• Sat. May 16th, 2026

คอลัมน์การเมือง – ก้าวข้ามวาทกรรม ‘เอื้อเจ้าสัว’ สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ บนฐานความเป็นจริง

คอลัมน์การเมือง-–-ก้าวข้ามวาทกรรม-‘เอื้อเจ้าสัว’-สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-บนฐานความเป็นจริงคอลัมน์การเมือง – ก้าวข้ามวาทกรรม ‘เอื้อเจ้าสัว’ สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ บนฐานความเป็นจริง

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญกับพายุหลายลูกพร้อมกัน ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ฉุดรั้งกำลังซื้อ การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว และการแข่งขันที่รุนแรงจากสินค้าต่างประเทศ ภาพของเหล่านักธุรกิจระดับแถวหน้าของเมืองไทยที่ตบเท้าเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับฝ่ายบริหาร มักจะถูกจับจ้องด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวงจากสังคม และถูกนำไปผูกโยงกับวาทกรรม

สิ่งที่เราต้องช่วยกันคิดคือ การนำเอาวาทกรรมแบ่งแยกชนชั้น มาตั้งธงในทุกการเคลื่อนไหวนั้น ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดต่อประเทศชาติในยามวิกฤตเช่นนี้หรือไม่? หรือแท้จริงแล้ว นี่คือการปฏิเสธความจริงที่ว่า “ความอยู่รอดของธุรกิจขนาดใหญ่” คือ “เส้นเลือดใหญ่” ที่หล่อเลี้ยงคนตัวเล็กทั่วประเทศ

ในโลกของความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจขนาดใหญ่ไม่ได้ดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยวเสมือนเกาะกลางมหาสมุทร แต่คือ “หัวขบวน” ของรถไฟขบวนใหญ่ที่ลากจูงตู้โบกี้จำนวนมหาศาลไว้เบื้องหลัง ภายใต้บริษัทยักษ์ใหญ่หนึ่งแห่ง ประกอบไปด้วย ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่เชื่อมโยงกับผู้ประกอบการ SMEนับหมื่นราย ตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบต้นน้ำ ภาคขนส่ง ไปจนถึงร้านค้าย่อยในชุมชน

หากหัวขบวนเหล่านี้ต้องเผชิญกับสภาวะชะงักงันขาดทุน หรือไม่สามารถประคองตัวอยู่ได้ในสมรภูมิโลกสิ่งที่จะตามมาไม่ใช่เพียงตัวเลขกำไรในงบการเงินที่หายไปแต่คือ “โดมิโนเอฟเฟกต์” ที่จะล้มระเนระนาดไปถึงแรงงานนับล้านตำแหน่งและครอบครัวที่อยู่เบื้องหลัง การที่รัฐบาลเปิดเวทีรับฟังความเห็นจากผู้คุมบังเหียนธุรกิจเหล่านี้จึงไม่ใช่เรื่องของการมอบสิทธิพิเศษ แต่คือการ “สำรวจสภาพเครื่องยนต์หลัก” เพื่อหาจุดอุดรอยรั่วและสร้างโอกาสให้ทั้งระบบเดินหน้าต่อไปได้

การเปิดทำเนียบรัฐบาลรับฟังเสียงสะท้อนจากภาคเอกชนชั้นนำ จึงควรถูกมองว่าเป็น “กระบวนการทำงานแบบบูรณาการ” มากกว่าการสมคบคิด ข้อเสนอเรื่องการลดอุปสรรคทางกฎหมาย การส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล หรือการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ไม่ใช่สิ่งที่ตอบโจทย์แค่เจ้าของธุรกิจเพียงไม่กี่ราย แต่คือการวางรากฐานให้เด็กจบใหม่มีงานทำ ให้ SME มีพื้นที่กว้างขึ้น และให้ประเทศไทยยังมีที่ยืนในแผนที่เศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม การก้าวข้ามวาทกรรม “เอื้อเจ้าสัว”ไม่ได้หมายความว่าเราต้องหลับหูหลับตาเชื่อทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องประชุม หน้าที่ของสังคมและสื่อมวลชนไม่ใช่การกีดกันการพูดคุย แต่คือการ “ตรวจสอบเนื้อหา” ของการหารือนั้นๆ ว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมจริงหรือไม่

ประเทศไทยในวันนี้ไม่มีเวลาเหลือพอสำหรับการสร้างวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง การเดินหันหน้าเข้าหากันระหว่างรัฐบาลและนักธุรกิจระดับหัวกะทิควรได้รับการมองด้วยสายตาที่เป็นธรรมและอิงอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงความอยู่รอดของกลุ่มทุนใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ คือการรับประกันความมั่นคงของ SME และแรงงานไทยอีกค่อนประเทศ

ท้ายที่สุดแล้ว หากเรายังมัวแต่นั่งแยกส่วนว่าใครคือทุนใหญ่ ใครคือคนตัวเล็ก โดยไม่มองว่าเราทั้งหมดอยู่ในเรือลำเดียวกัน เมื่อเรือลำนี้จมลง… จะไม่มีใครคนใดคนหนึ่งที่รอดชีวิตไปได้เพียงลำพัง

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/columnist/66399&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1a80H2U3qtcO-l7ceZeAn0

You missed