ภาคธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตกำลังจับตาท่าทีของรัฐบาล หลังมีแนวคิดปรับลดระยะเวลาพำนักของนักท่องเที่ยวต่างชาติภายใต้มาตรการฟรีวีซ่า จากเดิม 60 วัน เหลือ 45 วัน หรือ 30 วัน เพื่อแก้ปัญหาชาวต่างชาติแอบแฝงทำงานผิดกฎหมาย และลดปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ที่เริ่มส่งผลต่อภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว

ก้องศักดิ์ คู่พงศกร ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ภาคเอกชนยังมีความกังวลต่อกระแสข่าวเรื่อง “ยกเลิกฟรีวีซ่า” เนื่องจากหากในอนาคตนักท่องเที่ยวต้องเข้าสู่กระบวนการขอวีซ่าก่อนเดินทางเข้าไทย อาจกระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวอย่างมาก เพราะนักท่องเที่ยวยุคปัจจุบันนิยมวางแผนเดินทางระยะสั้น และให้ความสำคัญกับความสะดวกในการเดินทางเป็นหลัก
“อย่างไรก็ตาม มองว่าการให้พำนักฟรีวีซ่านานถึง 60 วัน อาจยาวเกินความจำเป็น และเปิดช่องให้บางกลุ่มใช้วีซ่าท่องเที่ยวเข้ามาแอบแฝงทำงานหรือพำนักระยะยาวผิดวัตถุประสงค์ จึงเห็นว่าการปรับลดเหลือ 45 วัน หรือ 30 วัน อาจช่วยให้ภาครัฐสามารถคัดกรองและติดตามชาวต่างชาติได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”
“ทั้งนี้ ภาคธุรกิจท่องเที่ยวยังเห็นตรงกันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ท่องเที่ยวไม่ได้มาจากมาตรการฟรีวีซ่าเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย การตรวจสอบ และการติดตามพฤติกรรมของชาวต่างชาติหลังเดินทางเข้าประเทศ ว่าเข้ามาเพื่อการท่องเที่ยวจริง หรือใช้วีซ่าผิดประเภทเพื่อแอบแฝงประกอบอาชีพ”


ประธานหอการค้าภูเก็ต กล่าวเพิ่มเติมว่า หากมาตรการเข้มงวดมากเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวกลุ่ม “ลองสเตย์” ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญของจังหวัดภูเก็ต และอาจทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเปลี่ยนจุดหมายไปยังประเทศคู่แข่งในภูมิภาคแทน

ด้าน จุฬารัตน์ จันทกูล นายกสมาคมโรงแรมหาดป่าตอง มองว่า ในระยะสั้นยังไม่เห็นผลกระทบชัดเจน เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางมาท่องเที่ยวจริง มักพำนักไม่เกิน 1 เดือนอยู่แล้ว จึงเชื่อว่าการลดฟรีวีซ่าเหลือ 30 วัน ไม่น่าจะกระทบต่อตลาดท่องเที่ยวหลักมากนัก
“ส่วนประเด็นการแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ มองว่า มาตรการดังกล่าวอาจช่วยได้ในระดับหนึ่ง เพราะอย่างน้อยจะทำให้กระบวนการตรวจสอบและคัดกรองนักท่องเที่ยวเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม”

สำหรับสถานการณ์คดีที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติในจังหวัดภูเก็ต ข้อมูลของตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง 30 เมษายน 2569 พบว่า มีคดีที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติรวม 3,218 คดี ผู้ต้องหา 3,484 คน โดยคดีส่วนใหญ่เป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 642 คดี รองลงมาคือคดีทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต 410 คดี คดียาเสพติด 231 คดี และคดีลักทรัพย์หรือยักยอก 88 คดี
ขณะที่สัญชาติที่พบผู้ต้องหาสูงสุด ได้แก่ เมียนมา 946 คน รัสเซีย 269 คน อังกฤษ 143 คน และฝรั่งเศส 141 คน สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาการใช้วีซ่าผิดประเภทและการกระทำผิดกฎหมายของชาวต่างชาติ ยังคงเป็นอีกโจทย์สำคัญที่ภาครัฐและภาคท่องเที่ยวต้องเร่งหาสมดุลระหว่าง “การอำนวยความสะดวกด้านท่องเที่ยว” กับ “การรักษาความมั่นคงและภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยว” ควบคู่กันไป


———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/phuket-tourists-are-watching-closely-for-government-measures-to-reduce-the-visa-free-period-to-30-days&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3QeJSg9CIGR9Z5LUg2omNq

