“เวียดนาม” ยอมรับเป้าหมายเศรษฐกิจโต 10% เผชิญแรงกดดัน หลัง GDP 9 เดือนแรกโตเฉลี่ย 9% ขณะที่เงินเฟ้อเกือบแตะ 5.1% และ Q4 ต้องโตอย่างน้อย 12.5% จึงจะถึงเป้าทั้งปี
วันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 13.11 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เจ้าหน้าที่เวียดนามออกมาเตือนถึงความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในการผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตถึง 10% ต่อปี แม้เศรษฐกิจในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 จะขยายตัวเฉลี่ยถึง 9% พร้อมกับการส่งออกและคำมั่นลงทุนจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
Le Minh Hung นายกรัฐมนตรีเวียดนาม กล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันเสาร์ว่า การผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตในระดับเลขสองหลัก สร้างแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญและก่อให้เกิดความท้าทายครั้งใหญ่ โดยหนึ่งในโจทย์สำคัญคือการบริหารเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ในช่วงที่รัฐบาลกำลังเร่งการลงทุนภาครัฐ
เศรษฐกิจเวียดนาม ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการขยายตัวในหลายภาคส่วนตลอดปีนี้ แม้ต้องเผชิญความเสี่ยงจากมาตรการภาษีของสหรัฐ และผลกระทบจากราคาพลังงานทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นจากสงครามอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม การบริโภคและการลงทุนภายในประเทศที่แข็งแกร่งกำลังสร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากฝั่งอุปสงค์ โดย Nguyen Thu Oanh หัวหน้าฝ่ายราคาของสำนักงานสถิติเวียดนาม ระบุว่า เมื่อเงินทุนยังคงไหลเข้าสู่การผลิต การลงทุน และการบริโภค ผลกระทบต่อระดับราคาอาจปรากฏชัดขึ้นในช่วงเดือนสุดท้ายของปี และอาจต่อเนื่องไปถึงปี 2570 โดยเฉพาะในภาคส่วนที่มีข้อจำกัดด้านอุปทาน เช่น ก่อสร้าง พลังงาน และการขนส่ง
แรงกดดันดังกล่าวยังถูกซ้ำเติมจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
เงินเฟ้อของเวียดนามในเดือนล่าสุดเพิ่มขึ้นเกือบแตะ 5.1% ทำให้การดึงเงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย 4.5% เป็นเรื่องยากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลมีพื้นที่ในการดำเนินนโยบายจำกัด ท่ามกลางแรงกดดันด้านราคาที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี
ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและการลงทุนยังเกิดขึ้นหลังธนาคารกลางเวียดนามเตือนเมื่อเดือน ส.ค.ว่า การขยายตัวของสินเชื่ออย่างรวดเร็วกว่าความสามารถของธนาคารในการระดมเงินทุน อาจสร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของระบบการเงินและระบบการเงินตรา
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงยืนยันเป้าหมายการเติบโตที่ 10% และสั่งการให้หน่วยงานต่าง ๆ เร่งดำเนินมาตรการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีของรัฐบาล
สำนักงานสถิติเวียดนาม ประเมินว่า หากต้องการให้เศรษฐกิจเติบโตเฉลี่ย 10% ตลอดทั้งปี 2569 เศรษฐกิจในไตรมาส 4 จะต้องขยายตัวอย่างน้อย 12.5% ซึ่งเป็นระดับที่เวียดนามเคยทำได้เพียงครั้งเดียว โดยเศรษฐกิจเคยขยายตัว 13.7% ในไตรมาส 3 ปี 2565 และนับจากนั้นมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 7%
นายกรัฐมนตรีสั่งให้กระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ เร่งเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐปี 2569 ให้ครบถ้วน พร้อมเดินหน้าโครงการสำคัญตามกำหนด และควบคุมราคาอย่างเข้มงวดเพื่อรักษาเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย
มาตรการอื่น ๆ ยังรวมถึงการดูแลให้มีสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นอย่างเพียงพอ ปราบปรามการกักตุน การเก็งกำไรและการลักลอบค้า ตลอดจนรักษาราคาค่าไฟฟ้าไม่ให้ปรับเพิ่มขึ้น
รัฐบาลยังเตรียมตัดงบลงทุนของกระทรวงและจังหวัดที่เบิกจ่ายล่าช้า และโยกเงินไปยังโครงการที่สามารถใช้เงินลงทุนได้รวดเร็วกว่า
ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดสะท้อนว่าเวียดนามยังมีแรงส่งที่แข็งแกร่ง โดย คำมั่นลงทุนจากต่างประเทศในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ย. เพิ่มขึ้น 76% จากปีก่อน ขณะที่เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เบิกจ่ายจริงเพิ่มขึ้น 12% ส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งช่วยหนุนให้การส่งออกในเดือนล่าสุดเพิ่มขึ้นถึง 39% ขณะที่ยอดค้าปลีกภายในประเทศเพิ่มขึ้น 14% โดยมีธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
อ้างอิง : www.bloomberg.com


