
เมืองทองธานีขึ้นแท่นเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ดันเศรษฐกิจ-คุณภาพชีวิต
เมืองทองธานีเดินหน้าสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ หลังสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ประกาศรับรองโครงการ “เมืองทองธานี เมืองอัจฉริยะมีชีวิต” ให้เป็น “เขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ” อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569
สะท้อนทิศทางการพัฒนาเมืองที่นำเทคโนโลยี นวัตกรรมดิจิทัล และแนวคิดการบริหารจัดการเมืองอย่างยั่งยืนมาใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่
นายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการเมืองทองธานี เมืองอัจฉริยะมีชีวิต กล่าวว่า
เมืองทองธานีถูกพัฒนาภายใต้แนวคิดพื้นที่ที่สามารถรองรับการทำงาน การอยู่อาศัย และการใช้ชีวิตได้ในพื้นที่เดียวกัน
โดยปัจจุบันมีทั้งสำนักงาน ที่อยู่อาศัย ร้านค้า ร้านอาหาร สถานศึกษา โรงแรม รวมถึงศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม
ทิศทางการพัฒนาหลังจากนี้จะมุ่งยกระดับประสบการณ์ของผู้ที่เข้ามาใช้พื้นที่ ตั้งแต่การเดินทาง การทำงาน การจับจ่ายใช้สอย ไปจนถึงการพักผ่อน ให้มีความสะดวก ปลอดภัย และเชื่อมต่อกันมากขึ้น
ภายใต้แนวคิด “Live-Work-Play-Learn” เพื่อพัฒนาเมืองให้เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่ น่าเที่ยว และน่าลงทุน
สำหรับการได้รับการรับรองจาก depa ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังเมืองทองธานีได้ยื่นข้อเสนอโครงการต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะเมื่อเดือนเมษายน 2569 ก่อนผ่านกระบวนการพิจารณาและได้รับการประกาศรับรองในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
เมือง 4,000 ไร่ รองรับคนกว่า 300,000 คน
โครงการ “เมืองทองธานี เมืองอัจฉริยะมีชีวิต” ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4,000 ไร่ มีลักษณะเป็นเมืองแบบผสมผสานที่รวมการใช้ประโยชน์ที่ดินหลายรูปแบบ ทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม สำนักงาน สถานศึกษา หน่วยงานราชการ และศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม
ปัจจุบันพื้นที่มีประชากรกว่า 300,000 คน ขณะที่มีผู้เดินทางเข้ามาเยือนมากกว่า 5.4 ล้านคนต่อปี โดยส่วนหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมงานแสดงสินค้า การประชุม และกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นภายในศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี
ขนาดของพื้นที่และจำนวนผู้ใช้งานทำให้การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการเมืองมีบทบาทมากขึ้น ทั้งด้านการเดินทาง พลังงาน สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และการให้บริการประชาชนและผู้มาเยือน
เดินหน้า 30 โครงการ ครบ 7 มิติเมืองอัจฉริยะ
ภายใต้โครงการเมืองทองธานี เมืองอัจฉริยะมีชีวิต มีแผนพัฒนา 30 โครงการ ครอบคลุมกรอบตัวชี้วัดเมืองอัจฉริยะของ depa ทั้ง 7 มิติ ได้แก่
สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) มุ่งจัดการขยะ อาคารสีเขียว การก่อสร้างสีเขียว และการจัดงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) พัฒนาระบบบริหารจัดการพลังงาน รวมถึงการบริหารจัดการระบบทำความเย็นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ (Smart Governance) นำระบบดิจิทัลมาใช้ในการให้บริการ เช่น ระบบใบกำกับภาษีและใบรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Tax Service) แอปพลิเคชัน Smarty และบริการดูแลผู้พักอาศัยในชุมชน
การเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) พัฒนาระบบบริหารจัดการที่จอดรถอัจฉริยะ และระบบจัดการจราจรอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางภายในพื้นที่
พลเมืองอัจฉริยะ (Smart People) ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงการพัฒนาพื้นที่และกิจกรรมที่สนับสนุนผู้คนและความคิดสร้างสรรค์
การดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เสาไฟอัจฉริยะ และระบบติดตามคุณภาพอากาศ เพื่อสนับสนุนความปลอดภัยและคุณภาพชีวิต
เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจดิจิทัล เช่น สังคมไร้เงินสด การสนับสนุนร้านค้าและสินค้าท้องถิ่น สินค้า GI รวมถึงการจ้างงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE)
นายพอลล์ กล่าวว่า เมืองทองธานีในปัจจุบันไม่ได้จำกัดบทบาทอยู่เพียงการเป็นพื้นที่จัดแสดงสินค้า คอนเสิร์ต หรือการประชุมระดับนานาชาติ
แต่กำลังพัฒนาไปสู่ศูนย์กลางการใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงการทำงาน การอยู่อาศัย ความบันเทิง การเรียนรู้ และโอกาสทางธุรกิจไว้ในพื้นที่เดียวกัน
การได้รับสถานะเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะจึงเป็นอีกก้าวของการพัฒนาเมืองทองธานี โดยมีเป้าหมายให้เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเมืองที่ตอบโจทย์ผู้คน ชุมชน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะยาว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/746702&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QJaDunhKB4epCwOMHxPcQ

