• Sat. May 2nd, 2026

ฟื้นรถไฟเชื่อมไทย – มาเลเซีย เร่ง 3 ทางคู่ใหม่ บูมเศรษฐกิจใต้

ฟื้นรถไฟเชื่อมไทย-–-มาเลเซีย-เร่ง-3-ทางคู่ใหม่-บูมเศรษฐกิจใต้ฟื้นรถไฟเชื่อมไทย – มาเลเซีย เร่ง 3 ทางคู่ใหม่ บูมเศรษฐกิจใต้

กระทรวงคมนาคมประกาศแผนพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งทางรางให้เป็นขนส่งสำคัญของไทยเพื่อเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านและผลักดันสู่เป้าหมายการบินศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค โดยนโยบายของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งเร่งรัดให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ผลักดันโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ 3 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 1 แสนล้านบาท

โดย รฟท. ตั้งเป้าหมายจะเปิดประมูลรถไฟทางคู่ 3 เส้นทางหลักในภาคใต้ภายในปี 2569 ประกอบด้วย

  • ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กิโลเมตร วงเงิน 30,422 ล้านบาท
  • ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กิโลเมตร วงเงิน 66,270 ล้านบาท
  • ช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กิโลเมตร วงเงิน 7,772 ล้านบาท

ฟื้นรถไฟเชื่อมไทย - มาเลเซีย เร่ง 3 ทางคู่ใหม่ บูมเศรษฐกิจใต้

โดยเฉพาะโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ จะเป็นกุญแจสำคัญ เนื่องจากเป็นหนึ่งในโครงข่ายที่จะใช้เชื่อมต่อการขนส่งทางรางกับมาเลเซีย ซึ่งขณะนี้กรมการขนส่งทางราง ได้หารือร่วมกับมาเลเซีย เพื่อฟื้นชีพเส้นทางประวัติศาสตร์ “สุไหงโก-ลก – รันเตาปันจัง”

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เป็นประธานในการประชุมหารือเพื่อกำหนดท่าทีความร่วมมือด้านระบบรางระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยการประชุมครั้งนี้ได้กำหนดท่าทีประเทศไทยต่อความร่วมมือด้านรางไทย-มาเลเซีย ในการรื้อฟื้นเส้นทางประวัติศาสตร์สุไหงโก-ลก เพื่อยกระดับการค้าชายแดนและโลจิสติกส์ภูมิภาค

ฟื้นรถไฟเชื่อมไทย - มาเลเซีย เร่ง 3 ทางคู่ใหม่ บูมเศรษฐกิจใต้

นายพิเชฐ กล่าวว่า การหารือในครั้งนี้ สืบเนื่องจากข้อเสนอมาเลเซีย ที่ต้องการให้มีการรื้อฟื้นเส้นทางรถไฟระหว่างสถานีสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และสถานีรันเตาปันจัง รัฐกลันตัน ซึ่งหยุดให้บริการไปนานกว่า 20 ปี โดยที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการฟื้นฟูเพื่อกลับมาเชื่อมต่อการเดินทางและขนส่งสินค้าอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนใต้ได้

ฟื้นรถไฟเชื่อมไทย - มาเลเซีย เร่ง 3 ทางคู่ใหม่ บูมเศรษฐกิจใต้

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญที่จะส่งผลต่อโครงข่ายรางในอนาคต ได้แก่

โครงการพัฒนาระบบรางชายฝั่งตะวันออกของมาเลเซีย (East Coast Rail Link: ECRL) ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือน ม.ค. 2570 โดยมีสถานีโกตาบารู ห่างจากจุดเชื่อมต่อสุไหงโก-ลก เพียง 30 กิโลเมตร

โครงการรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางหาดใหญ่ – สุไหงโก-ลก ระยะทางประมาณ 215 กิโลเมตร ของประเทศไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับปริมาณการขนส่งที่จะเพิ่มขึ้นจากการเชื่อมต่อกับมาเลเซียในอนาคต

พิจารณาแนวทางปรับปรุงพื้นที่ตรวจปล่อยสินค้าทางราง ณ ด่านปาดังเบซาร์ โดยมีแผนพัฒนาพื้นที่รองรับการขนส่งสินค้า (Container Yard) เพิ่มเติม เพื่อลดความแออัดและแก้ข้อจำกัดด้านพื้นที่ของสถานีเดิม ซึ่งจะช่วยให้อำนวยความสะดวกด้านการค้าชายแดนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

“การหารือในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ความร่วมมือที่เกิดผลเป็นรูปธรรม และการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมข้ามพรมแดนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการสัญจรของประชาชน แต่ยังเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์และการแข่งขันของภูมิภาคในระยะยาว” นายพิเชฐ กล่าว

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1232134&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xv6FOz42hmxkJ_1K9-RI7