• Tue. May 5th, 2026

‘ดร.เอ้’ เปิดข้อมูลแห่งศตวรรษ เวียดนาม แซง ไทย เรียบร้อยแล้ว!

‘ดร.เอ้’-เปิดข้อมูลแห่งศตวรรษ-เวียดนาม-แซง-ไทย-เรียบร้อยแล้ว!‘ดร.เอ้’ เปิดข้อมูลแห่งศตวรรษ เวียดนาม แซง ไทย เรียบร้อยแล้ว!

5 พ.ค.2569- ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (ดร.เอ้) หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความว่า เรื่องใหญ่แห่ง “ศตวรรษ” เมื่อ “เวียดนามแซงไทย” ไม่ใช่เพราะค่าแรงถูก แต่เพราะ มุ่งมั่นสร้าง “คนคุณภาพสูง”

ข่าวด่วนๆ “เวียดนาม” แซง “ไทย” แล้วครับ!

เมื่อตัวเลข GDP (PPP) เปรียบเทียบเศรษฐกิจโดยดูว่า “เงินเท่ากัน ซื้อของได้เท่ากันไหม”

เวียดนาม = 1.885 ล้านดอลลาร์

ไทย = 1.881 ล้านดอลลาร์

“เวียดนาม” จึงมี GDP ชนะไทยไปเรียบร้อย

และมีแนวโน้ม จะทิ้งห่างขี้นทุกปี จากการเติบโตสูงกว่าไทยหลายเท่า…

หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องของ “การลงทุน” “โรงงาน” หรือ “FDI” มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ที่สูงกว่าไทย

แต่ถ้ามองลึกลงไปอีกชั้นหนึ่ง

จะเห็น “รากแก้ว” ของเศรษฐกิจเวียดนาม

คือ การสร้าง “การศึกษาคุณภาพ”

เวียดนามไม่ได้ชนะไทย เพราะโชค

แต่ชนะเพราะ เขาสอนคนให้ “ขยัน” และ “เก่ง”

มีข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจมาก

ผลสอบ PISA ของเวียดนามในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

เด็กเวียดนามทำคะแนน

คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การอ่าน

อยู่ในระดับ “ท็อปของโลก”

คะแนนยังสูงกว่า หลายประเทศที่พัฒนาแล้ว

นี่คือสัญญาณว่า

เขาไม่ได้แค่ “สร้างโรงงาน”

แต่เขากำลัง “สร้างสมอง”

และ “เวียดนาม” กำลังทำ 4 เรื่องนี้ อย่างจริงจังที่สุด

1. โฟกัสพื้นฐาน ที่ “ยาก” แต่ “จำเป็น”

ประเทศที่อยากโตเร็ว ร่ำรวย มีความมั่นคง

ต้องเก่ง “คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์”

เพราะสองอย่างนี้ คือ “พื้นฐาน” ของทุกสิ่งอย่าง

เวียดนามจึงไม่ลดมาตรฐาน

แต่ “ยกระดับความเข้มข้น”

เด็กเรียนคณิตจริง ไม่ใช่แค่สอบผ่าน

วิทยาศาสตร์ไม่ใช่ท่องจำ แต่เข้าใจทั้งระบบ

การเรียนเน้น “คิดวิเคราะห์”

เพราะ เรียน “ยาก” วันนี้ ชีวิต “ง่าย” วันหน้า

คนเวียดนาม ไม่ได้ถามลูกว่า

“ลูกจะเครียดไหม”

เพราะชีวิตจริง ต้องต่อสู้ ไม่มีใครไม่เครียด

แต่ถามว่า

“เด็กจะพร้อม กับโลกความจริงไหม”

2. ครูคือ “หัวใจ” ไม่ใช่แค่ “ผู้สอน”

เวียดนาม “ลงทุนกับครู” อย่างจริงจัง

การคัดเลือกครู “เข้มข้น”

สร้างระบบพัฒนาครู “ต่อเนื่อง”

ให้ความสำคัญกับวิชา “STEM”

ครูคณิต และวิทย์ คือ “คนฮีโร่ ของชุมชน”

เพราะแม้เแต่ชาวบ้านเวียดนาม ยังรู้ว่า

ถ้าครูไม่เก่ง เด็กไม่มีทางเก่ง

3. “การศึกษา” ถูกเชื่อมกับ “เศรษฐกิจ” อย่างแนบแน่น

เวียดนามไม่ได้สอนเพื่อสอบ แต่สอนเพื่อ “ทำงาน”

สาขา STEM ถูกผลักดัน อย่างชัดเจน

“มหาวิทยาลัย” ต้องเชื่อมกับ “อุตสาหกรรม”

นักศีกษาถูกปั้นให้ เข้ากับ “ห่วงโซ่อุปทาน” Supply Chain โลก

เมื่อโรงงานไฮเทคทั้ง Apple Nvidia Microsoft เข้ามา

เวียดนาม ไม่ได้แค่มี “แรงงาน”

แต่มี “แรงงานคุณภาพสูง”

นี่คือเหตุผลที่ ทำไมนักลงทุนไฮเทค ต้องไป “เวียดนาม”

4. คิดแบบ “วิศวกรประเทศ”

สิ่งที่ผมเห็นชัดมากคือ

เวียดนามกำลัง “ออกแบบคน”

เหมือนออกแบบโรงงาน

รู้ว่าต้องการอะไร ในอนาคต

ก็ผลิตคนตรงตามนั้น เช่น

ต้องการ “อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์” ต้องสร้างคนสาย STEM

ต้องการ “เทคโนโลยี AI” ต้องปั้นวิศวกร AI

ต้องการ “แข่งขันกับโลก” ต้องฝึกภาษาทั้งอักฤษ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น

“การศึกษาแบบเวียดนาม” ไม่ปล่อยไปตามธรรมชาติ

แต่คือ “ยุทธศาสตร์ชาติ”

แล้ว “ประเทศไทย”

เรามีคนเก่ง ไม่แพ้เวียดนาม แต่ “มีไม่พอ”

ปัญหา คือ เรา “ไม่ได้ออกแบบระบบ” ให้สร้างคนเก่งได้จำนวนมาก

เราเก่งเป็น “หย่อมๆ” เก่งเป็น “โรงเรียนๆ”

แต่โลกวันนี้ต้องการ “มวลจำนวนมากพอ” หรือ Critical Mass

คำถามที่ “สำคัญที่สุด”

“เราจะสร้างคนแบบไหน…ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า”

ถ้าเรายัง “สอนแบบเดิม”

เราจะได้ “ผลลัพธ์แบบเดิม”

ในโลก “ที่ไม่ได้เหมือนเดิม”

แปลตรงๆ หมายความว่า

ประเทศไทย กำลังสร้างคน “ตกยุค”

อุทธาหรณ์ “เวียดนามแซงไทย”

คือ เรื่องใหญ่แห่ง “ศตวรรษ” ของคนไทย

หรือถึงเวลา คนไทยเลิกอวยกันเอง จนไม่มองคนอื่นว่าเขาไปถึงไหนกันแล้วครับ.

เพิ่มเพื่อน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/990566/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KmpTqzfcP-ocYFpfQWgX6