• Sat. Jun 27th, 2026

“ไทยเบฟ” ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ต่อยอดภูมิปัญญาผลิตภัณฑ์ OTOP สู่สากล

“ไทยเบฟ”-ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก-ต่อยอดภูมิปัญญาผลิตภัณฑ์-otop-สู่สากล“ไทยเบฟ” ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ต่อยอดภูมิปัญญาผลิตภัณฑ์ OTOP สู่สากล

“ไทยเบฟ” ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ต่อยอดภูมิปัญญาผลิตภัณฑ์ OTOP สู่สากล พร้อมสร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน ในงาน “OTOP Midyear 2026”

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 กรมการพัฒนาชุมชน โดย กระทรวงมหาดไทย จัดงาน “OTOP Midyear 2026” ภายใต้แนวคิด “OTOP NEXT INSPIRATION สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาสู่ระดับสากล” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และเครือข่ายทั่วประเทศ ผ่านการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าคุณภาพจากภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมประชาสัมพันธ์โครงการ OTOP และส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 

ทั้งนี้ มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อแสดงศักยภาพของผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP จากทั่วประเทศ สร้างโอกาสทางการตลาด ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เสริมความเข้มแข็งให้ชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมร่วมสืบสาน สร้างสรรค์ และต่อยอดภูมิปัญญาไทยอย่างยั่งยืน จัดขึ้นระหว่างวันนี้ ถึงวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี 

ขณะที่ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย ประกอบด้วย โซนนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โซนนิทรรศการกิจกรรมและการจำหน่ายสินค้าของหน่วยงานภาคี โซนแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP 3–5 ดาว กว่า 2,000 บูธ  

ในส่วนของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และบริษัท รู้รักรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนทั่วประเทศ และมุ่งเน้นพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน โดยการจัดบูทนิทรรศการสำหรับจำหน่ายสินค้าชุมชน โดยแบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่

1. โซน Pavilion เศรษฐกิจฐานราก สินค้าจากเครือข่ายรู้รักสามัคคี ชุมชนในเครือข่ายสารพัดสรรพศิลป์ ผ้าบาติกเพ้นท์มือระดับมาสเตอร์พีซจากตำบลจะบังติกอ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ย่านประวัติศาสตร์ที่เลื่องชื่อด้านงานหัตถศิลป์ดั้งเดิม พร้อมอวดโฉมสู่สายตาประชาชนแล้ว โดยแบรนด์ชื่อดัง BATIK DE NARA ได้ถ่ายทอดความงดงามลงบนผืนผ้าฝ้ายคุณภาพดี ผ่านลวดลายพระราชทานอันทรงคุณค่าที่ชื่อว่า “บุปผาบรมราชินีนาถ” ณ โซน Pavilion เศรษฐกิจฐานราก ชุมชนในเครือข่ายสารพัดสรรพศิลป์

สำหรับผลงานผืนนี้ รังสรรค์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจหลักในการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแสงสว่างแห่งการอนุรักษ์ผ้าไทย โดยช่างฝีมือได้นำดอกไม้นามพระราชทานและพรรณไม้ที่ทรงโปรด มาร้อยเรียงจัดวางเป็นองค์ประกอบอย่างวิจิตรบรรจงด้วยเทคนิคการเขียนเทียนและเพ้นท์มือทีละฝีแปรง นับเป็นการยกระดับผ้าบาติกพื้นถิ่นปัตตานีสู่ชิ้นงานหัตถศิลป์ชั้นสูงที่เปี่ยมด้วยเรื่องราวและคุณค่าทางประวัติศาสตร์

2. โซนร้านกาแฟ มิติใหม่คอกาแฟ ผาฮี้เชียงราย จับมือฟาร์มสตูล “อาราบิก้า x นมแพะธรรมชาติ” เชื่อมวิถีชุมชนเหนือจรดใต้ ซึ่งคอกาแฟเตรียมลิ้มรสความแปลกใหม่ระดับพรีเมียม เมื่อโซนร้านกาแฟชุมชนผาฮี้ แหล่งปลูกกาแฟชื่อดังของจังหวัดเชียงราย ประกาศเปิดตัวเมนูเครื่องดื่มสร้างสรรค์ ยกระดับการจับคู่ข้ามสายพันธุ์ (Cross-matching) ระหว่างผลผลิตยอดดอยภาคเหนือและภูมิปัญญาแดนใต้ ด้วยการนำเมล็ดกาแฟอาราบิก้าแท้ 100% มาผสานความละมุนกับน้ำนมแพะธรรมชาติจากจังหวัดสตูล มุ่งเจาะกลุ่มตลาดท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และคนรักสุขภาพ

ขณะที่หัวใจของความอร่อยครั้งนี้ เริ่มต้นที่ “กาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าของชุมชนผาฮี้” ซึ่งเติบโตบนพื้นที่ภูเขาสูงท้าลมหนาวของจังหวัดเชียงราย สภาพภูมิอากาศและความสมบูรณ์ของดินทำให้เมล็ดกาแฟมีรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม มีความเป็นกรดผลไม้ที่พอดี และมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ระดับสากล เมื่อนำมาสกัดเป็นช็อตเอสเพรสโซ่รสเข้มข้น แล้วนำมามิกซ์เข้ากับ “นมแพะสดแท้จากจังหวัดสตูล” ที่ได้จากแม่พันธุ์แพะอารมณ์ดี เลี้ยงปล่อยให้เล็มหญ้าและสมุนไพรตามธรรมชาติท่ามกลางผืนป่าชายฝั่งอันดามัน ส่งผลให้นมแพะที่ได้มีความบริสุทธิ์สูง หอมมัน นุ่มนวล ชูรสชาติกาแฟให้เด่นชัดโดยไม่มีกลิ่นคาว ทั้งยังย่อยง่ายและเปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ

สำหรับการโคจรมาพบกันของวัตถุดิบชั้นเลิศจากสุดขอบประเทศในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะมอบประสบการณ์รสชาติที่แปลกใหม่และลงตัวให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนโซนร้านกาแฟผาฮี้เท่านั้น แต่ยังถือเป็นโมเดลธุรกิจชุมชนโมเดิร์นที่ช่วยกระจายรายได้ ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจฐานราก และเชื่อมโยงมิตรภาพระหว่างกลุ่มเกษตรกรไทยจากเหนือจรดใต้ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน 

3. โซนผ้าขาวม้าในบูทมาตรฐาน 12 บูท: โซนบูธผ้าขาวม้า  เรียนรู้ ชม ช้อป ครบในที่เดียว ปีนี้โซนบูทผ้าขาวม้า ภายใต้ โครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย ขอชวนทุกท่านมาสัมผัสเสน่ห์ผ้าทอไทยอย่างใกล้ชิด ผ่านกิจกรรมและคอลเลกชันพิเศษที่ยกมาไว้ในงานเดียว สาธิตการทอผ้าจริงจากกี่ทอมือ โดย ผ้าฝ้ายอำพัน ยกกี่ทอผ้ามาถึงหน้างาน เปิดพื้นที่การเรียนรู้เป็นรอบๆ ให้ผู้สนใจได้ชมขั้นตอนการทอผ้าอย่างใกล้ชิด 

พร้อมพูดคุย แลกเปลี่ยน และเข้าใจคุณค่าภูมิปัญญาผ้าทอไทยจากช่างทอตัวจริง ผลงานผ้าขาวม้าสู่เวทีสากล กับเสื้อผ้าจาก Natrada Cotton ผลงานจากทายาทผ้าขาวม้าที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีน ยกคอลเลกชั่นมาจำหน่ายให้เลือกชมและเลือกช้อปภายในงาน ผ้าฝ้ายทอมือโทนขาว–ดำ ดีไซน์ร่วมสมัย เสื้อผ้าและไอเทมจากผ้าฝ้ายทอมือ ที่ออกแบบใหม่ให้สวมใส่ได้ทั้งในวันทำงานและชีวิตประจำวัน เรียบ เท่ ใส่ง่าย แต่ยังคงเอกลักษณ์งานหัตถศิลป์ไทย 

คอลเลกชันใหม่จากโครงการ Creative Designer ผลงานการนำผ้าขาวม้ามาต่อยอดผ่านมุมมองนักออกแบบรุ่นใหม่ ตัดเย็บให้ร่วมสมัย สวมใส่ง่าย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองพบกันได้ที่บูทชุมชน โครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย มาสัมผัสเรื่องราวของผ้า วิถีชุมชน และพลังสร้างสรรค์ที่เชื่อมอดีต ปัจจุบัน และอนาคตไว้ด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม ขอเชิญชวนแฟนพันธุ์แท้ที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์จากชุมชน มาชม ชิม ช้อป และภาคภูมิใจกับผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างโอกาส สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการ วันนี้ – วันที่ 28 มิถุนายน 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี.

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2942368&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2K5Rw37ncLwMxwwa3sg1by