก.ค.ปรับขึ้น

แรงหนุนไทยช่วยไทยพลัสดันดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคก.ค.ปรับขึ้น

วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

     รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค(Consumer Confidence Index: CCI) เดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 51.8 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยมีปัจจัยบวกจากการที่ผู้บริโภคเริ่มคลายความกังวลต่อภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ที่เริ่มคลี่คลายลงในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกและในประเทศเริ่มปรับตัวลดลง

ในขณะเดียวกันการที่ภาครัฐเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ประกอบกับราคาพืชผลทางการเกษตรหลักที่ยังยืนอยู่ในระดับสูงกว่าปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลทางจิตวิทยาเชิงบวกและช่วยเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนในต่างจังหวัด ซึ่งเป็นผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและค่าครองชีพของประชาชนโดยรวม

โดยดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 45.3 จาก 44.1 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางาน อยู่ที่ 49.8 จาก 48.7 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 60.5 จาก 59.3 ในเดือนก่อนหน้า ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันปรับขึ้นจากระดับ 34.5 มาอยู่ที่ 35.5 และดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตปรับขึ้นจากระดับ 58.7 มาอยู่ที่ 59.9 โดยดัชนีความเชื่อมั่นฯทุกรายการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 เช่นกัน

“การที่ดัชนีทุกรายการยังเคลื่อนไหวอยู่ต่ำกว่าระดับปกติที่ 100 สะท้อนว่าผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เนื่องจากยังกังวลต่อภาวะสงครามที่ยังมีความไม่แน่นอน รวมถึงราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่ยังทรงตัวในระดับสูง ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีความเสี่ยงที่จะฟื้นตัวได้ช้าในระยะข้างหน้า และทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะประเด็นความไม่แน่นอนว่าสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านจะคลี่คลายลงอย่างถาวรหรือไม่ ซึ่งยังมีโอกาสบั่นทอนความเชื่อมั่นทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้”รศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าว

ทั้งนี้ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่าผู้บริโภคจะยังคงระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยในช่วงนี้ แต่จะเริ่มใช้จ่ายมากขึ้นในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 ปี 2569 หรือช่วงเดือนกันยายน 2569 จากแรงกระตุ้นของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”ที่ดำเนินการตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กันยายน 2569 และหากสถานการณ์สงครามคลี่คลายลงอย่างถาวร ราคาน้ำมันกลับสู่ภาวะปกติ และราคาพืชผลทางการเกษตรหลักยังยืนสูงกว่าปีที่ผ่านมา คาดว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะฟื้นตัวต่อเนื่อง และการบริโภคจะกลับมาดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 ต่อเนื่องถึงไตรมาสที่ 4 ปี 2569 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/983217&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KjSJoWw41QvCEqa31A2pV