• Tue. Aug 11th, 2026

‘พิพัฒน์’ เผย ครม.สัญจร สงขลา ถกปัญหา 5 จังหวัดภาคใต้ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ

‘พิพัฒน์’-เผย-ครม.สัญจร-สงขลา-ถกปัญหา-5-จังหวัดภาคใต้-หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ‘พิพัฒน์’ เผย ครม.สัญจร สงขลา ถกปัญหา 5 จังหวัดภาคใต้ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ

11 ส.ค.2569-  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีมีนโยบายประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่ครั้งแรกที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ช่วงวันที่ 31 ส.ค. – 1 ก.ย.นี้ โดยวันที่ 31 ส.ค. จะเป็นการลงพื้นที่ จากคำสั่งเบื้องต้นการประชุมครม.สัญจรครั้งนี้ จะเป็นเรื่องของ 5 จังหวัดภาคใต้ คือ จังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เพื่อแก้ปัญหาปากท้อง และผังเมืองที่ใช้มานาน ทั้งนี้ ตนประชุมไปเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 5 จังหวัด และภาคเอกชน เพื่อแจ้งให้เตรียมความพร้อม รวมถึงรวบรวมเอกสารนำส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และกระทรวงมหาดไทย

โดยในวันที่ 25 ส.ค.นี้ จะมีการประชุมสรุปอีกครั้งที่ทำเนียบรัฐบาล โดยให้ทั้ง 5 จังหวัดนำเสนอโครงการที่คิดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงสิ่งที่ต้องการปรับเปลี่ยน โดยเฉพาะเรื่องผังเมือง และโซนนิ่ง ที่ใช้มาระยะเวลาหนึ่งแล้ว ตรงไหนที่สมควรจะเปลี่ยนจะให้ภาคเอกชน 5 จังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดนำเสนอด้วย โดยยืนยันว่า ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องของคำว่ากรอบงบประมาณ เพราะเป็นเรื่องของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ แต่เป็นเรื่องของภาคเอกชนที่จะนำเสนอสิ่งที่อยากได้ และสิ่งที่อยากทำ

ทั้งนี้ เบื้องต้นสิ่งที่เสนอจะเป็นการส่งเสริมอาชีพ และการฟื้นเศรษฐกิจใน 5 จังหวัดภาคใต้ ว่าจะมีอาชีพเสริมอะไรบ้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพราะรายได้เฉลี่ยต่ำที่สุดของประเทศไทย ดังนั้น ในฐานะที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายตนให้กำกับดูแลพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ จึงถือโอกาสในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรครั้งนี้นำเรื่องของ 5 จังหวัดภาคใต้ มาพูดคุย และหาวิธีมาแก้ปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจปากท้องคนในพื้นที่

ส่วนจะมีการหารือเรื่องน้ำท่วมด้วยหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องของน้ำท่วมเป็นคนละส่วนกัน กรณีน้ำท่วมหาดใหญ่มีการประชุมการบริหารจัดการอุทกภัยในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทาง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. เป็นหน่วยงานหลักในการป้องกัน เพราะจะเข้าถึงฤดูน้ำ โเยเฉพาะขณะนี้ทางฝั่งอันดามันถือเป็นช่วงฤดูฝน จึงกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 14 จังหวัด ส่วนทางจังหวัดจะนำเสนออะไร ขอให้เสนอผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นมา

เมื่อถามว่า จะเห็นภาพโครงการ Missing link ชัดเจนขึ้นหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากการที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้พิจารณาเรื่องของแลนด์บริดจ์เป็นอันว่าพักหรือยกเลิกไป ส่วนการบริหารจัดการท่าเรือระนองว่าเป็นอย่างไรคงต้องศึกษากันต่อ ตนให้กระทรวงคมนาคม โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. ทำการศึกษาเพิ่มเติมว่าความเหมาะสมของท่าเรือระนอง มีความเหมาะสมในการพัฒนา และการลงทุนโดยภาครัฐหรือไม่ หากไม่เหมาะสมจะใช้พื้นที่ไหน ให้สนข.ไปสำรวจอีกครั้ง

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ตนคงต้องหารือกับผู้ประท้วงเรื่องของแลนด์บริดจ์ ซึ่งเมีการเซ็นต์เอ็มโอยูว่าจะไม่มีฟื้นคำว่าแลนด์บริดจ์ เมื่อนายเอกนิติยกเลิกคำว่าแลนด์บริดจ์ไปแล้วมันก็จบ แต่การสร้างท่าเรือฝั่งอันดามัน เป็นความสำคัญ และเป็นโอกาสของประเทศไทย ส่วนจะเลือกสร้างท่าเรือที่ไหนในชายฝั่งอันดามัน ต้องดูถึงความเหมาะสมไล่ตั้งแต่จังหวัดสตูล กระบี่ ภูเก็ต พังงา และระนอง แต่สิ่งที่น่าจะเป็นเป็นไปไม่ได้เลยคือจังหวัดภูเก็ต เพราะเป็นเกาะกลางทะเล คงไม่มีความเหมาะสมสำหรับการสร้างท่าเรือสำหรับการขนส่งสินค้า แต่ท่าเรือสำหรับการท่องเที่ยวเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะท่าเรือสำหรับการขนส่ง หรือ Missing link จะต้องเชื่อมโยงให้ได้กับการขนส่งระบบราง

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับการขนส่งระบบรางขณะนี้รถไฟทางคู่ทางใต้มาถึงชุมพรแล้ว คงจะมีการนำเสนอที่ประชุมครม.สัญจร โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. จะนำเสนอให้มีการสร้างต่อตั้งแต่ชุมพร–สุราษฎร์ธานี, สุราษฎร์ธานี–หาดใหญ่ และหาดใหญ่–ชายแดนมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่จะเสนอให้ที่ประชุม ครม.สัญจร พิจารณา โดยจะพยายามเร่งรัดการดำเนินงานให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว.

ส่วนโครงการ Missing Link นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งผลักดัน และเดินหน้าโครงการให้ได้ เพื่อให้โครงข่ายระบบรางสามารถเชื่อมโยงการเดินทาง และการขนส่งได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ข้อเสนอเรื่องการพัฒนาเส้นทางรถไฟเพื่อเชื่อมโยงไปยังพื้นที่ฝั่งอันดามัน เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ รฟท. อยู่ระหว่างการศึกษา โดยจะต้องรอผลการศึกษาก่อนว่าจะสามารถดำเนินการในรูปแบบใด และมีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด

ส่วนกังวลหรือไม่ม็อบยกระดับ EEC และ SEC ด้วยหากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจว่าตอนนี้ม็อบมาทำไม เพราะ EEC จบไปตั้งนานแล้ว ตั้งแต่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ส่วน SEC นายเอกนิติก็ประกาศยกเลิกไปแล้ว จึงไม่เข้าใจว่าผู้ประท้วงต้องการอะไรถ้าต้องการอะไรให้มาคุยกับตนโดยตรงก็ได้ ขอฝากผู้ที่มาประท้วงถึงวัตถุประสงค์ว่าต้องการอะไร ปัญหาคืออะไร คำว่า SEC จบไปแล้วจะมาฟื้นฝอยเพื่ออะไร ตนขอพูดอย่างตรงไปตรงมา เพราะ SEC กับ Missing link เป็นคนละเรื่องกัน โดยที่เรื่อง Missing ink ยังเป็นการหารือร่วมกัน จึงอยากให้ผู้ประท้วงมาพูดคุยกันอย่าประท้วง เพราะจะเสียเวลาทุกฝ่าย ต่างคนต่างมีภารกิจต้องดำเนินการต่อ อะไรที่ไม่เข้าใจต้องคุยกัน ไม่ใช่เอากฎหมู่มาประท้วง และจะทำอะไรก็ไม่แจ้งให้ชัดเจน มีอะไรทำจดหมายถึงตนได้ ตนพร้อมรับ และพูดคุยตลอดเวลา สะดวกที่สุดก็ไปที่กระทรวงคมนาคม อย่ามาอยู่แถวหน้าทำเนียบรัฐบาล เพราะทำเนียบรัฐบาลเป็นหน้าตาของประเทศไทย

เพิ่มเพื่อน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/1048023/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2r30fA6kWYw8JcLarijd-B