• Sat. May 9th, 2026

รัฐบาลเดินหน้า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ฝ่ายค้านชี้ขัด รธน. จ่อยื่นศาลวินิจฉัย

รัฐบาลเดินหน้า-พรกกู้เงิน-4-แสนล้าน-ฝ่ายค้านชี้ขัด-รธน.-จ่อยื่นศาลวินิจฉัยรัฐบาลเดินหน้า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ฝ่ายค้านชี้ขัด รธน. จ่อยื่นศาลวินิจฉัย
รัฐบาลเดินหน้า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ฝ่ายค้านชี้ขัด รธน. จ่อยื่นศาลวินิจฉัย

รายงานพิเศษ: เจาะลึกชนวนขัดแย้ง พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

เหตุผลความจำเป็นและเป้าหมายการกู้เงินของรัฐบาล

รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังและพรรคภูมิใจไทย ชี้แจงถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการตราพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเครื่องมือหลักในการพยุงเศรษฐกิจ โดยเน้นการป้องกันภาวะเงินเฟ้อและลดภาระค่าครองชีพ พร้อมระบุว่าหากล่าช้าอาจเกิดการปิดกิจการและการว่างงานเป็นวงกว้างจนยากจะเยียวยา

กลยุทธ์รักษาสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวม

ฝ่ายรัฐบาลให้เหตุผลทางเศรษฐศาสตร์ว่า การอัดฉีดเม็ดเงินจะช่วยกระตุ้นให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เติบโตขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อการรักษาสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ไม่ให้พุ่งสูงจนเกินเพดานหนี้ โดยมองว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจในเชิงรุกมีความคุ้มค่ามากกว่าการปล่อยให้เศรษฐกิจหดตัวจนเสียสมดุลการคลัง

ข้อโต้แย้งด้านสัดส่วนงบประมาณเมื่อเปรียบเทียบอดีต

นายภราดร ปริศนานันทกุล สส. พรรคภูมิใจไทย นำเสนอข้อมูลเปรียบเทียบว่า วงเงินกู้ 4 แสนล้านบาทในปัจจุบันคิดเป็นเพียงร้อยละ 10 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่สูงเกือบ 4 ล้านล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนน้อยกว่าการกู้เงินในปี 2552 ที่เคยสูงถึงร้อยละ 21 เพื่อสร้างความมั่นใจว่าสถานะทางการเงินของประเทศยังคงมีความมั่นคง

ข้อกังขาด้านกฎหมายและเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ

นายกรณ์ จาติกวณิช และพรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่าการออก พ.ร.ก. ครั้งนี้อาจไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ที่กำหนดว่าต้องเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยชี้ว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจปัจจุบันยังไม่เข้าขั้นวิกฤตเหมือนเช่นเหตุการณ์ในอดีต

ปมการเมืองและมูลเหตุจูงใจในการดำเนินนโยบาย

ฝ่ายค้านแสดงความกังวลว่าการกู้เงินนอกระบบงบประมาณปกติ อาจมีวัตถุประสงค์แฝงเพื่อนำเงินไปขับเคลื่อนนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล มากกว่าจะเป็นการแก้ปัญหาวิกฤตชาติอย่างแท้จริง จึงถือเป็นการสร้างภาระหนี้ผูกพันให้แก่ประชาชนโดยขาดกระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้นในสภาผู้แทนราษฎร

เส้นทางสู่ศาลรัฐธรรมนูญและการรอคำวินิจฉัย

ความคืบหน้าล่าสุด พรรคประชาชนและนายกรณ์เตรียมยื่นรายชื่อต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เพื่อส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยกฎหมาย โดยมีกรอบระยะเวลาพิจารณา 60 วัน ซึ่งจะครบกำหนดประมาณวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 โดยคำวินิจฉัยนี้จะเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินและการใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ต่อไป.

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/domestic/742112&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0C61k-B1mNNOzl_gY_eeOa