• Fri. Jun 5th, 2026

ฟิทช์หั่นคาดการณ์ศก.โลกปีนี้โต 2.4% พิษวิกฤตตอ.กลางทำราคาน้ำมันพุ่ง : อินโฟเควสท์

ฟิทช์หั่นคาดการณ์ศกโลกปีนี้โต-24%-พิษวิกฤตตอ.กลางทำราคาน้ำมันพุ่ง-:-อินโฟเควสท์ฟิทช์หั่นคาดการณ์ศก.โลกปีนี้โต 2.4% พิษวิกฤตตอ.กลางทำราคาน้ำมันพุ่ง : อินโฟเควสท์

ฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ลงเหลือ 2.4% ลดลง 0.2% จากประมาณการเดิม โดยระบุว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยืดเยื้อได้ผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น จนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง ทั้งผ่านแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ การบริโภคที่อ่อนแอลง และต้นทุนของภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้น

การปรับลดคาดการณ์ครั้งนี้สอดคล้องกับมุมมองขององค์กรระหว่างประเทศหลายแห่ง รวมถึงองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยความขัดแย้งที่ดำเนินต่อเนื่องเข้าสู่เดือนที่ 4 ยังคงสร้างความผันผวนให้กับตลาดพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก

ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์

ขณะเดียวกัน ฟิทช์ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เฉลี่ยในปี 2569 เป็น 87 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิม 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สะท้อนผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก โดยการปิดเส้นทางดังกล่าวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 14 แล้ว และยังมีแนวโน้มเปิดใช้งานได้ยากก่อนเดือนก.ค. เนื่องจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังเผชิญอุปสรรค

อย่างไรก็ตาม ฟิทช์มองว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังห่างไกลจากวิกฤตราคาน้ำมันในทศวรรษ 1970 ซึ่งราคาน้ำมันที่แท้จริงเคยพุ่งแตะเกือบ 170 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อีกทั้งสัดส่วนการใช้น้ำมันต่อผลผลิตทางเศรษฐกิจโลกก็ลดลงราวครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปี 2523

ภายใต้สมมติฐานหลัก ฟิทช์คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเติบโต 1.9% และเศรษฐกิจยูโรโซนจะขยายตัว 0.9% ซึ่งต่ำกว่าประมาณการเดิม ขณะที่เศรษฐกิจจีนถูกปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตเป็น 4.6% จากแรงหนุนของผลประกอบการทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรกที่ดีกว่าคาด และภาคการส่งออกที่ยังคงแข็งแกร่ง

ฟิทช์ยังประเมินว่า หากสถานการณ์เลวร้ายลงจนราคาน้ำมันเฉลี่ยแตะ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลง 10% และภาวะสินเชื่อตึงตัวมากขึ้น เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจเติบโตเพียง 0.8% ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ขณะที่เศรษฐกิจยูโรโซนอาจขยายตัว 0.3% และจีนเติบโต 3.4%

คาดเฟดคงดอกเบี้ยช่วงที่เหลือของปีนี้

ในด้านนโยบายการเงิน ฟิทช์คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตลอดปีนี้ ก่อนกลับมาปรับลดดอกเบี้ยในปี 2570 ส่วนธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. ก่อนเปลี่ยนทิศทางในปีหน้า

ฟิทช์ระบุว่า แม้อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันจะสูงกว่าปี 2564 อย่างมาก แต่ภาวะตลาดแรงงาน แรงกดดันด้านค่าจ้าง และการขยายตัวของนโยบายการคลัง ล้วนอยู่ในระดับที่อ่อนตัวกว่าช่วงก่อนหน้า

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกท่ามกลางความไม่แน่นอน คือการขยายตัวอย่างรวดเร็วของกิจกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดย ไบรอัน คูลตัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของฟิทช์ ระบุว่า การใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทั่วโลกที่เติบโตอย่างโดดเด่น กำลังช่วยลดผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะสั้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มิ.ย. 69)

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/598644&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Ps7CKyTVGKLoaWbqoLBDg