พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง ว่า ความคืบหน้าการพิจารณาปรับค่าจ้างแรงงานในขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างการทบทวนรายละเอียดในหลายด้าน โดยเฉพาะการกำหนดค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน ซึ่งที่ประชุมให้ความสำคัญกับความแตกต่างของแต่ละสาขาอาชีพ ทั้งในด้านทักษะ ความยากง่าย และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ผลการประชุมทบทวนค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน 129 สาขาอาชีพในวันนี้ ที่ประชุมเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ
เนื่องจากแต่ละสาขาวิชาชีพมีลักษณะงานและระดับทักษะที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก รวมถึงมีเทคโนโลยีใหม่เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องนำปัจจัยเหล่านี้มาพิจารณาในการคำนวณค่าจ้าง
พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า ในการประชุมมีการหารือกันหลายด้านทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง โดยก่อนหน้านี้คณะอนุกรรมการได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวมาแล้วครั้งหนึ่ง ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ ซึ่งวันนี้ได้ข้อสรุปสำคัญ 2-3 ประเด็น
ประเด็นแรก ที่ประชุมเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการ ให้ใช้อัตราเพิ่มขึ้น 2.9% เป็นฐานเริ่มต้นในการคำนวณค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานในทุกสาขาอาชีพ
อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นเพิ่มเติมที่มอบหมายให้คณะอนุกรรมการกลับไปพิจารณาเพิ่มเติม เพื่อใช้ประกอบการกำหนดอัตราค่าจ้างให้เหมาะสมกับแต่ละสาขา โดยเฉพาะเรื่องอัตราค่าจ้างที่มีการจ้างจริงในตลาดแรงงาน
พ.ต.ท.วรรณพงษ์ ยกตัวอย่างว่า สาขาช่างซ่อมรถยนต์ กับสาขาช่างบำรุงรักษารถยนต์ แม้จะเกี่ยวข้องกับงานลักษณะใกล้เคียงกัน แต่ใช้ทักษะต่างกัน ดังนั้น หากใช้วิธีคำนวณอัตราเดียวกันทุกสาขา อาจไม่สะท้อนความเป็นธรรมต่อแรงงาน และไม่ช่วยส่งเสริมมาตรฐานฝีมือแรงงานจริง
นอกจากนี้ ยังต้องนำช่วงเวลาของการสำรวจอัตราค่าจ้างในแต่ละสาขามาพิจารณาด้วย เนื่องจากข้อมูลที่ใช้ประกอบการคำนวณมาจากช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ทำให้อัตราค่าจ้างที่กำหนดในแต่ละครั้งไม่เท่ากัน และบางส่วนยังมีระยะเวลาคงค้างอยู่
อีกประเด็นสำคัญ คือเรื่องทักษะที่จำเป็นในแต่ละสาขาอาชีพ ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าควรมีน้ำหนักสำคัญในการกำหนดค่าจ้าง เพราะสะท้อนถึงความสามารถของแรงงาน และเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ประกอบการและลูกจ้าง
พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า ทั้งฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลูกจ้าง และกระทรวงแรงงาน เห็นตรงกันว่าให้คณะอนุกรรมการกลับไปนำหลักเกณฑ์ทั้ง 3 ด้านไปคำนวณใหม่ โดยเชื่อว่าอัตราค่าจ้างจะปรับเพิ่มขึ้นทุกรายการ และจะไม่มีการปรับลดลง แต่แต่ละสาขาอาชีพอาจปรับขึ้นไม่เท่ากัน เนื่องจากมีรายละเอียดและปัจจัยแตกต่างกัน
ตั้งกรอบ 90 วัน ข้อสรุปต้องชัดเจน
สำหรับกรอบเวลาการดำเนินการ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 90 วัน เนื่องจากมีรายละเอียดจำนวนมาก แต่ระหว่างนี้คณะอนุกรรมการจะทยอยนำความคืบหน้าเสนอเข้าสู่ที่ประชุมทุก 30 วัน โดยสาขาใดที่ดำเนินการเสร็จก่อนก็สามารถเสนอพิจารณาได้ทันที
รับพิษเศรษฐกิจ-ต้นทุนพลังงาน ส่งผลตัดสินใจปรับค่าจ้าง
ส่วนประเด็นสภาพเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อการพิจารณาค่าจ้าง พ.ต.ท.วรรณพงษ์ ยอมรับว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ทั้งเรื่องเงินเฟ้อ สถานการณ์สงคราม และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมและภาคการจ้างงาน
โดยในการประชุมมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างจากผลกระทบดังกล่าว รวมถึงมีข้อเสนอให้กระทรวงแรงงานนำประเด็นต่าง ๆ ไปหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหอการค้าไทย เพื่อจัดการด้านแรงงานของประเทศ
ยกตัวอย่างภาคขนส่ง ซึ่งฝ่ายนายจ้างสะท้อนปัญหาเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน รวมถึงต้นทุนด้านต่าง ๆ ที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและการรักษาระดับการจ้างงาน
ผู้สื่อข่าวได้ถามต่อว่า ฝ่ายนายจ้างมีมุมมองว่ายังไม่ควรปรับค่าจ้างในช่วงนี้หรือไม่ จากสถานการณ์ด้านพลังงานที่เกิดขึ้น พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องการให้กลไกต่าง ๆ ดำเนินไปอย่างราบรื่น และลดผลกระทบทั้งต่อนายจ้างและลูกจ้าง ไม่ได้มองเฉพาะเรื่องการเพิ่มหรือลดค่าจ้างเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาหลายองค์ประกอบร่วมกัน เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถดำเนินต่อไปได้ พร้อมระบุว่า ความเดือดร้อนของลูกจ้างก็เป็นเรื่องสำคัญ และมีการหารือกันอย่างละเอียดในที่ประชุม
ยืนนยันเดินหน้าถก “ค่าแรงขั้นต่ำ”
ส่วนแนวโน้มการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งเป็นค่าจ้างแรกเข้าในปี 2569 พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า จะต้องมีการหารือกันอย่างแน่นอน แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและต้นทุนต่างๆ โดยเฉพาะด้านพลังงานที่ยังส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและการดำเนินธุรกิจ
“ยืนยันว่า เรื่องการพิจารณาปรับค่าจ้างขั้นต่ำจะมีการนำเข้าสู่การหารือแน่นอน แต่ขณะนี้ยังต้องรอดูสถานการณ์อีกระยะ เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ ยังไม่นิ่ง และยังมีสถานการณ์ใหม่เกิดขึ้นต่อเนื่อง”
เผยตัวเลขว่างงานยังน่าพอใจ
สำหรับแนวโน้มตลาดแรงงานและอัตราการว่างงานในปีนี้ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า จากตัวเลขที่รายงานในวันนี้ ยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และยังไม่ปรับเพิ่มขึ้นมากจนเกินไป ทั้งนี้ ต้องขอบคุณทั้งฝ่ายผู้ประกอบการและแรงงานที่พยายามประคับประคองให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ แม้อาจมีบางส่วนที่เกิดการเลิกจ้าง การปิดกิจการ หรือการชะลอตัวของอุตสาหกรรมใหม่ แต่โดยรวมสถานการณ์การจ้างงานยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ และยังมีโอกาสในการรักษาระดับการจ้างงานต่อไป
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/276314&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BBc_UIpnscJ__ap-aKyNo

