“อภิสิทธิ์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชี้ พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ย้อนแย้ง สวนทางวิกฤตเศรษฐกิจ ซัดรัฐบาลกู้ 4 แสนล้าน สร้างภาระหนี้สาธารณะชาติ จ่อเต็มเพดาน
วันที่ 20 มิถุนายน 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณ ที่มีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ว่า พรรคประชาธิปัตย์อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว แต่ปัญหาสำคัญคือ พรรคฝ่ายค้านยังไม่ได้รับทราบรายละเอียดของร่างกฎหมายนี้ โดยทราบเพียงว่า ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 23 มิถุนายนนี้ ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายนนี้ เราเข้าใจถึงความจำเป็นเร่งด่วน แต่คำถามเบื้องต้นคือ เหตุใดรัฐบาลจึงดำเนินการล่าช้า และทำไมจึงโอนงบประมาณในวงเงินที่น้อย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เมื่อเกิดวิกฤต รัฐบาลเคยอ้างความจำเป็นในการกู้เงินเพิ่มเติมถึง 400,000 ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการงบประมาณและโครงการต่างๆ แต่การดำเนินการครั้งนี้กลับเป็นไปในลักษณะเสมือนเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่ยังมีข่าวปัญหาของหลายโครงการของรัฐปรากฏออกมาอย่างต่อเนื่อง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เดิมฝ่ายค้านเคยประเมินว่า หากรัฐบาลสามารถโอนงบประมาณได้ราว 100,000 ล้านบาท ก็อาจไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มเติม แต่ล่าสุด ได้รับข้อมูลว่าจะมีการโอนงบประมาณเพียง 10,000 ล้านบาทเท่านั้น เราติดตามภาพรวมของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินความเหมาะสมของการจัดสรรงบประมาณ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เห็นรายละเอียดในการจัดสรรงบประมาณรายกระทรวง และรายโครงการ หากได้รับข้อมูลดังกล่าวแล้ว จะสามารถนำมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพราะแนวทางการอภิปรายร่างกฎหมายนี้ จำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดของร่างกฎหมายนี้ก่อน ซึ่งในเบื้องต้นจะมี สส. ของพรรคหลายคนร่วมอภิปรายโดยเฉพาะประเด็นสถานะหนี้สาธารณะของประเทศ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังผลักภาระหนี้สาธารณะเข้าใกล้กรอบเพดานหนี้ที่กำหนดไว้มากขึ้น ดังนั้น การขาดดุลงบประมาณจึงจำเป็นต้องใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด

