• Mon. May 4th, 2026

เร่งรับมือ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ เติมน้ำกินน้ำใช้ 21,600 ครัวเรือนทั่วประเทศ สู้ภัยแล้ง

เร่งรับมือ-‘ซูเปอร์เอลนีโญ’-เติมน้ำกินน้ำใช้-21,600-ครัวเรือนทั่วประเทศ-สู้ภัยแล้งเร่งรับมือ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ เติมน้ำกินน้ำใช้ 21,600 ครัวเรือนทั่วประเทศ สู้ภัยแล้ง

‘ธีระชุณ บุญสิทธิ์’ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1–11 ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมระดมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกน้ำ และระบบสนับสนุนต่าง ๆ ลงพื้นที่ช่วยเหลือทันทีตามสภาพปัญหาในแต่ละพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการจัดหาน้ำกินน้ำใช้ น้ำต้นทุนผลิตประปา และช่วยเหลือภาคการเกษตรอย่างเป็นระบบ

ผลการดำเนินงานในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศเป็นไปอย่างต่อเนื่อง อาทิ จังหวัดลำปาง นครสวรรค์ อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา จันทบุรี นครศรีธรรมราช พิษณุโลก ชุมพร กระบี่ และอุบลราชธานี มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ แจกจ่ายน้ำสะอาด และสนับสนุนภารกิจภาคสนามอย่างครบวงจร ทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร รวมถึงการสนับสนุนน้ำดื่มแก่เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าในพื้นที่เสี่ยง

เร่งรับมือ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ เติมน้ำกินน้ำใช้ 21,600 ครัวเรือนทั่วประเทศ สู้ภัยแล้ง

ทั้งนี้ กรมทรัพยากรน้ำสามารถช่วยเหลือประชาชนได้แล้วกว่า 21,600 ครัวเรือน หรือคิดเป็นประชาชนกว่า 43,200 คน พร้อมสนับสนุนน้ำดื่มแก่เจ้าหน้าที่ด่านหน้าดับไฟป่าเกือบ 2,000 ขวด สะท้อนการทำงานเชิงรุกของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งอย่างเป็นรูปธรรม

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยืนยันจะเดินหน้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ลดความเดือดร้อนในช่วงวิกฤต และสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของประเทศในระยะยาว พร้อมยืนเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์

พามาดูการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่นๆ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ร่วมกับ องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (BEDO) จัดสัมมนา “Triple Planetary Crisis” เพื่อชวนทุกภาคส่วนร่วมรับมือ 3 วิกฤตสิ่งแวดล้อมสำคัญของโลก ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และปัญหามลพิษ พร้อมผลักดันการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ

ภายในงาน ผู้บริหารจากภาครัฐและเอกชนเห็นตรงกันว่า วิกฤตทั้ง 3 ด้านเชื่อมโยงกันโดยตรง และกำลังกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจ การลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของไทยในอนาคต จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนอย่างจริงจัง

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการผลักดันแนวคิด Nature Positive ที่ชวนภาคธุรกิจปรับบทบาทจากการ “ลดผลกระทบ” ไปสู่การ “ฟื้นฟูธรรมชาติ” ควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผ่านเครื่องมือใหม่อย่างคาร์บอนเครดิต การเงินสีเขียว และการเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใส

เร่งรับมือ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ เติมน้ำกินน้ำใช้ 21,600 ครัวเรือนทั่วประเทศ สู้ภัยแล้ง

ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังเดินหน้าผลักดันนโยบายสำคัญ ทั้งเป้าหมาย Net Zero 2050, กฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกลไกราคาคาร์บอน เพื่อเตรียมความพร้อมให้ไทยแข่งขันได้ภายใต้กติกาเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

เวทีเสวนายังสะท้อนเสียงจากภาคธุรกิจชั้นนำที่เริ่มปรับตัวอย่างจริงจัง ทั้งด้านพลังงาน การเงิน เกษตร และวัสดุก่อสร้าง โดยมุ่งพัฒนาโมเดลธุรกิจที่สร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการดูแลสิ่งแวดล้อม

สารสำคัญของงานครั้งนี้ชัดเจนว่า “วิกฤตสิ่งแวดล้อมไม่ใช่แค่โจทย์ของโลก แต่คือโจทย์อนาคตเศรษฐกิจไทย” และหากทุกภาคส่วนร่วมมือกันตั้งแต่วันนี้ วิกฤตครั้งใหญ่ก็อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสู่อนาคตที่ยั่งยืนได้จริง

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/keep-the-world/climate-change/863222&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Sc0oYa-TClkfQyYk9N_nK