• Thu. Apr 30th, 2026

เวียดนามยกระดับจังหวัดด่งนายเป็นนครส่วนกลาง วางโครงสร้างขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่อย่างเป็นระบบ

เวียดนามยกระดับจังหวัดด่งนายเป็นนครส่วนกลาง-วางโครงสร้างขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่อย่างเป็นระบบเวียดนามยกระดับจังหวัดด่งนายเป็นนครส่วนกลาง วางโครงสร้างขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่อย่างเป็นระบบ

เนื้อข่าว 

คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม (The Party Central Committee) มีมติเห็นชอบในหลักการให้ยกระดับจังหวัดด่งนาย (Dong Nai Province) เป็นนครที่ขึ้นตรงต่อส่วนกลาง โดยถือเป็นก้าวสำคัญของการกำหนดทิศทางเชิงนโยบายระยะยาวที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์ ควบคู่กับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาเชิงอนาคต การตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนความเชื่อมั่นของภาครัฐต่อศักยภาพของพื้นที่ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มีพลวัตสูง โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก ได้แก่ ความเข้มแข็งของภาคอุตสาหกรรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ และการยกระดับทุนมนุษย์ ซึ่งกำลังได้รับการบูรณาการอย่างเป็นระบบ เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของภูมิภาคภาคใต้ของประเทศในระยะข้างหน้า

image.png

ในเชิงประวัติศาสตร์ จังหวัดด่งนายมีพัฒนาการที่มีรากฐานมั่นคงและสั่งสมมาอย่างยาวนานโดยในช่วงปี 2222–2241 กลุ่มผู้บุกเบิก เช่น Trần Thượng Xuyên และ Nguyễn Hữu Cảnh ได้วางรากฐาน พื้นที่กู่เหลาโฟ (Cu Lao Pho) ซึ่งปัจจุบันคือเขตเจิ่นเบียน (Tran Bien Ward) เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการปกครองและการค้าแห่งแรกของภาคใต้ และได้พัฒนาเป็นท่าเรือการค้าหลักของภูมิภาคในศตวรรษที่ 18 ต่อมาการจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมเบียนหว่า 1 (Biên Hòa Industrial Zone No.1) ในปี 2506 ได้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ และชนชั้นแรงงานในเวียดนาม อันเป็นฐานสำคัญที่ทำให้สินค้าอุตสาหกรรมภายในประเทศสามารถขยายสู่ตลาดทั้งภายในและระหว่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ในระยะต่อมา บรรษัทข้ามชาติ อาทิ Nestlé, Bosch และ Pouchen ได้เข้ามาลงทุนจัดตั้งฐานการผลิตขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ Nestlé ซึ่งได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2538 และขยายการลงทุนรวมมากกว่า 900 ล้านเหรียญสหรัฐ สะท้อนบทบาทของพื้นที่ในฐานะฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์ (strategic manufacturing hub) ซึ่งการยกระดับสถานะทางการปกครองดังกล่าวคาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเพิ่มการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค โดยเฉพาะกับนครโฮจิมินห์

ควบคู่กันนี้ ปัจจัยเชิงสังคมและวัฒนธรรมยังคงมีบทบาทสำคัญต่อความยั่งยืนของการพัฒนา โดยจังหวัดด่งนายเป็นแหล่งรองรับการอพยพ (migration destination) จากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดโครงสร้างสังคมที่หลากหลายและมีความเป็นเอกภาพ ทั้งนี้ การรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำด่งนาย (Đồng Nai River) ถือเป็นปัจจัยเกื้อหนุนสำคัญต่อการพัฒนาในระยะยาว

ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน จังหวัดด่งนายกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของระบบโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ โดยมีโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ อาทิ ท่าอากาศยานนานาชาติลองแถ่ง (Long Thành International Airport) มูลค่า 16,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 5,000 เฮกตาร์ ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 100 ล้านคนต่อปี และปริมาณสินค้าประมาณ 5 ล้านตันต่อปี ส่งผลให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศที่สำคัญ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้รับการประเมินว่าเป็นแกนกลางของระบบเศรษฐกิจแบบบูรณาการที่เชื่อมโยงภาคการบิน โลจิสติกส์ อุตสาหกรรม และการพัฒนาเมือง และจะทำงานสอดประสานกับระบบท่าเรือในภูมิภาคเพื่อพัฒนาเป็นระบบการขนส่งหลายรูปแบบ (multimodal transport system) ที่มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ จังหวัดยังเร่งพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษ และโครงสร้างพื้นฐานเชิงพื้นที่อื่น ๆ อาทิ เส้นทางเชื่อมต่อจังหวัดฟานเที้ยต (Phan Thiet) เบียนหว่า (Bien Hoa) และหวุงเต่า (Vung Tau) และถนนวงแหวนรอบนอกสายที่ 4 (Ring Road 4) รวมถึงการพัฒนาเขตเญินแถก (Nhơn Trạch) ในรูปแบบพื้นที่อุตสาหกรรมและเมืองใหม่ที่บูรณาการอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง นวัตกรรม ภาคบริการ และการพัฒนาเมืองริมน้ำเข้ากับห่วงโซ่โลจิสติกส์ซึ่งเชื่อมโยงท่าเรือเฟื้อกอาน (Phuoc An Port) ท่าอากาศยานลองแถ่ง และระบบท่าเรือก๊ายแม๊บ – ถิหวาย (Cai Mep-Thi Vai port system) ขณะเดียวกัน พื้นที่ลองแถ่งมีแนวโน้มพัฒนาเป็นเมืองอัจฉริยะที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจการบิน (aviation economy)

ในเชิงศักยภาพเชิงพื้นที่และเศรษฐกิจ จังหวัดด่งนายมีประชากรเกือบ 4.5 ล้านคน และมีขนาดเศรษฐกิจอยู่ในลำดับต้นของประเทศ อีกทั้งยังมีบทบาทเป็นประตูเชื่อมโยงระหว่างนครโฮจิมินห์กับภูมิภาคสำคัญ ได้แก่ ที่ราบสูงตอนกลาง (Central Highlands) ภาคกลางตอนใต้ (south central coast) และสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง (Mekong Delta) รวมทั้งเป็นหนึ่งในไม่กี่พื้นที่ที่มีการบูรณาการระบบขนส่งครบทั้ง 5 รูปแบบ ได้แก่ ทางถนน ทางราง ทางน้ำภายในประเทศ ทางทะเล และทางอากาศ ในบริบทดังกล่าว แผนพัฒนาจึงมุ่งเน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง พลังงานหมุนเวียน และการพัฒนาเขตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อาทิ เบ่าก่าน–เตินเหียบ (Bàu Cạn Tân Hiệp) และซวนเกว–ซงเหยิ่น (Xuân Quế Sông Nhạn) ครอบคลุมพื้นที่รวมประมาณ 2,000 เฮกตาร์ ด้วยมูลค่าการลงทุนมากกว่า 18 ล้านล้านเวียดนามด่ง หรือประมาณ 720 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมถึงโครงการนครสนามบิน (airport city) ขนาด 43,000 เฮกตาร์ และเขตเมืองหลักในเญินแถกขนาด 23,000 เฮกตาร์ ตลอดจนข้อเสนอจัดตั้งเขตการค้าเสรี (free trade zone) ขนาดกว่า 8,000 เฮกตาร์ มูลค่าการลงทุนประมาณ 16,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะเชื่อมต่อโดยตรงกับท่าเรือเฟื้อกอาน เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์เชิงยุทธศาสตร์ของภูมิภาค

จังหวัดด่งนายให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์ควบคู่กับโครงสร้างพื้นฐาน โดยมุ่งเน้นการลงทุนด้านสาธารณสุข การศึกษา และวัฒนธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสนับสนุนแรงงานทักษะสูง ทั้งนี้ ภาครัฐได้ย้ำถึงบทบาทของประชาชนในฐานะปัจจัยกำหนดความสำเร็จของการพัฒนาจึงมีการดำเนินมาตรการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์คุณภาพสูงควบคู่กับการปรับปรุงระบบบริหารราชการแผ่นดิน และการเร่งรัดการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐและสนับสนุนภาคธุรกิจ โดยสรุป การยกระดับเป็นนครที่ขึ้นตรงต่อส่วนกลางคาดว่าจะขยายขอบเขตโอกาสทางการพัฒนา และเสริมบทบาทของจังหวัดในฐานะแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาคตลอดจนยกระดับศักยภาพด้านการเชื่อมโยงและขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาคภาคใต้ในระยะยาว

(แหล่งที่มา https://vietnamnews.vn/ ฉบับวันที่ 28 เมษายน 2569)

วิเคราะห์ผลกระทบ

การยกระดับจังหวัดด่งนายสู่การเป็นนครภายใต้การบริหารของส่วนกลางถือเป็นจุดเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ภายใต้กรอบนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเวียดนามในระยะยาว โดยสะท้อนแนวทางการจัดโครงสร้างพื้นที่เศรษฐกิจเพื่อเสริมสร้างกลไกขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ในบริบทที่ภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจหลักของประเทศ ทั้งนี้ จังหวัดด่งนายได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจากฐานรากทางประวัติศาสตร์สู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยสามารถใช้ประโยชน์จากทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ โครงสร้างสังคม และเสถียรภาพเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่และมีบทบาทนำในระบบเศรษฐกิจของประเทศ

ในมิติของโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ จังหวัดด่งนายมีบทบาทเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อที่สำคัญ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงโดยตรงกับนครโฮจิมินห์ และขยายไปสู่ภูมิภาคที่ราบสูงภาคกลาง ภาคกลางตอนใต้ และสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตเศรษฐกิจสำคัญภาคใต้ การลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงข่ายคมนาคม ระบบโลจิสติกส์ และภาคบริการ ทำให้โครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดมีความทันสมัยและมีความเชื่อมโยงเชิงบูรณาการมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะโครงการท่าอากาศยานนานาชาติลองแถ่ง ซึ่งมีสถานะเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ และจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบิน (aviation hub) ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่อง (aviation-linked economy) อันจะส่งผลต่อการยกระดับประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานและการค้าระหว่างประเทศของเวียดนามโดยรวม

ภายใต้บริบทดังกล่าว จังหวัดด่งนายเริ่มพัฒนาไปสู่รูปแบบมหานครหลายศูนย์กลาง (multi-centered urban structure) ที่มีความหลากหลายของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยี โลจิสติกส์ และการพัฒนาเมืองสมัยใหม่ ซึ่งมีศักยภาพในการกระจายความเจริญ ไปยังพื้นที่โดยรอบอย่างมีนัยสำคัญ การจัดตั้งนครด่งนายจึงมีบทบาทมากกว่าการยกระดับสถานะทางการปกครอง หากแต่เป็นกลไกเชิงนโยบายในการเสริมสร้างการบูรณาการทางเศรษฐกิจ ระหว่างพื้นที่ และสนับสนุนการทำงานเชิงเกื้อหนุนกับนครโฮจิมินห์ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจหลักของประเทศ

ในด้านโครงสร้างเชิงสถาบันและกฎหมาย จังหวัดด่งนายมีความพร้อมตามหลักเกณฑ์การจัดตั้งนครภายใต้การบริหารของส่วนกลางตามกฎหมายเวียดนาม ทั้งในด้านขนาดประชากร พื้นที่ และจำนวนหน่วยการปกครองท้องถิ่น (administrative units) ขณะเดียวกัน ยังมีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง โดยมีโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่สำคัญที่เอื้อต่อการป้องกันประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างสมดุลและยั่งยืน

ในมิติทางเศรษฐกิจ จังหวัดด่งนายถือเป็นหนึ่งในฐานอุตสาหกรรมหลักของเวียดนาม โดยมีนิคมอุตสาหกรรมจำนวนมากและสามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ได้อย่างต่อเนื่อง มีโครงการลงทุนจำนวนมากและมูลค่าการลงทุนรวมในระดับสูง อีกทั้งยังมีแผนขยายพื้นที่อุตสาหกรรม รวมถึงการพัฒนาเขตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และเขตเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งจะช่วยยกระดับห่วงโซ่มูลค่า เพิ่มผลิตภาพ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก

อย่างไรก็ดี การพัฒนาในระยะต่อไปจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการยกระดับทุนมนุษย์ ควบคู่กับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะแรงงาน การยกระดับคุณภาพชีวิต และการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบบริหารภาครัฐ ผ่านการปรับปรุงระบบบริหารราชการแผ่นดิน และการเร่งรัดการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เพื่อรองรับรูปแบบเศรษฐกิจใหม่ และลดต้นทุนธุรกรรมในระบบเศรษฐกิจ

ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ การยกระดับจังหวัดด่งนายเป็นนครที่ขึ้นตรงต่อส่วนกลางมิใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงสถานะทางการปกครอง หากแต่เป็นการวางรากฐานเชิงโครงสร้างเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ผ่านการบูรณาการจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้ง โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และทรัพยากรมนุษย์เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งคาดว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนของเวียดนาม รวมถึงเสริมบทบาทของภูมิภาคภาคใต้ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

นำเสนอโอกาส/แนวทาง

การยกระดับจังหวัดด่งนายเป็นนครที่ขึ้นตรงต่อส่วนกลางจะส่งผลเชิงบวกต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและการค้าในภูมิภาคภาคใต้ของเวียดนาม โดยเฉพาะการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์หลายรูปแบบ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการขนส่ง และเพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ อาจก่อให้เกิดการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในภาคอุตสาหกรรมและการส่งออก โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และสินค้าเกษตรแปรรูป ซึ่งผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องปรับตัวต่อแรงกดดันด้านต้นทุน มาตรฐานสินค้า และความรวดเร็วในการเข้าถึงตลาด

ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญกับการปรับกลยุทธ์สู่การเชื่อมโยงกับห่วงโซ่มูลค่าในเวียดนามมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานใหม่ อาทิ ท่าอากาศยานนานาชาติลองแถ่ง และเครือข่ายโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงท่าเรือและนิคมอุตสาหกรรม เพื่อขยายช่องทางการค้า การลงทุน และการกระจายสินค้าในภูมิภาค นอกจากนี้ ควรเร่งยกระดับมาตรฐานการผลิต (production standards) การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว

             การพัฒนาจังหวัดด่งนายในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่จะเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยทั้งในประเทศและในเวียดนาม โดยเฉพาะในสาขาโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมสนับสนุน อาหารและเกษตรแปรรูป พลังงานหมุนเวียน และบริการที่เกี่ยวเนื่องกับเศรษฐกิจการบิน รวมถึงการเข้าร่วมลงทุนในเขตอุตสาหกรรมและเขตการค้าเสรีที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้ การใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTAs) และการสร้างความร่วมมือเชิงธุรกิจในระดับท้องถิ่นจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนในระยะยาว

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/rox3068hxih23x2u8nlv7rki&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3whWBHQkdJR96XxNQj00tf