รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
ประจำเดือน กันยายน 2569
***************************************
-
ภาพรวมเศรษฐกิจ/ สถานการณ์สำคัญ
สำหรับมูลค่าการลงทุนของ 10 อันดับแรกของประเทศที่มีการลงทุนซึ่งต่างชาติเป็นเจ้าของแบบ 100 % ณ เดือน สิงหาคม 2569 มีมูลค่าทั้งสิ้น 42,956.647 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ยังคงลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด ได้แก่ 1) จีน 2) สิงคโปร์ 3)ฮ่องกง 4) เกาหลีใต้ 5) สหราชอาณาจักร และ 6) ไทย ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 6 มูลค่า 936.753 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จำนวน 25 โครงการ
1.1 เครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) รายงานล่าสุด (ข้อมูล เม.ย. 69) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของเมียนมา (GDP) ปี 68 หดตัวร้อยละ 2.7 อัตราเงินเฟ้อ ปี 68 อยู่ที่ร้อยละ 31.00 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per Capita) ปี 68 อยู่ที่ระดับ 1,100 เหรียญสหรัฐฯ รวมทั้งคาดการณ์ ปี 69 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ มวลรวมภายในประเทศของ เมียนมา (GDP) ปี 69 คาดว่าขยายตัวร้อยละ 3 อัตราเงินเฟ้อ ปี 69 คาดว่าร้อยละ 19 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per Capita) ปี 69 คาดว่า 1,520 เหรียญสหรัฐฯ ดังตาราง
เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจเมียนมา
|
ตัวชี้วัดทาง เศรษฐกิจที่สำคัญ |
ปี 2561 |
ปี 2562 |
ปี 2563 |
ปี 2564 |
ปี 2565 |
ปี 2566 |
ปี 2567 |
ปี |
ปี 2569 (คาดการณ์) |
|
GDP Growth (%) |
6.3 |
6.6 |
-9 |
-11.99 |
4.01 |
0.99 |
-1.1 |
-2.7 |
3 |
|
GDP (billions of US$) |
66.7 |
68.8 |
81.26 |
68.05 |
61.77 |
64.51 |
64.28 |
65.01 |
83.83 |
|
GDP per Capita (US$) |
1,270 |
1,300 |
1,530 |
1,271 |
1,146 |
1,190 |
1,179 |
1,100 |
1,520 |
|
Inflation (%) |
7.3 |
9.1 |
2.2 |
9.60 |
28.00 |
25.48 |
26.50 |
31.00 |
19.00 |
ที่มา: IMF https://www.imf.org/en/countries/mmr
1.2 อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเงินจ๊าตต่อสกุลเงินสำคัญ ก.ย. 68 และ ก.ย. 69
|
ประเทศ/สหภาพ |
สกุลเงิน |
อัตราทางการ สิ้นเดือน ก.ย. 68 |
อัตราทางการ สิ้นเดือน ก.ย. 69 |
อัตราตลาดออนไลน์ สิ้นเดือน ก.ย. 69 |
อัตราตลาด สิ้นเดือน ก.ย. 69 |
|
USA |
1 USD |
2,100.00 MMK |
2,100.0 MMK |
3,660.00 MMK |
4,360.00 MMK |
|
Euro |
1 EUR |
2,462.15 MMK |
2,391.38 MMK |
4,167.83 MMK |
4,960.00 MMK |
|
Singapore |
1 SGD |
1,628.48 MMK |
1,642.94 MMK |
2,863.40 MMK |
3,400.00 MMK |
|
Thailand |
1 THB |
65.12 MMK |
62.93 MMK |
109.68 MMK |
129.87 MMK |
ข้อมูลจากธนาคารกลางเมียนมา : https://forex.cbm.gov.mm/index.php/fxrate,Myanmar Market Price Application
1.3 ภาวะการลงทุน
1.3.1 มูลค่าการลงทุนตามรายประเทศนักลงทุนสำคัญ
ภาพรวมด้านการลงทุนทางตรงของต่างประเทศในเมียนมา (FDI) ในเดือน สิงหาคม 2569 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเมียนมา (Myanmar Investment Commission : MIC) อนุมัติโครงการไปแล้ว คิดเป็นมูลค่า 433.079 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ดังตาราง
ประเทศที่มีการลงทุนทางตรง FDI ในเมียนมา เดือนสิงหาคม 2569
|
อันดับ |
ประเทศ |
มูลค่าการลงทุน (ล้านเหรียญสหรัฐ) ส.ค.69 |
สัดส่วน (%) |
|
1 |
สิงคโปร์ |
133.559 |
30.84 % |
|
2 |
จีน |
32.642 |
7.54 % |
|
3 |
ฮ่องกง |
250.500 |
57.84 % |
|
4 |
ไทย |
1.810 |
0.42 % |
|
5 |
เกาหลีใต้ |
10.000 |
2.31 % |
|
6 |
ซามัว |
4.568 |
1.05 % |
|
รวม |
433.079 |
100% |

สำหรับมูลค่าการลงทุนของ 10 อันดับแรกของประเทศที่มีการลงทุนซึ่งต่างชาติเป็นเจ้าของแบบ 100 % ณ เดือน สิงหาคม 2569 มีมูลค่าทั้งสิ้น 42,956.647 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ยังคงลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด ได้แก่ 1) จีน 2) สิงคโปร์ 3)ฮ่องกง 4) เกาหลีใต้ 5) สหราชอาณาจักร และ 6) ไทย ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 6 มูลค่า 936.753 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จำนวน 25 โครงการ
มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เคยได้รับอนุญาตสะสม จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027
สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เคยได้รับอนุญาตสะสมจนถึงปีงบประมาณ 2026-2027 (ณ เดือน เมษายน 2569) มีมูลค่าทั้งสิ้น 96,388.942 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่เข้ามาลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ไทย 4) ฮ่องกง และ 5) สหราชอาณาจักร ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 3 มูลค่า 11,716.148 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 12.45 โดยมีโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว จำนวน 160 โครงการ
มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่ยังดำเนินการอยู่ จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศของโครงการที่ยังดำเนินการอยู่จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027 (ณ เดือน เมษายน 2569) มีมูลค่าทั้งสิ้น 74,977.754 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ยังคงลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ฮ่องกง 4) สหราชอาณาจักร และ 5) ไทย ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 5 มูลค่า 4,465.914 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 6.14 โดยมีโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จำนวน 103 โครงการ
1.3.2 มูลค่าการลงทุนตามประเภทสาขาการลงทุนที่สำคัญ
ในส่วนของอุตสาหกรรมที่ต่างชาติลงทุนในเมียนมาของปีงบประมาณ 2026 – 2027 ในเดือน เมษายน 2569 รายละเอียดดังตาราง
อุตสาหกรรมที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในเมียนมา
ปีงบประมาณ 2026-2027 (เม.ย. 69)
|
อันดับ |
ประเภทธุรกิจ | มูลค่า(ล้านเรียญสหรัฐ) เม.ย. 69 | สัดส่วน |
|
1 |
Manufacturing |
245.249 |
51.89 % |
|
2 |
Power |
68.750 |
14.55 % |
|
3 |
Services |
3.688 |
0.78 % |
|
4 |
Livestock&Fisheries |
2.500 |
0.53 % |
|
5 |
Agriculture |
0.525 |
0.11 % |
| รวม |
472.627 |
100% |
สาขาการลงทุนจากต่างประเทศที่ยังดำเนินการอยู่จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027

2. สถานการณ์การค้า (การนำเข้า-ส่งออก) ของเมียนมา
การค้าระหว่างประเทศเมียนมา (ข้อมูล GTA)
1. เมียนมามีการค้ารวมประมาณ 4-5 หมื่นล้านเหรียญ
2. เมียนมานำเข้าประมาณ 2.1-2.5 หมื่นล้านเหรียญ
3. เมียนมาส่งออกประมาณ 2.1-2.3 หมื่นล้านเหรียญ
อันดับของไทยกับการค้าเมียนมา
1. ไทย เป็นคู่ค้า ลำดับ 2 ของเมียนมา (รองจากจีน)
2. ไทย เป็นแหล่งนำเข้า ลำดับ 2 ของเมียนมา
(รองจากจีน) ไทยประมาณ 20% จีนประมาณ 50%
3. ไทย เป็นตลาดส่งออก ลำดับ 2 ของเมียนมา
(รองจากจีน) ไทยประมาณ 15% จีนประมาณ 40%



สถิติการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา (ข้อมูล GTA: ม.ค. – ก.ค. 69)
มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา (ม.ค. – ก.ค. 69)
หน่วย : ล้านเหรียญสหรัฐฯ
|
Export |
Import |
Trade Volume |
||||||
|
2026 |
2025 |
% |
2026 |
2025 |
% |
2026 |
2025 |
% |
|
Jan-Jul |
Jan-Jul |
change |
Jan-Jul |
Jan-Jun |
change |
Jan-Jun |
Jan-Jul |
change |
|
11,994 |
11,635 |
3 % |
13,258 |
13,679 |
–3 % |
25,373 |
25,525 |
–1 % |
GTA:GlobalTradeAtalas
ในเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2569 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศโดยรวมของเมียนมามีมูลค่า 25,373 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 1 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยในส่วนของการส่งออกมีมูลค่า 11,994 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 % การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศของเมียนมามีมูลค่า 13,258 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 3 % ทั้งนี้ ในเดือน มกราคม – กรกฎาคม 2569 เมียนมาขาดดุลการค้าเป็นมูลค่า 1,264 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
สินค้าที่เมียนมาส่งออก ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องแต่งกาย ก๊าซธรรมชาติ พืชพันธุ์ ผักต่างๆ สินแร่ รองเท้า ยางพารา ปลา สัตว์น้ำ ไม้ เมล็ดน้ำมัน อัญมณี เป็นต้น
สินค้าที่เมียนมานำเข้า ที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องจักรกล ผ้าทอ เส้นด้าย ยานพาหนะ พลาสติก เหล็ก ปุ๋ย เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ยา เป็นต้น
สถานการณ์การค้าระหว่างไทย – เมียนมา (ข้อมูลกรมศุลกากรไทย: ม.ค. – ส.ค. 69)
ตารางที่ 11 สรุปมูลค่าการค้าระหว่างไทย – เมียนมา
|
รายการ |
มูลค่า: ล้านเหรียญสหรัฐฯ |
อัตราขยายตัว (%) |
สัดส่วน (%) |
|||
|
2568 ม.ค.-ส.ค. |
2569 ม.ค.-ส.ค. |
2568 ม.ค.-ส.ค. |
2569 ม.ค.-ส.ค. |
2568 ม.ค.-ส.ค. |
2569 ม.ค.-ส.ค. |
|
|
มูลค่าการค้า |
5,080.25 |
5,175.34 |
5.59 |
1.87 |
1.14 |
0.91 |
|
การส่งออกของไทย |
2,980.51 |
3,352.97 |
11.52 |
12.49 |
1.33 |
1.26 |
|
การนำเข้าของไทย |
2,099.74 |
1,822.42 |
– 1.82 |
– 13.21 |
0.94 |
0.6 |
|
ดุลการค้าของไทย |
880.76 |
1,530.5 |
64.95 |
73.77 |
||
ที่มา : Thailand’s Trade Statistic (moc.go.th)
ปี 2569 มูลค่าการค้ารวมระหว่างไทยและเมียนมาระหว่าง เดือน มกราคม–สิงหาคม มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 5,175.34 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.87 จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยไทยมีการส่งออกไปยังเมียนมาเป็นมูลค่า 3,352.97 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.49 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับการนำเข้าสินค้าจากเมียนมามายังประเทศไทย มีมูลค่า 1,822.42 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 13.21 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ไทยได้ดุลการค้าเป็นมูลค่า 1,530.5ล้านเหรียญสหรัฐ
สินค้าที่ไทยส่งออกไปเมียนมา ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์ เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรอืนๆ เม็ดพลาสติก เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ปูนซิเมนต์ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ เป็นต้น

สินค้าที่ไทยนำเข้าจากเมียนมา ที่สำคัญ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ กาแฟ ชา เครื่องเทศ ลวดและสายเคเบิล ไม้ซูง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ กล้อง เสนส์และอุปกรณ์การถ่ายรูป ถ่ายภาพยนตร์ เสื่อผ้าสำเร็จรูป เป็นต้น

3. สถานการณ์สำคัญ
3.1 เมียนมาและไทยส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีและความร่วมมือระหว่างกันให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น
เมียนมาและไทยส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีและความร่วมมือระหว่างกันให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ด้วยความเข้าใจอันดีและความสัมพันธ์ที่ดีเป็นพื้นฐานความไว้วางใจที่มีให้กันของไทยและเมียนมา โดยนายต่อ ศรลัมพ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ได้ยื่นพระราชสาส์นตราตั้งต่อ ฯพณฯ นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ในโอกาสรับตำแหน่ง เอกอัครราชทูตไทยประจำเมียนมา เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 69 ณ ทำเนียบประธานาธิบดีเมียนมา กรุงเนปยีดอ รวมทั้งได้ หารือกันเรื่องต่างๆ เช่น การเยือนไทยของประธานาธิบดีเมียนมาเมื่อต้นเดือน ส.ค. 69 การเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และความร่วมมือกันบนพื้นฐานความไว้วางใจและความเข้าใจอันดีต่อกันของไทย-เมียนมา รวมทั้งได้หารือเรื่องเศรษฐกิจ การส่งเสริมและการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ การค้า การลงทุน ตลอดจนการค้าชายแดนและการสร้างความมั่นคง สันติภาพ และเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมี่ยนมา
ผลกระทบ/โอกาส การเข้ารับตำแหน่งของเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง รวมทั้งความสัมพันธ์อันดีต่อกันและความร่วมมือระหว่างไทย-เมียนมาอันแน่นแฟ้น เป็น “ทิศทางที่ดีและเป็นประโยชน์ร่วมกัน” ของไทยและเมียนมา ทั้งเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน แรงงาน พลังงาน สิ่งแวดล้อม รวมทั้งการพัฒนาและการแก้ไขปัญหา ซึ่งไทยและเมียนมามีการเยือนกันของผู้นำระดับสูงและมีเวทีหยิบยกหารือเรื่องต่างๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกัน
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ผู้ประกอบการไทยติดตามข้อมูลและสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ นโยบายเมียนมาด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเงิน ซึ่งเมียนมามีแนวโน้มผ่อนคลายกฎระเบียบและอำนวยความสะดวกธุรกิจ การค้า การลงทุน การเงิน มากยิ่งขึ้นตามความเหมาะสมในอนาคต ซึ่งความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและเมียนมา รวมทั้งการเยือนของผู้นำระดับสูงระหว่างกัน ทั้งผู้นำระดับสูงของไทยและผู้นำระดับสูงของเมียนมาที่เป็นกลไกพบหารือและส่งผลดีต่อเรื่องต่างๆ ช่วยสร้างความเชื่อมั่น สนับสนุนการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจและผ่อนคลายกฎระเบียบด้านเศรษฐกิจของเมียนมาต่อไป
ที่มา: สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง (สคต.ย่างกุ้ง)
3.2 เมียนมาส่งเสริมการผลิตในประเทศและส่งออก เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
เมียนมาส่งเสริมการผลิตในประเทศและส่งออก เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยใช้ศักยภาพของเมียนมา เช่น ทรัพยากรธรรมชาติ แร่ธาตุ การเกษตร กำลังแรงงาน ประสานความร่วมมือกับพันธมิตรในภูมิภาคและประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ เรื่องเทคโนโลยี ทักษะแรงงาน ยกระดับการผลิต คุณภาพมาตรฐาน และสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าที่ผลิตในเมียนมา ทั้งการผลิตเพื่อใช้ในเมียนมาทดแทนการนำเข้า (Import Substitution) และการส่งเสริมการผลิตในเมียนมาเพื่อส่งออกสร้างรายได้จากการส่งออก (Export Earning) ให้เมียนมา ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจเมียนมาเติบโตต่อไป
ผลกระทบ/โอกาส การส่งเสริมการผลิตในเมียนมาและการส่งออกจากเมียนมาเป็น “นโยบายสำคัญ” ของเมียนมา เพื่อใช้ในเมียนมาและทดแทนการนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปจากต่างประเทศ โดยรายได้การส่งออกจากเมียนมา (Export Earning) เป็นเรื่องสำคัญที่เมียนมาส่งเสริม เพื่อให้มีรายได้เข้าประเทศและมีเงินตราต่างประเทศเข้าเมียนมา ช่วยให้เมียนมาลดการขาดดุลการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งมีเงินตราต่างประเทศจากรายได้การส่งออกจับคู่กับการขอใบอนุญาตนำเข้าเมียนมา (Import License) สินค้านำเข้าเมียนมาและชำระค่าสินค้านำเข้าต่อไป ทั้งนี้ นอกจากการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อการผลิตภาคเกษตรและอุตสาหกรรมของเมียนมาแล้ว เมียนมามีการนำเข้าสินค้าสำเร็จรูป เช่น สินค้าอุปโภคบริโภคด้วย แต่มีสัดส่วนน้อยกว่าการนำเข้าเพื่อการผลิต เนื่องจากเมียนมาส่งเสริมให้ผลิตในเมียนมาทดแทนการนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปจากต่างประเทศ โดยทุกสินค้านำเข้าต้องขอใบอนุญาตนำเข้าสินค้า (Import License) ก่อนนำเข้าสินค้าสู่เมียนมา และมีแนวทางให้จับคู่กับรายได้การส่งออกจากเมียนมา (Export Earning) ประกอบการขอ Import License ด้วย
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะ นโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และเรื่องต่างๆ ของรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่ ซึ่งเมียนมาได้เปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น มีนโยบายและแนวทางการพัฒนาประเทศ บนพื้นฐานของความมั่นคง สันติภาพและการพัฒนาประเทศ รวมทั้งมีแนวโน้มที่ดีในการการผ่อนคลายกฎระเบียบ อำนวยความสะดวกทางธุรกิจ สร้างความเชื่อมั่นและได้รับการยอมรับมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีกับภาคธุรกิจ การค้า การลงทุน ทั้งธุรกิจเมียนมาและธุรกิจไทย โดย สคต.ย่างกุ้ง ยินดีสนับสนุนธุรกิจไทยคว้าโอกาสและก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมาต่อไป
ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)
3.3 เมียนมาส่งเสริมธุรกิจ MSMEs กระตุ้นการส่งออก เศรษฐกิจ การจ้างงาน
เมียนมาส่งเสริมธุรกิจ MSMEs (Micro, Small and Medium Enterprises) เพื่อกระตุ้นการส่งออก การขยายตัวทางเศรษฐกิจและการจ้างงานในเมียนมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมและขยายย่อยของเมียนมา (Ministry of Industry and MSME Development) ได้มอบนโยบายเมียนมา ในการส่งเสริมธุรกิจ MSMEs เพื่อกระตุ้นการส่งออกการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการจ้างงานในเมียนมา รวมทั้งการส่งเสริมธุรกิจ MSMEs และสินค้าในโครงการหนึ่งภาค หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OROP : One Region One Product) เช่น การผลิตและตัดเย็บเสื้อผ้า การผลิตอาหารกระป๋อง เนื้อสัตว์แช่แข็งและเนื้อสัตว์แปรรูป การผลิตพลาสติกและอุปกรณ์การเกษตร ตลอดจนการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เช่น Solar Cell เป็นต้น
ผลกระทบ/โอกาส การส่งเสริมธุรกิจ MSMEs และยกระดับการผลิตในเมียนมา “นโยบายสำคัญ” ของเมียนมา เพื่อพัฒนาธุรกิจ MSMEs ส่งเสริมการจ้างงาน และยกระดับการผลิตในเมียนมาเพื่อใช้และทดแทนการนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปจากต่างประเทศ รวมทั้งเป็น “โอกาสจับคู่ธุรกิจ” กับภาคเอกชนไทยในการสร้างเครือข่ายหรือเป็นพันธมิตรธุรกิจกับธุรกิจ MSMEs เมียนมา ในการพัฒนาธุรกิจและส่งเสริมการผลิตกับเมียนมาในสาขาที่เมียนมามีศักยภาพ เช่น การผลิตสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป การผลิตเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม การผลิตสินค้าอุตสาหกรรม พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ ธุรกิจบริการ
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะ การสร้างเครือข่าย เปิดโอกาสจับคู่ธุรกิจ เป็นพันธมิตรกับธุรกิจ MSMEs เมียนมา โดยใช้ศักยภาพธุรกิจไทย เช่น การสร้างมูลค่าเพิ่ม การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิต เครื่องจักร เทคโนโลยี องค์ความรู้ คุณภาพ มาตรฐาน ทักษะ การบริหารจัดการ เป็นต้น ช่วยพัฒนาธุรกิจ MSMEs เมียนมา และยกระดับการผลิตในเมียนมา สอดคล้องกับนโยบายเมียนมา เป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งไทยและเมียนมา โดยต่อยอดเติมเต็มศักยภาพซึ่งกันและกัน
ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)
3.4 เมียนมาส่งเสริมความร่วมมือเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรม
เมียนมาส่งเสริมความร่วมมือเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเมียนมา เข้าร่วมงาน China-Asean Forum ที่เมืองหนานหนิง ประเทศจีน โดยมีประเด็นน่าสนใจในงานสัมมนา เช่น เทคโนโลยี นวัตกรรม ดิจิทัล AI เป็นต้น รวมทั้งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีในภูมิภาค China-Asean เพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ดีขึ้น
ผลกระทบ/โอกาส ความร่วมมือและการถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ในการพัฒนาของเมียนมา โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมช่วยยกระดับธุรกิจ การผลิต การพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตประชาชน ที่เป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมต่อไป
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะ ความร่วมมือและการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือองค์ความรู้ที่ธุรกิจไทยมีศักยภาพ รวมทั้งการสร้างเครือข่าย เปิดโอกาสจับคู่ธุรกิจ เป็นพันธมิตรกับธุรกิจเมียนมา โดยใช้ศักยภาพธุรกิจไทย เช่น เทคโนโลยี องค์ความรู้ นวัตกรรม การสร้างมูลค่าเพิ่ม การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิต เครื่องจักร คุณภาพ มาตรฐาน ทักษะ ประสบการณ์ การบริหารจัดการ เป็นต้น เป็นพันธมิตรช่วยพัฒนาธุรกิจเมียนมา และยกระดับการผลิตในเมียนมา สอดคล้องกับนโยบายเมียนมา เป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งไทยและเมียนมา โดยต่อยอดเติมเต็มศักยภาพซึ่งกันและกัน
ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)
3.5 สถานทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง และทีมประเทศไทย ลงพื้นที่ท่าขี้เหล็ก-แม่สาย และเชียงตุง
สถานทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง และทีมประเทศไทย ลงพื้นที่ท่าขี้เหล็ก-แม่สาย และเชียงตุง ช่วงวันที่ 14-17 ก.ย. 69 นำคณะฯ โดยนายต่อ ศรลัมพ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ลงพื้นที่พบหารือและแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ได้พบหารือหน่วยงานเมียนมาเมืองท่าขี้เหล็กและเชียงตุง รัฐฉานตะวันออก รวมทั้งพบหารือท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเชียงราย ครอบคลุมทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งเมียนมาและไทย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อเนื่องต่อยอดจากการเยือนไทยของประธานาธิบดีเมียนมาเมื่อต้นเดือน ส.ค. 69 โดยได้หยิบยกประเด็นสำคัญหารือครอบคลุมทุกมิติ ทั้งเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม ประชาชน สำหรับเรื่องสิ่งแวดล้อม มีเรื่องอากาศ (ฝุ่นควันข้ามแดน) และเรื่องน้ำ (น้ำท่วมและสารปนเปื้อนในแม่น้ำ) ซึ่งไทยและเมียนมา มีความร่วมมือและแนวทางร่วมกัน รวมทั้งมีแผนการลงพื้นที่เรื่องสารปนเปื้อนในแม่น้ำโดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยและเมียนมาในระยะต่อไป สำหรับเรื่องความมั่นคง สันติภาพและการพัฒนา ไทยยินดีสนับสนุนให้เมียนมาเกิดสันติภาพ สงบปลอดภัย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อยอดเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน สังคม ประชาชน รวมทั้ง หารือเรื่องป้องกันปราบปรามการค้าอาวุธ สินค้าลักลอบผิดกฎหมาย ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ Scammer หลอกลวงออนไลน์และการค้ามนุษย์ สำหรับการค้าชายแดนได้หารือเรื่องส่งเสริมการค้าไทย-เมียนมา ด่านแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก เชื่อมโยงเมืองในเมียนมาทางเหนือ ได้แก่ เชียงตุง ตองจี มัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นโอกาสการค้าไทยและเมียนมา เป็นประโยชน์ร่วมกัน เพราะตลาดเมียนมามีความต้องการตลาด และนิยมสินค้าไทย แม้เมียนมาจะมีความท้าทายต่างๆ โดยเฉพาะการขอ Import License สินค้านำเข้าสู่เมียนมา
ผลกระทบ/โอกาส การลงพื้นที่ของสถานทูตไทย กรุงย่างกุ้ง และทีมประเทศไทย เป็นการต่อยอดความสัมพันธ์อันดีกับเมียนมาและเกิดการทำงานร่วมกัน เชื่อมโยงต่างประเทศ ต่างจังหวัด ส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคเอกชน โดยมีแนวทางให้ภาคธุรกิจปรับกลยุทธ์ เช่น การค้า 2 ทาง การใช้เงินบาท การจับคู่เงินต่างประเทศ (เช่น Export Earning รายได้ส่งออกจากเมียนมา) ประกอบการขอ Import License สินค้านำเข้าเมียนมา ซึ่งมีโอกาสให้ Import License เช่น สินค้าทุนและปัจจัยการผลิต (import for production) ผลิตในเมียนมา การเป็นพันธมิตรธุรกิจกัน โดยใช้ศักยภาพเติมเต็มกัน รวมทั้ง การค้าการผลิตยุคใหม่ เช่น การใช้เทคโนโลยี เครื่องจักร การแปรรูป การสร้างมูลค่าเพิ่ม การค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ข้าวโพดเมียนมาปลอดการเผา (ไทยนำเข้าเพื่อผลิตอาหารสัตว์) ซึ่งเมียนมาออกใบรับรองข้าวโพดปลอดเผาประกอบการส่งออกแล้ว ช่วยลดปัญหา PM2.5 ฝุ่นควันข้ามแดน เป็นต้น
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป กล่าวได้ว่า ไทยและเมียนมาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสำคัญต่อกันทุกมิติและไม่สามารถแยกจากกันได้ ซึ่งไทยและเมียนมามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในทุกระดับ ทั้งส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งมีความร่วมมือ การแชร์ข้อมูล กลไกการขับเคลื่อนและทำงานร่วมกัน โดยมีแนวทางสำคัญ คือ ประโยชน์ร่วมกัน ความสัมพันธ์ที่ดี ความเข้าใจอันดีต่อกัน การปรับกลยุทธ์ธุรกิจรองรับโอกาสและความท้าทายในทุกสถานการณ์
ที่มา: สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างก้ง (สอท.ย่างกุ้ง) รวมทั้ง
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง (สคต.ย่างกุ้ง) และทีมประเทศไทยในเมียนมา
3.6 เมียนมาส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมียนมาให้เติบโต และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
เมียนมาส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมียนมาให้เติบโต และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ประธานาธิบดีเมียนมา พลเอกอาวุโส มินอ่องไลง์ มอบนโยบายเรื่องส่งเสริมการเกษตรสมัยใหม่ของเมียนมา ปรับการเกษตรแบบดั้งเดิมเป็นอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร เพิ่มผลิตภาพ การแปรรูปสินค้าเกษตรและอาหาร สร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่การเกษตรและการผลิต สร้างรายได้ภาคเกษตร ลดต้นทุนและเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร เพิ่มการจ้างงาน พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมียนมาให้เติบโต ทั้งการบริโภคในเมียนมา รวมทั้งการส่งเสริมสินค้าเกษตรและอาหารที่ผลิตในเมียนมาส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ สิ่งสำคัญการใช้เทคโนโลยี เครื่องจักร ดิจิทัล ยกระดับการเกษตรและการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารในเมียนมาให้มีมูลค่าเพิ่ม คุณภาพและมาตรฐานสูงขึ้น
ผลกระทบ/โอกาส การส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของเมียนมาเป็น “นโยบายสำคัญ” ในการพัฒนาของเมียนมา และเป็น “โอกาส” ให้ภาคการเกษตรและภาคการผลิตในเมียนมา ยกระดับการเกษตรและการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารในเมียนมาให้มีมูลค่าเพิ่ม คุณภาพและมาตรฐานสูงขึ้น ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมียนมาให้เติบโต ทั้งการบริโภคในเมียนมา รวมทั้งการส่งเสริมสินค้าเกษตรและอาหารที่ผลิตในเมียนมาส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะ ความร่วมมือและการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือองค์ความรู้ที่ธุรกิจไทยมีศักยภาพ รวมทั้งการสร้างเครือข่าย เปิดโอกาสจับคู่ธุรกิจ เป็นพันธมิตรกับธุรกิจเมียนมา โดยใช้ศักยภาพธุรกิจไทย เช่น เทคโนโลยี องค์ความรู้ นวัตกรรม การสร้างมูลค่าเพิ่ม การเพิ่มผลผลิตและผลิตภาพด้านการเกษตร การพัฒนาสินค้าและการผลิต เครื่องจักร คุณภาพ มาตรฐาน ทักษะ ประสบการณ์ การบริหารจัดการ เป็นต้น เป็นพันธมิตรช่วยพัฒนาธุรกิจเมียนมา รวมทั้ง ยกระดับการเกษตรและการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารในเมียนมา สอดคล้องกับนโยบายเมียนมา โดยต่อยอดเติมเต็มศักยภาพซึ่งกันและกัน เป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งไทยและเมียนมา
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง
ตุลาคม 2569
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/eft6dwi3cq6ig9sz5xbgbr9y&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-7eGvU-MKJFFgpLfNTo9H

