วันนี้ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.00 น. นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าของโครงการพัฒนา และปรับปรุงภูมิทัศน์ลำตะคอง ตามผังเมืองรวมเมืองนครราชสีมา (คลองชองเกชอน) ที่บริเวณด้านข้างวัดสุสาน ตำบลในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมี นายไพรัตน์ ทรงเย็น โยธาธิการ และผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา วิศวกร และนายช่างโยธา สำนักงานโยธาธิการ และผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา ให้การต้อนรับ และให้ข้อมูลรายละเอียด
นายไพรัตน์ ทรงเย็น โยธาธิการ และผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา ได้รายงานความคืบหน้าของโครงการว่า รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาในเขตผังเมืองรวมเมืองนครราชสีมา ได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการ และผังเมือง ศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่ในเขตผังเมืองรวมเมืองนครราชสีมาให้เกิดการพัฒนาสภาพแวดล้อมทางภาพให้เป็นมาตรฐาน มีความเป็นระเบียบสวยงาม ปลอดภัย และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี กรมโยธาธิการ และผังเมือง จึงได้วางแผนจัดทำโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ และสาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวพื้นที่ลำตะคอง ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครราชสีมา โดยโครงการนี้มีจุดเริ่มต้นจากการนำโมเดล “คลองชองเกซอง” ของเกาหลีใต้ มาเป็นต้นแบบ โดยปรับโฉมให้เข้ากับเอกลักษณ์ “เมืองเครื่องปั้นดินเผา” ของนครราชสีมา ภายใต้งบประมาณรวม 238 ล้านบาท ระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร แบ่งการดำเนินงานโครงการออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้





ระยะที่ 1 มีการจัดสรรงบประมาณกว่า 118 ล้านบาท เพื่อพัฒนาคลองช่วงสะพานโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา ถึงบริเวณวัดสุสาน ระยะทางประมาณ 725 เมตร เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปีงบประมาณ 2564 และกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2567 แต่การก่อสร้างล่าช้าเนื่องจากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 และมีการขยายระยะเวลาสัญญาให้กับผู้รับจ้าง จนได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จเป็นไปตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานในระยะที่ 1 ไปแล้ว ช่วงปลายปี 2568 แต่ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างในระยะที่ 2 ต่อได้ทันที เนื่องจากต้องรอการอนุมัติงบประมาณปี 2569 ทำให้โครงการภายหลังก่อสร้างในระยะที่ 1 แล้วเสร็จ ไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลรักษาความสะอาดพื้นที่ ทำให้โครงการมีสภาพเหมือนก่อสร้างไม่เสร็จ และถูกทิ้งร้างระหว่างรอกระบวนการจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่มาดำเนินการ
ล่าสุดการก่อสร้างในระยะที่ 2 ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลแล้วจำนวน 120 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการดำเนินการก่อสร้างสะพาน งานสถาปัตยกรรม และการตกแต่งภูมิทัศน์ ซึ่งจะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ในปีงบประมาณ 2569 และจะสิ้นสุดสัญญาในปี 2571 จากนั้นก็จะส่งมอบให้กับทางเทศบาลนครนครราชสีมาเป็นผู้ดูแลบริหารจัดการต่อไป





นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า จากการรับฟังรายงาน และตรวจความคืบหน้าของโครงการฯ ทราบว่าโครงการระยะที่ 1 ได้รับงบประมาณไม่ต่อเนื่อง และล่าช้า เพราะติดปัญหาการระบาดของโควิด-19 และปัญหาการร้องเรียนในระหว่างก่อสร้าง และปัจจุบันได้รับงบประมาณในระยะที่ 2 มาแล้วและกำลังจะเริ่มก่อสร้างในระยะที่ 2 ซึ่งกรมโยธาธิการ และผังเมืองจะรับผิดชอบเฉพาะเรื่องของโครงสร้าง และปรับปรุงภูมิทัศน์ เมื่อการก่อสร้างเสร็จสิ้นก็จะส่งมอบพื้นที่ให้กับทางเทศบาลนครนครราชสีมาไปดูแลบริหารจัดการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการต่อไป
นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา กล่าวว่า ทางเทศบาลฯ ยินดีพร้อมที่รับมอบพื้นที่โครงการฯ ซึ่งคาดว่าจะได้รับมอบในปี 2571 หลังสิ้นสุดสัญญาก่อสร้าง โดยทางเทศบาลนครนครราชสีมาได้เตรียมแผนรองรับไว้แล้วว่าจะดำเนินการต่อในส่วนใดบ้าง เพื่อให้โครงการนี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เป็นสถานที่พักผ่อนออกกำลังกายของคนเมืองได้ พร้อมกันนี้ก็มีแผนงานที่จะตกแต่งภูมิทัศน์ มีแสง สี เสียงที่สวยงาม มีการจำหน่ายสินค้าจากชุมชน เพื่อให้เป็นแลนมาร์คแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดนครราชสีมาต่อไป






ภาพ/ข่าว ศรัณย์ วงศ์สารสิน / ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.นครราชสีมา