• Thu. Jun 11th, 2026

‘หอการค้า’ ยื่นพิมพ์เขียว ชง 3 วาระกู้เศรษฐกิจด่วนถึงนายกฯ เร่งฟื้นกำลังซื้อ ลดต้นทุน ปลดล็อกขีดแข่งขันไทย

‘หอการค้า’-ยื่นพิมพ์เขียว-ชง-3-วาระกู้เศรษฐกิจด่วนถึงนายกฯ-เร่งฟื้นกำลังซื้อ-ลดต้นทุน-ปลดล็อกขีดแข่งขันไทย‘หอการค้า’ ยื่นพิมพ์เขียว ชง 3 วาระกู้เศรษฐกิจด่วนถึงนายกฯ เร่งฟื้นกำลังซื้อ ลดต้นทุน ปลดล็อกขีดแข่งขันไทย

หอการค้าฯ ชง 3 วาระใหญ่ถึงนายกฯ ดันตั้ง กรอ.ทุกมิติ ผนึกรัฐ-เอกชนฟื้นเศรษฐกิจไทย ชูปราบคอร์รัปชัน ปฏิรูปเกษตร เร่งเจรจาการค้าโลก พร้อมอัด 10 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ยกระดับขีดแข่งขัน กระจายการเติบโตสู่ทุกภูมิภาค

หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำโดย พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการเข้าพบ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารภาครัฐ เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อนประเทศท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

โดยภาคเอกชนได้ยื่นข้อเสนอสำคัญ 3 ด้าน เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการฟื้นฟูและยกระดับเศรษฐกิจไทยให้สามารถแข่งขันได้ พร้อมสร้างการเติบโตที่ทั่วถึงและยั่งยืน

ด้านนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมฉายภาพนโยบายรัฐบาลที่มุ่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ควบคู่กับการสร้างโอกาสใหม่และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน

ในการหารือครั้งนี้ ภาคเอกชนได้นำเสนอข้อเสนอเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. ยกระดับขีดความสามารถแข่งขันประเทศ

หอการค้าฯ เสนอให้เร่งแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ผ่านการจัดตั้ง ‘คณะกรรมการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแห่งชาติ’ ที่มีตัวแทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วม พร้อมเดินหน้าโครงการ Reinvent Thailand เพื่อรวบรวมข้อเสนอเร่งด่วนในการทบทวนกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ และกฎหมายลำดับรองที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ ก่อนเสนอให้ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลพิจารณาปรับปรุง

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ปฏิรูปภาคการเกษตรทั้งระบบ เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และสร้างเสถียรภาพด้านราคาให้กับเกษตรกรกว่า 30 ล้านคน ผ่านการยกระดับทั้งห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การบริหารจัดการน้ำ การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ การตลาด และการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคงและแข่งขันได้ในระยะยาว

อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญคือการผลักดันการเจรจาการค้าระหว่างประเทศและการดึงดูดการลงทุน โดยเสนอให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะทำงานบูรณาการทุกภาคส่วน รวมถึงสนับสนุนสินค้า Made in Thailand และผู้ประกอบการไทยที่เคยได้รับการส่งเสริมจาก BOI ผ่านมาตรการและสิทธิประโยชน์ใหม่ ๆ

พร้อมกันนี้ ภาคเอกชนยังเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) รายสาขา เพื่อขับเคลื่อนนโยบายอย่างครอบคลุม ทั้งด้านพาณิชย์ เกษตร ท่องเที่ยว การศึกษา AI และเทคโนโลยี พลังงาน โลจิสติกส์ และ SMEs

2. 10 มาตรการเร่งด่วนฟื้นเศรษฐกิจไทย

ภาคเอกชนเสนอแนวทางเร่งด่วนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ประกอบด้วย

  1. กระตุ้นกำลังซื้อและการบริโภค ผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” หรือ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อกระจายเม็ดเงินสู่เมืองรอง
  2. ลดต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพ โดยเร่งลดราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า และก๊าซหุงต้ม
  3. เพิ่มสภาพคล่อง SMEs ผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) และจัดตั้งโครงการค้ำประกันสินเชื่อในลักษณะเดียวกับ SMEs Credit Boost พร้อมจัดระเบียบฐานข้อมูลผู้ประกอบการ SMEs (Cleansing Data) เพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือได้ตรงจุด
  4. แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและภาระหนี้สินของประชาชน ทั้งการปรับโครงสร้างหนี้และพักชำระหนี้
  5. ปกป้องตลาดภายในประเทศจากการทุ่มตลาดและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
  6. ส่งเสริมการส่งออกและขยายตลาดใหม่ พร้อมปรับปรุงภาษีนำเข้าวัตถุดิบเพื่อลดต้นทุนการผลิต
  7. ฟื้นฟูภาคการเกษตรและยกระดับรายได้เกษตรกร โดยวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
  8. ส่งเสริมการท่องเที่ยวและภาคบริการ พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม
  9. ปฏิรูประบบราชการและเสริมสร้างธรรมาภิบาล ด้วยการเพิ่มความโปร่งใสและนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการให้บริการภาครัฐ
  10. พัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ชายแดน และฟื้นฟูจังหวัดชายแดนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

นอกจากนี้ หอการค้าฯ ยังเสนอให้มีการตรวจสอบย้อนหลังโครงการจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาของภาครัฐ (Post Audit) ผ่านการกำหนดเงื่อนไขใน TOR เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงเร่งแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมเข้มข้น อาทิ การต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าว การปรับปรุงระบบ e-Work Permit และการยกระดับศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ ผ่านการปรับปรุงหลักเกณฑ์เขตปลอดอากรหอศิลป์ (Art Free Zone) เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรมและการเรียนรู้ของประเทศอย่างเป็นระบบ

3. ดันแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ภาค ปลุก EEC

ภาคเอกชนยังเสนอแผนพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาคผ่านโครงการสำคัญในหลายสาขา

ด้านเกษตรและอาหาร เสนอ 3 โครงการสำคัญ ได้แก่ การยกระดับผลไม้ไทยทั้งระบบผ่านการจัดตั้ง “คณะกรรมการผลไม้แห่งชาติ” การผลักดันกาแฟโรบัสต้าไทยสู่พืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง และการยกระดับมาตรฐานเกษตรปลอดภัยสู่ระดับสากล

ด้านการท่องเที่ยว เสนอ 5 โครงการ ได้แก่ โครงการ Andaman Tourism Safety Sandbox ในพื้นที่ภูเก็ต กระบี่ และพังงา การพัฒนาการท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง การส่งเสริมการท่องเที่ยวสุขภาพภายใต้ Andaman Wellness Corridor การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวชายฝั่งอ่าวไทย Thailand Riviera และการยกระดับระบบบริหารจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ส่วนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เสนอให้จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน” เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควัน PM2.5 และไฟป่าอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และปราบปรามปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในวงกว้าง

ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเห็นความสำคัญของข้อเสนอจากภาคเอกชน พร้อมเห็นชอบในหลักการให้จัดตั้งกลไก กรอ.ในด้านต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งขอให้หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยช่วยประชาสัมพันธ์การพัฒนาโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI ไปยังเครือข่ายภาคธุรกิจ เพื่อดึงดูดการลงทุนและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ABOUT THE AUTHOR

THE STANDARD WEALTH

สำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/thai-chamber-proposes-economic-rescue/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tDToESuI8lwiKJgPS5qNL