• Tue. May 5th, 2026

“พิพัฒน์” เบรกทัวร์ดูแลนด์บริดจ์ ขอรอผลศึกษาจาก “เอกนิติ” ก่อน

“พิพัฒน์”-เบรกทัวร์ดูแลนด์บริดจ์-ขอรอผลศึกษาจาก-“เอกนิติ”-ก่อน“พิพัฒน์” เบรกทัวร์ดูแลนด์บริดจ์ ขอรอผลศึกษาจาก “เอกนิติ” ก่อน

“พิพัฒน์” เบรกลงพื้นที่ติดตามแลนด์บริดจ์ ขอรอผลศึกษาจาก “เอกนิติ” ก่อนสรุปเดินหน้า พร้อมเยียวยาประชาชนเสียสิทธิทำกินในพื้นที่ มั่นใจเทคโนโลยีสมัยใหม่ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการก่อสร้าง

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังนายกรัฐมนตรี มอบหมาย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ศึกษาประโยชน์และผลกระทบโครงการแลนด์บริดจ์ใหม่ ว่า นายกรัฐมนตรี ได้ให้เวลานายเอกนิติ ศึกษาเป็นเวลา 90 วัน เพื่อทบทวนว่าโครงการดังกล่าวมีความคุ้มค่าหรือไม่ โดยเป็นการศึกษาใหม่ทั้งหมด ทั้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ พร้อมชี้แจงว่าโครงการดังกล่าวไม่ได้มีเฉพาะแค่ระบบรางเท่านั้น แต่ยังมีถนนและท่อสำหรับการขนส่งก๊าซหรือน้ำมันด้วย ดังนั้น จึงขอให้รอผลการศึกษาให้ชัดเจนอีกครั้ง

เมื่อถามว่าจะชี้แจงกับผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการอย่างไร นายพิพัฒน์ ยืนยันว่าจะต้องทำความเข้าใจทั้งผลดีและผลเสียจากผลการศึกษาที่ได้ โดยเฉพาะกับประชาชนในจังหวัดชุมพร และจังหวัดระนอง หรือคนในพื้นที่ ที่ควรจะได้รับสิทธิในการทำมาหากินในพื้นที่ของตนเอง หรือ การสงวนอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ที่เสียโอกาส เช่น การประมงพื้นบ้าน เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิที่เสียคืนไป หรือ การหาอาชีพทดแทน

ส่วนการยับยั้งกลุ่มมวลชนที่จะมาประท้วงคัดค้านโครงการดังกล่าวที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงปลายเดือนนี้ นายพิพัฒน์ ยืนยันว่าไม่สามารถห้ามกันได้ เพราะการประท้วงเป็นสิทธิของประชาชนที่สามารถทำได้ แต่รัฐบาลก็ต้องทำความเข้าใจและชี้แจงให้ชัดเจนถึงผลประโยชน์ที่ประเทศและประชาชนจะได้รับ พร้อมย้ำขอให้รอผลการศึกษาว่าโครงการนี้มีผลดีมากกว่าผลเสียหรือไม่ หากตนเองสื่อสารอะไรไปก่อนอาจจะได้ทั้งถูกและผิด

สำหรับผู้ที่คัดค้านเป็นคนในพื้นที่หรือนอกพื้นที่นั้น นายพิพัฒน์ ยอมรับว่าไม่ทราบ แต่คาดว่าจะมีทั้งคนในพื้นที่ และยอมรับว่าผู้ที่ออกมานั้น มีความกังวลว่าโครงการดังกล่าวจะทำลายสิ่งแวดล้อม แต่วิทยาการสมัยใหม่ก็สามารถเจาะภูเขาทำเป็นอุโมงค์ถนน ซึ่งสามารถช่วยลดผลกระทบต่อการทำลายสิ่งแวดล้อมได้

ผู้สื่อข่าวถามต่อ โครงการนี้จะแท้งเหมือนโครงการ “คอคอดกระ” หรือไม่ นายพิพัฒน์ ย้ำว่าจะต้องรอผลการศึกษาของนายเอกนิติ แต่ตนเองในฐานะที่ดูแลกระทรวงคมนาคม สิ่งใดที่สามารถทำให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้น ก็จำเป็นจะต้องหยิบยกขึ้นมาพิจารณา ทางด้านคำถามว่าเหตุใดโครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ แต่ถึงไม่บรรจุในนโยบายรัฐบาล นายพิพัฒน์ ระบุว่า เป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่ปี 2562 แล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สื่อสารว่าเป็นนโยบายเดิม และเป็นนโยบายเรือธงที่พรรคภูมิใจไทยใช้ในการหาเสียงตั้งแต่ปี 2562 และเมื่อพรรคภูมิใจไทยกลับเข้ามาบริหารกระทรวงคมนาคม จึงหยิบมาเป็นธงในการบริหารต่อ.

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2930671&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0j_3PaKg92Hv2Hq7uc_7ow