วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.08 น.
วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 นายปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “Padipon Apinyankul” ระบุว่า ไม่ว่าจะจงใจ หรือแกล้งตีอ้อมกระทบ ว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” หมายถึงอะไร ?
แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นมานานแล้วก็คือ ระบอบสีน้ำเงิน (ที่แกล้งตีอ้อม) กลับได้รับการยอมรับจากต่างประเทศมาช้านาน ..
สมัยพระนารายณ์ คณะทูตไทยซึ่งนำโดย “เจ้าพระยาโกษาธิบดี (โกษาปาน)” ได้เดินทางไปเจริญไมตรีที่ฝรั่งเศส
ปัจจุบันก็มีการสร้างอนุสาวรีย์ของท่านไว้ ที่บริเวณหัวมุม 3 แยก (ของถนนดูกุยดิก ถ.ปาสเตอร์ และถนนชอง มูแล็ง) ในเมืองแบรสต์
อีกทั้งทางฝรั่งเศสได้ให้เกียรติ โดยเปลี่ยนชื่อถนนแซงต์ปิแอร์ ซึ่งเป็นถนนหลักของเมือง มาเป็นชื่อ “ถนนสยาม” อีกด้วย
ปัจจุบันพรรคการเมืองสีน้ำเงิน ได้บินไปเปิดวิสัยทัศน์ใหม่ให้ฝรั่งเศสได้รับรู้ . ไมตรีระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ผ่านกาลเวลาในประวัติศาสตร์ มีทั้งดีและร้าย .
แต่ก็ใช่ว่าจะเอาสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ดีในอดีต มาเป็นเหตุกดทับอนาคตข้างหน้าร่วมกัน ..
เราควรละวางในบางสิ่ง และควรนำเสนอในบางสิ่งที่เรามี , .. สิ่งที่วางลงไม่ใช่จงใจลืม แต่ให้รู้ว่าแบบนั้นอย่าเกิดขึ้นอีก
.. ซึ่งนั้นคือการทูต และการบริหารงานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
เมื่อดูกิริยาสีหน้าการต้อนรับของ ปธน.มาครง เห็นแล้วสบายใจ .. ด้วยท่านมาครงมีแนวโน้มความนิยมใน “ความเป็นวัฒนธรรมไทย” เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
○ จำกันได้ไหม ในสมัยลุงตู่ (APEC 2022) ปธน. มาครง แอบหลบไปไหว้พระที่วัด เดินเล่นเยาวราช และไปดูการชกมวยไทยที่ราชดำเนิน
คราวนี้นายอนุทิน พรรคสีน้ำเงิน จึงไปถูกจังหวะและพบถูกคน ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนในความร่วมมือทางเศรษฐกิจหลายอย่าง
นี้แหละ ระบอบสีน้ำเงิน ต้องทำแบบนี้ .. มุ่งไปข้างหน้า อย่ากังวลความขัดแย้ง ที่คอยขัดแข้งขัดขา
…
ไม่ใช่ ระบอบสีส้ม . วัน ๆ มั่วแต่นึกถึงแต่ พ.ศ. 2475 รำพึงรำพันถึงคนที่ตายไปแล้ว จนถึงขั้นที่ต้องไปซื้อหาบ้านพักคนตายมาเก็บเอาไว้
แล้วใช้แต่วาจาพร่ำพรรณนา ต้องทำอย่างโน่น ต้องแก้อย่างนี้ ต้องหยุดอันนั้น ต้องเริ่มอันนี้ ..
○ คนสมองลีบ ฟังแล้วเคลิ้ม , ถ้าคนสมองหนัก จะหัวเราะรู้ทัน
ครั้นชวนพรรคพวกไปฝรั่งเศส แทนที่จะไปพบปะดูงาน ดูเศรษฐกิจ ดูเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ … กลับไม่ทำ
(.. อ๋อ ! ลืมไป ดูไปก็ไม่รู้เรื่องหรือเข้าใจ .. มันยากเกินกว่า ความหนาบางของกระโหลกที่ไม่เหมือนคนปกติ)
แต่ดันชวนกันไปหุงอาหาร ทำกับข้าว กินกับแกล้มในบ้านเก่าของคนตายไปแล้ว / .. แถมต้อง “ทนฟังเจ้าลัทธิ” ดีดกีตาร์ผิด ๆ ส่งเสียงร้องเพี้ยน ๆ แล้วปรบมือชื่นชมแบบสอพลอ
มิน่าละ คนซึ่งผ่านประสบการณ์ชีวิตถึงพากันวิพากษ์วิจารณ์ ว่า
… ระบอบสีส้ม “ไร้เดียงสา” จริง ๆ
ความหมายของไร้เดียงสาคือ “บ่มิไก๊”
ต้องให้แปลคำว่า บ่มิไก๊ .. อีกไหม
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/967009&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw056gWACRVjnSg75b9Ap1_3

