เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการดำเนินการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี ว่า ก็มีอยู่ตลอด ซึ่งตอนนี้ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจทั้งหลายเป็นไปในทิศทางที่ดีนับตั้งแต่มูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้น การจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ของ 3 สถาบันหลัก Moody’s, S&P Global Ratings และ Fitch Ratings ที่ทั้งโลกให้การเชื่อถือ เป็นที่จัดอันดับให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีเสถียรภาพ มีมุมมองในเชิงบวก และมูลค่าการนำเข้าก็มีรายงานตัวเลขในไตรมาส 3 ที่เพิ่งจบไปมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ต้องรอสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติสรุปตัวเลขใน 2-3 สัปดาห์ ในทุกตัวชี้วัด ขณะที่สินค้าเกษตรสามารถส่งออกได้มากขึ้น และเชื่อว่า GDP ก็น่าจะเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ในช่วงสัปดาห์หน้าประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศปี 2569 ซึ่งการประชุมดังกล่าวมีผู้นำทางด้านการเงินโลกมาร่วมกว่า 190 ประเทศ รวมถึงมีผู้นำระดับประเทศเข้าร่วม รมว.คลัง และผู้ว่าการธนาคารของแต่ละประเทศ ตลอดจนสถาบันการลงทุนต่างๆ ก็เข้ามาร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างแน่นอน และเมื่อเขาเห็นความพร้อมของประเทศไทย ก็จะเป็นแนวโน้มที่ดีในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 พร้อมยืนยันถึงความพร้อมของการประชุม โดยในช่วงบ่ายวันนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง จะร่วมประชุม ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมการประชุม
เมื่อถามย้ำว่า จะต้องมีมาตรการอะไรมากระตุ้นเพิ่มในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีหรือไม่ เพื่อให้ GDP เป็นไปตามเป้า นายอนุทิน กล่าวว่า อิงตามความจำเป็นของสถานการณ์ ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมดำเนินการอยู่แล้ว
นายกฯ กล่าวอีกว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ นายเอกนิติ จะพานายสัมฤทธิ์ สำเนียง รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทยจำกัด (มหาชน) เข้าพบ เพื่อแนะนำตัว ซึ่งตนจะสอบถามว่าที่ผ่านมามีปัญหาอะไร เพราะการบินไทยกำลังจะฟื้นและปรับตัว มีผลประกอบการที่ดีขึ้น
เมื่อถามว่า จะมีการกำชับรักษาการ CEO ของบริษัทการบินไทยอย่างไรเพื่อเรียกความเชื่อมั่น นายกฯ กล่าวว่า เขาต้องทราบอยู่แล้ว เราต้องเป็นเพียงผู้ฟังว่าเขาจะมาเสนออะไร แต่หากมีข้อสงสัยอะไรก็สามารถสอบถามให้คำแนะนำได้ ยืนยันว่า ไม่สามารถไปสั่งการอะไรได้ เพราะการบินไทยเป็นเอกเทศ โดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุด หากรัฐบาลต้องการให้นโยบายอะไรก็จะให้ผ่านกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ไม่สามารถสั่งการโดยตรงได้
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6249875/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2y_nd4g220q-cHc7nuS23O

