• Tue. Jun 30th, 2026

รัฐดันงบฯ 70 เรียกความเชื่อมั่น จัดงบฯ 3.788 ล้านล้าน ประคองเศรษฐกิจ – เร่งลงทุน

รัฐดันงบฯ-70-เรียกความเชื่อมั่น-จัดงบฯ-3.788-ล้านล้าน-ประคองเศรษฐกิจ-–-เร่งลงทุนรัฐดันงบฯ 70 เรียกความเชื่อมั่น จัดงบฯ 3.788 ล้านล้าน ประคองเศรษฐกิจ – เร่งลงทุน

ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วาระที่ 1 และเปิดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอภิปราย 3 วันเต็ม ระหว่าง 29 มิ.ย. – 1 มิ.ย. 2569 นับเป็นแผนการใช้จ่ายงบประมาณที่สำคัญของประเทศในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจโลก มาตรการกีดกันทางการค้า ความไม่แน่นอนด้านพลังงาน และกำลังซื้อในประเทศที่ยังเปราะบาง

ขณะที่คำแถลงของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต่อที่ประชุมสภาฯเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมาถือเป็นการส่งสัญญาณถึงประชาชน ภาคธุรกิจ และนักลงทุนว่า ในช่วงที่ยังมีข้อจำกัดทางเศรษฐกิจรอบด้าน  รัฐบาลจะใช้งบประมาณประคองเศรษฐกิจในปัจจุบันและฐานเศรษฐกิจในอนาคตไปพร้อมกันได้อย่างไร 

  • วงเงิน 3.788 ล้านล้าน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ 

นายเอกนิติ ระบุในคำแถลงว่า งบประมาณปี 2570 มีวงเงินรวม 3,788,000 ล้านบาท ตั้งงบเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 71,038.1 ล้านบาท เพื่อให้หน่วยรับงบประมาณมีกรอบใช้จ่ายในปีงบประมาณใหม่ และเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สร้างโอกาส ยกระดับคุณภาพชีวิต และดูแลความมั่นคงของประชาชนในทุกพื้นที่

ขณะที่ข้อมูลการประมาณการเศรษฐกิจที่ใช้สำหรับจัดทำงบประมาณสะท้อนภาพที่ยังไม่ง่ายนัก เศรษฐกิจไทยปี 2570 ถูกประเมินว่าจะขยายตัว 1.7-2.7% ค่ากลาง 2.2% เงินเฟ้ออยู่ในกรอบ 0.5-1.5% และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 1.6% ของจีดีพี แม้ตัวเลขเหล่านี้ยังพอเห็นทิศทางฟื้นตัว แต่เศรษฐกิจไทยยังมีความไม่แน่นอนสูงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง มาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก และผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ

  • ดันงบประมาณทำหลายหน้าที่พร้อมกัน

งบประมาณของรัฐบาลจึงถูกวางให้ทำหน้าที่หลายชั้น ชั้นแรกคือดูแลรายจ่ายจำเป็นและสวัสดิการประชาชน ชั้นที่2 คือรักษาแรงส่งทางเศรษฐกิจผ่านการลงทุนภาครัฐและมาตรการที่เชื่อมกับภาคเอกชน ชั้นที่ 3 คือรักษาวินัยการเงินการคลัง เพื่อไม่ให้ความเชื่อมั่นต่อฐานะการคลังของประเทศอ่อนแรงลง
 

เมื่อแยกตามประเภทรายจ่าย งบปี 2570 ประกอบด้วยรายจ่ายประจำ 2,786,367.1 ล้านบาท หรือ 73.6% รายจ่ายลงทุน 789,171.5 ล้านบาท หรือ 20.8% รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 151,520 ล้านบาท หรือ 4 % และรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 71,038.1 ล้านบาท หรือ 1.9% ของวงเงินงบประมาณทั้งหมด

ตัวเลขรายจ่ายประจำที่มีสัดส่วนสูงสะท้อนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของการคลังไทยชัดเจน ด้วยภาระด้านบุคลากร สวัสดิการ ภาระผูกพัน และการดูแลบริการสาธารณะ แต่การกันรายจ่ายลงทุนไว้เกือบ 7.9 แสนล้านบาท ก็ถือเป็นฐานสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนโครงการเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานในระยะต่อไป

  • ดัน “ลงทุน พลัส” อุดข้อจำกัดลงทุนรัฐ

ประเด็นที่น่าสนใจในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2570 ของรัฐบาลคือ การพยายามทำให้งบลงทุนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวเลขใน พ.ร.บ.งบประมาณ  แต่ใช้แนวคิด “ลงทุน พลัส” คือการระดมเม็ดเงินลงทุนจากหลายช่องทาง ทั้งงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ ความร่วมมือรัฐและเอกชน หรือ PPP, Thailand Future Fund, สิทธิประโยชน์ BOI, Thailand Fast Pass, การลงทุนเอกชน และการทำงานร่วมกับท้องถิ่น รวมเป้าหมายกว่า 1.568 ล้านล้านบาท

จากคำแถลงของรองนายกเศรษฐกิจกำลังบอกว่า ในวันที่พื้นที่งบประมาณจำกัด การลงทุนของประเทศต้องไม่รอเงินงบประมาณอย่างเดียว แต่ต้องใช้เงินรัฐเป็นตัวเร่ง ดึงเงินรัฐวิสาหกิจ ดึงเอกชน ดึงนักลงทุน และลดคอขวดการอนุมัติโครงการให้เดินหน้าเร็วขึ้น
 

ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่ารัฐบาลจะสามารถผลักดัน “ลงทุน พลัส” ให้ส่งผลต่อเศรษฐกิจเพียงใด  เพราะหากทำได้จริง เม็ดเงินลงทุนจะไม่ได้มาจากเฉพาะเงินจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ แต่จะเกิดการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ เอกชนทั้งในและต่างประเทศ และเกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินจากคำสั่งซื้อวัสดุก่อสร้าง งานระบบ โลจิสติกส์ ดิจิทัล พลังงานสะอาด อุตสาหกรรมสุขภาพ ท่องเที่ยวคุณภาพ

  • ยุทธศาสตร์สร้างโอกาส พัฒนาคน วางรากฐานการแข่งขัน

เมื่อพิจารณาการจัดสรรงบประมาณตามยุทธศาสตร์ งบประมาณปี 2570 ถูกวางไว้ภายใต้ 6 ยุทธศาสตร์ และ 1 รายการ โดยกลุ่มที่ได้รับงบสูงสุดคือยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 960,916.6 ล้านบาท หรือ 25.4% ของวงเงินงบประมาณ สะท้อนว่ารัฐบาลให้น้ำหนักกับการดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบาง ลดความเหลื่อมล้ำ และพยุงฐานกำลังซื้อในประเทศ

ขณะที่ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ 676,320.2 ล้านบาท หรือ 17.9% ซึ่งเป็นงบที่มีนัยต่อภาคธุรกิจ ผ่านการยกระดับบริการภาครัฐ ให้รวดเร็วขึ้น ใช้ระบบดิจิทัลมากขึ้น ลดขั้นตอน และลดต้นทุนการติดต่อราชการ ส่งผลบวกต่อบรรยากาศการลงทุนและลดภาระของผู้ประกอบการโดยตรง

ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 611,194.5 ล้านบาท หรือ 16.1% ครอบคลุมการศึกษา สุขภาพ และทักษะแรงงาน นับเป็นการวางรากฐานของความสามารถแข่งขันระยะยาว และยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 348,427.4 ล้านบาท ล้านบาท จะเป็นตัวขับเคลื่อนเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ การลงทุน การเพิ่มผลิตภาพ และการต่อยอดอุตสาหกรรมเป้าหมาย

  • จับตางบกลางฯ หนี้สาธารณะ และ วินัยคลัง

อีกด้านหนึ่งของงบปี 2570 คือการกันพื้นที่การคลังไว้รองรับความไม่แน่นอน รัฐบาลจัดงบกลาง 693,880 ล้านบาท หรือ 18.3% ของวงเงินงบประมาณ เพื่อใช้กับภารกิจจำเป็น เหตุฉุกเฉิน และสถานการณ์ที่คาดหมายล่วงหน้าได้ยาก โดยเฉพาะภัยธรรมชาติที่เกิดถี่และรุนแรงขึ้น ทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟป่า หมอกควัน รวมถึงผลกระทบจากความผันผวนด้านพลังงานและเศรษฐกิจโลก ทำให้งบกลางเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงของประเทศ ไม่ใช่เพียงเงินสำรองทั่วไป

พร้อมกับความพยายามที่จะรักษาวินัยการเงินการคลังตามที่ฝ่ายนโยบายได้เน้นย้ำอยู่บ่อยครั้ง  โดยภายใต้งบปี 2570 ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อชำระหนี้ภาครัฐ 462,470.3 ล้านบาท และรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 71,038.1 ล้านบาท ขณะที่หนี้สาธารณะ ณ เดือนเม.ย. 2569 ที่ 12,789,256.3 ล้านบาท หรือ 66.66% ของจีดีพี อยู่ในกรอบวินัยการคลังไม่เกิน 70% ของจีดีพี และตั้งเป้าลดการขาดดุลการคลังให้ไม่เกิน 3% ของจีดีพีภายในปี 2572  แสดงให้เห็นถึงการพยายามทำงานยากหลายด้านไปพร้อมกัน ทั้งการใช้จ่ายเพื่อพยุงเศรษฐกิจ แต่ไม่ปล่อยให้ฐานะการคลังเสียสมดุลจนกระทบความเชื่อมั่น

  • ดันงบลงเศรษฐกิจจริง วัดฝีมือรัฐบาล

ภาพรวมงบประมาณรายจ่ายปี 2570 จึงสะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการจัดสมดุลระหว่างการดูแลเศรษฐกิจวันนี้กับการลงทุนในรากฐานของประเทศระยะยาว ในจังหวะที่เศรษฐกิจไทยยังต้องการแรงส่ง แต่พื้นที่การคลังไม่ได้เปิดกว้างเหมือนเดิม วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาทจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ต้องใช้ให้ตรงเป้า เร็ว และเกิดผลต่อระบบเศรษฐกิจให้มากที่สุด

โจทย์หลังจากนี้จึงไม่ได้อยู่แค่ว่างบประมาณจะผ่านสภาหรือไม่ แต่อยู่ที่รัฐบาลจะทำให้เงินงบประมาณเริ่มเดินได้เร็วเพียงใด โครงการลงทุนที่ประกาศไว้จะเข้าสู่ขั้นปฏิบัติจริงเมื่อไร มาตรการ Thailand Fast Pass จะช่วยเร่งการลงทุนของภาคเอกชนได้มากแค่ไหน และ “ลงทุน พลัส” จะเปลี่ยนจากตัวเลขเป็นเม็ดเงินลงทุนในพื้นที่จริงได้เพียงใด ทั้งหมดนี้คือบททดสอบฝีมือของรัฐบาลในการบริหารเศรษฐกิจ
 

ความสำคัญของงบประมาณก็คือการสร้างความเชื่อมั่นจากการเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินที่ลงถึงระบบเศรษฐกิจ โครงการที่เริ่มก่อสร้าง การจ้างงานที่เพิ่มขึ้น ธุรกิจที่ได้คำสั่งซื้อ และประชาชนที่รู้สึกได้ว่ารัฐใช้งบประมาณเพื่อแก้ปัญหาจริง ความเร็วและประสิทธิภาพของการเบิกจ่าย รวมถึงความสามารถในการผลักดันเงินลงทุนทุกส่วนให้เกิดผลจริง จึงเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนงบปี 2570 ให้เป็นแรงส่งเศรษฐกิจได้มากน้อยแค่ไหน เพียงใด

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1240770&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw02LPsfMCyGUtt4tovFm9Zy