พิษณุโลก ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจภาคเหนือไตรมาส 2 ปี 2569 พบภาพรวมชะลอตัวจากแรงกดดันของค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อการบริโภค การท่องเที่ยว การลงทุน รวมถึงภาคเกษตรและตลาดแรงงาน อย่างไรก็ตาม คาดว่าเศรษฐกิจในไตรมาส 3 จะทยอยฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและราคาพลังงานที่เริ่มผ่อนคลาย แต่คาดไตรมาส 3 เริ่มฟื้น
(5 ส.ค. 69) ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ จัดแถลงข่าวสัญจรภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคเหนือ ไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ที่จังหวัดพิษณุโลก โดยนายณัฐ ลุมพิกานนท์ ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ พร้อมด้วยผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังข้อมูล
ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ โดยได้รับแรงหนุนจากผลกระทบของสงครามที่น้อยกว่าคาด การเติบโตของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจภาคเหนือในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ยังชะลอตัว จากผลกระทบของค่าครองชีพที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อ การท่องเที่ยว และการลงทุนในหลายภาคส่วน
รายได้เกษตรกรหดตัวต่อเนื่อง ทั้งจากราคาสินค้าเกษตรและผลผลิตที่ลดลง โดยราคาข้าวเปลือกเจ้าปรับลดลงตามความต้องการของตลาดโลก ราคาสับปะรดลดลงจากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดจำนวนมาก ขณะที่ราคาสุกรยังได้รับผลกระทบจากอุปทานที่สูง ส่วนผลผลิตพืชหลัก เช่น ข้าวนาปรัง มันสำปะหลัง และลิ้นจี่ ลดลง เนื่องจากราคาช่วงก่อนหน้าไม่จูงใจให้เกษตรกรลงทุนเพาะปลูกและบำรุงรักษา
ภาคอุตสาหกรรมหดตัวเล็กน้อย โดยการผลิตผลิตภัณฑ์นม ผลิตภัณฑ์โลหะ และเครื่องดื่มทั้งแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์ลดลง ตามกำลังซื้อและกิจกรรมภาคบริการที่ชะลอ แต่การผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยังขยายตัวต่อเนื่องตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยี
ด้านภาคบริการและการท่องเที่ยวชะลอตัว จากค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เพิ่มขึ้นและจำนวนเที่ยวบินที่ลดลง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงเล็กน้อย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน หลังเดินทางจำนวนมากในช่วงวันหยุดแรงงานของจีนในเดือนก่อน แม้รายรับจากผู้เยี่ยมเยือนจะทรงตัว แต่เป็นผลจากค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางที่สูงขึ้น
ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัว ได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” และการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่งผลให้การใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น รวมถึงการใช้จ่ายด้านน้ำมันและบริการ หลังราคาพลังงานเริ่มคลี่คลาย นอกจากนี้ ยอดจำหน่ายรถยนต์ EV รถจักรยานยนต์ และรถกระบะปรับตัวดีขึ้น สอดคล้องกับความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เริ่มฟื้นตัว
ส่วนการลงทุนภาคเอกชนยังหดตัว โดยเฉพาะหมวดก่อสร้าง จากยอดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและพื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างที่ลดลง แม้ว่าการลงทุนด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์จะเริ่มปรับดีขึ้นจากการนำเข้าสินค้าทุนในกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
ด้านการค้าผ่านด่านศุลกากรหดตัวตามการส่งออกทุเรียนไปจีนที่ลดลง หลังเร่งส่งออกไปก่อนหน้า ขณะที่การส่งออกไปเมียนมาปรับตัวดีขึ้น ภายหลังการเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ส่งผลให้การส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้น ส่วนการนำเข้าเพิ่มขึ้นจากการนำเข้าข้าวโพดจากเมียนมาและผลไม้จากจีน
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงจากราคาพลังงานและอาหารสด เช่น เนื้อสัตว์และผักสด แต่เงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นในหมวดอาหารพร้อมรับประทาน
สำหรับตลาดแรงงานยังสะท้อนสัญญาณอ่อนตัว จากจำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ลดลงในหลายจังหวัด โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังชะลอการจ้างงานเพิ่ม ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ผลกระทบจากค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง ผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ความเสี่ยงจากภาวะเอลนีโญ และสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ ประเมินว่า เศรษฐกิจภาคเหนือในไตรมาสที่ 3 ปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวจากไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ การผ่อนคลายของราคาพลังงาน และความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและประชาชนที่ค่อย ๆ ฟื้นตัว
แสดงความคิดเห็น
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.phitsanulokhotnews.com/2026/08/05/196345&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2MbUgQXIODpyaj00dmtNu1

