• Thu. Apr 30th, 2026

บันทึกหน้า 4

บันทึกหน้า-4บันทึกหน้า 4

โดย “ณัฏฐ์” ได้เชื่อมโยงทั้ง 2 เหตุการณ์ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กันไม่น้อย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลใช้ความกล้าหาญในการตัดสินใจเดินเครื่องเมกะโปรเจกต์ดังกล่าว เพราะถึงจุดหักเหสำคัญระหว่างการเป็น “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” หรือ “กับดักหนี้สาธารณะ” …๐

ล่าสุด “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ให้ไปศึกษาการเดินหน้าโครงการ โดยมอบหมายให้ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และ รมว.คมนาคมไปศึกษาความเป็นไปได้ แม้มีผลการศึกษาอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้อัปเดต รวมถึงการไปรับฟังความคิดเห็นและให้ข้อมูลกับประชาชนในพื้นที่ ว่าโครงการแลนด์บริดจ์คืออะไร และมีความเห็นอย่างไร โดยให้คำนึงถึง 3 ปัจจัยหลัก คือ 1.ผลการศึกษาความคิดเห็นประชาชนและการมีส่วนร่วม 2.ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคม และ 3.งบประมาณในการลงทุน …๐

 น่าแปลกอย่างยิ่ง “แลนด์บริดจ์” หรือโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมโยงทะเลอันดามันและอ่าวไทยที่ “รัฐบาลลุงตู่” หวังเป็นเมกะโปรเจกต์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทย ที่มีเป้าหมายเพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ และการขนส่งสินค้าทางน้ำระดับโลกในตอนนั้น พรรคประชาธิปัตย์ที่ร่วมรัฐบาลก็เห็นด้วย รวมถึงในรัฐบาลเศรษฐาก็สนับสนุน แต่พอมายุคนี้ที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล “กรณ์ จาติกวณิช” สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแถลงคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์แบบเต็มที่ เช่นเดียวกับ “ศิริกัญญา ตันสกุล” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ก็ไม่เอาด้วยบอกจะซ้ำรอยรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน …๐

งานนี้เราก็ได้แต่หวังว่า รัฐบาลจะตัดสินใจให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะไม่เช่นนั้นโครงการดังกล่าวก็อาจซ้ำรอย “โครงการคอคอดกระ” แนวคิด “อมตะนิรันดร์กาล” ของไทยที่มีอายุกว่า 300 ปี ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อขุดคลองเชื่อมทะเลอันดามันกับอ่าวไทย แต่อย่าลืมว่า “แลนด์บริดจ์” นั้น เน้นการสร้างท่าเรือและถนน/รถไฟเชื่อมต่อกันแทนการขุด ที่สำคัญก็เหมือนการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมินั่นแล ที่ตอนคลอดออกมาก็มีแต่คนค้านคนด่า แต่ทุกวันนี้ก็เห็นชัดว่ามีคุณค่าต่อประเทศเพียงใด …๐

พูดเรื่องต่อต้านและคัดค้านจะไม่เอ่ยถึงพรรคส้มก็ไม่ได้ เพราะล่าสุด “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค ได้แบ่งงานเป็น 4 เสาหลักแล้ว โดย “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคจะมาดูแลด้านเศรษฐกิจ “ศิริกัญญา” ดูแลการปฏิรูปรัฐ “เดชรัต สุขกำเนิด” รองหัวหน้าพรรค ดูแลด้านคุณภาพชีวิต และ “พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์” เลขาธิการพรรค ดูแลความมั่นคง ทำให้สภากาแฟถามกันให้ควั่กหมายความว่าอย่างไรที่ให้ “ว่าที่หัวหน้าพรรคคนใหม่” มาดูแลเศรษฐกิจ หรือเพราะเจ๊ไหมที่ทำตัวเป็นกูรูเศรษฐกิจตั้งแต่ยุคอนาคตใหม่มาถึงประชาชนพิสูจน์แล้วว่าเป็นของแท้หรือของเทียมกันจ๊ะ เลยถูกเขี่ยให้พ้นจากการดูแลเศรษฐกิจ หรือเพราะต้องทำใจจากคดีแก้ไขมาตรา 112 เหมือนหัวหน้าเท้ง เลยต้องปั้นกูรูคนใหม่ขึ้นมาแทน …๐

ไม่แปลกใจแต่ประการใดเลย เพราะ พรรคนี้ก็อย่างที่รู้เช่นเห็นชาติกันนั่นแล ทำอะไรด้อมก็บอกว่าดีหมดไม่เคยตะขิดตะขวงอะไร ก็ขนาดคนใช้ความรุนแรงทำร้ายแม่ของลูกตัวเองก็ยังหลงใหลได้ปลื้ม ยิ่งเป็นพวกเป็นเครือเถาก็ยิ่งยกไม่แตะต้อง ดูง่ายๆ กรณี ไลฟ์ขายทุเรียนของ “พิมรี่พาย” ที่มี “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ร่วมโปรโมต ในตอนแรกก็ถูกบรรดาสมาชิกส้มและสาวกรุมสวด รุมดรามากันว่าทำร้ายตลาดทุเรียน ทั้งที่อินฟลูเอนเซอร์รายอื่นก็ไลฟ์ขายทุเรียนกันแบบลดราคาโปรโมชันทั้งนั้น แต่ที่น่าสนใจอย่างมากที่ต้องมาไลฟ์ขายนั้นก็เป็นปลายเหตุด้วยซ้ำไป ต้นเหตุต้นตออย่าง “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์” กลับไม่เคยโผล่หรือไม่เคยพูดถึงเลย หรือเพราะ “นามสกุล” รัฐมนตรีว่าการเหมือนเจ้าของพรรคส้มกันจ๊ะด้อมจ๋า …๐

ท.ศักดิ์

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/988093/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16X88xcij1FSxKGaUot1Dd