• Sat. Mar 7th, 2026

‘สงครามอิหร่าน’ สะเทือน ‘ท่องเที่ยว’ ปิดน่านฟ้า-ตั๋วแพง ลุ้นยอดต่างชาติ 36 ล้านคนปี 69

‘สงครามอิหร่าน’-สะเทือน-‘ท่องเที่ยว’-ปิดน่านฟ้า-ตั๋วแพง-ลุ้นยอดต่างชาติ-36-ล้านคนปี-69‘สงครามอิหร่าน’ สะเทือน ‘ท่องเที่ยว’ ปิดน่านฟ้า-ตั๋วแพง ลุ้นยอดต่างชาติ 36 ล้านคนปี 69

“เทียนประสิทธิ์” นายกสมาคมโรงแรมไทยหวั่น “สงครามอิหร่าน” สะเทือนยอด “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” เดินทางเข้าไทยปี 69 ยังลุ้นทะลุ 36 ล้านคน ฝ่าด่าน “ภูมิรัฐศาสตร์” ป่วนโลก แนะรัฐบาลใหม่เร่งออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศช่วงโลว์ซีซัน ชดเชยรายได้รวมการท่องเที่ยวที่หายไป ด้าน “เซ็นทารา-ไมเนอร์” ยันเปิดให้บริการโรงแรมทุกแห่งในตะวันออกกลางตามปกติ-ดูแลแขกใกล้ชิด

สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางปะทุอีกระลอกใหญ่ เมื่อสหรัฐร่วมวงอิสราเอล ทำสงครามกับอิหร่านเมื่อวันเสาร์ 28 ก.พ. 2569 ส่งผลให้หลายประเทศในตะวันออกกลางปิดน่านฟ้า และยกเลิกเที่ยวบินตามมา กระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า สงครามอิหร่านส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวไทยอย่างแน่นอน เพราะมีการปิดน่านฟ้า ยกเลิกเที่ยวบิน นักท่องเที่ยวตกค้าง ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทางได้ ต้องเข้าพักในไทยต่อ ขณะเดียวกันก็มีนักท่องเที่ยวอีกส่วนไม่สามารถเดินทางมาไทยได้ โดยปัจจุบันยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ชัดเจน ต้องรอประเมินอีกทีหลังจากเกิดเหตุครบ 1 สัปดาห์

“แน่นอนว่าตลาดหลักที่ภาคการท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบคือนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะมีการปิดน่านฟ้านานแค่ไหน แม้ว่าช่วงนี้จะเป็นโลว์ซีซันของนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง แต่ก็น่าเป็นห่วงว่าในช่วงไฮซีซันฤดูฝนของตลาดนี้ตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ส.ค. ยอดการเดินทางจะกลับมาเป็นปกติหรือไม่”

ส่วนนักท่องเที่ยวยุโรปเป็นอีกตลาดที่น่ากังวล เพราะบางส่วนต้องเปลี่ยนเส้นทางบินใหม่ จากเดิมต้องแวะเปลี่ยนเที่ยวบินในตะวันออกกลาง ทำให้มีค่าใช้จ่ายเรื่องตั๋วเครื่องบินสูงขึ้น แม้ว่าตอนนี้จะหมดหน้าไฮซีซันของตลาดยุโรปเที่ยวไทยไปแล้ว แต่เบื้องต้นคาดว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางจะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดยุโรปในช่วงโลว์ซีซันมากนัก ยอดจองน่าจะยังเป็นบวกอยู่เมื่อเทียบกับโลว์ซีซันปีที่แล้ว

ขณะที่นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่นๆ เช่น เอเชีย อาจจะมีบางส่วนราว 10-20% ที่กังวลเรื่องการเดินทาง มองว่าบรรยากาศตอนนี้ไม่น่าเที่ยว อาจชะลอการเดินทางหรือเลื่อนทริปเที่ยวไทยออกไปก่อน ทำให้รัฐบาลใหม่ที่อยู่ระหว่างการจัดตั้ง ควรเร่งพิจารณาออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อหารายได้มาหมุนเวียนชดเชย

“แต่ที่น่ากลัวที่สุดหลังเกิดการสู้รบในตะวันออกกลางคือ อาจลามถึงขั้นมีเหตุก่อการร้ายตามมา นักท่องเที่ยวทุกชาติอาจไม่อยากเดินทางไปไหน ในมุมผู้ประกอบการท่องเที่ยวจึงอยากให้รัฐบาลไทย ฝ่ายความมั่นคง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องยกระดับการดูแลความปลอดภัย ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายในไทย”

‘สงครามอิหร่าน’ สะเทือน ‘ท่องเที่ยว’ ปิดน่านฟ้า-ตั๋วแพง ลุ้นยอดต่างชาติ 36 ล้านคนปี 69 เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์

หวั่น “สงครามอิหร่าน” สะเทือนยอดต่างชาติเที่ยวไทย

นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนเกิดเหตุสงครามอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. สมาคมโรงแรมไทยคาดการณ์แนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยว่าน่าจะเกิน 36 ล้านคนในปี 2569 เนื่องจากสัญญาณตลาดนักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวดูดีมาก ไม่คาดฝันว่าจะไปถึง 30,000 คน/วันในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา ก่อนจะชะลอการเดินทางมาอยู่ที่ระดับ 16,000-17,000 คน/วันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยต่อวันของปี 2568 แต่พอเกิดสงครามอิหร่านที่เป็นปัจจัยควบคุมไม่ได้ ทำให้ยังต้องลุ้นว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยจะไปถึงระดับ 36 ล้านคนในปีนี้หรือไม่

ก่อนหน้านี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าหมายเชิงท้าทายในปี 2569 สร้างรายได้รวมการท่องเที่ยว 3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เทียบปี 2568 โดยจะดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 36.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11% สร้างรายได้รวมตลาดต่างประเทศ 2 ล้านล้านบาท และตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวไทย 210 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 4% สร้างรายได้ตลาดในประเทศ 1 ล้านล้านบาท

หลังจากปี 2568 ประเทศไทยมีรายได้รวมการท่องเที่ยว 2.7 ล้านล้านบาท จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.97 ล้านคน ลดลง 7.23% เทียบกับปีก่อน แม้ตลาดระยะใกล้ เช่น นักท่องเที่ยวมาเลเซียและจีน ซึ่งเป็นตลาด 2 อันดับแรกที่เดินทางเข้าไทยสูงสุดจะลดลง แต่ได้การเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากตลาดระยะไกล ทั้งยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา มีนักท่องเที่ยวสูงสุดเป็นประวัติการณ์รวมกว่า 10.8 ล้านคน ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยเดินทางในประเทศมีจำนวน 202 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2.7%

‘สงครามอิหร่าน’ สะเทือน ‘ท่องเที่ยว’ ปิดน่านฟ้า-ตั๋วแพง ลุ้นยอดต่างชาติ 36 ล้านคนปี 69

“เซ็นทารา” ยันเปิดให้บริการโรงแรมปกติ-ดูแลแขกใกล้ชิด

นายกันย์ ศรีสมพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน และรองประธานฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารากำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์ปัจจุบันในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด และมีการหารืออย่างต่อเนื่องกับหน่วยงานในท้องถิ่น โรงแรมทุกแห่งของเราในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และโอมาน ยังคงเปิดให้บริการและดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบ

“เรามุ่งเน้นที่จะสร้างความมั่นใจว่าแขกที่เข้าพักและพนักงานของเราจะรู้สึกปลอดภัย สะดวกสบาย และได้รับการดูแลสนับสนุนจากโรงแรม”

และเพื่อให้เป็นไปตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการ แขกที่ไม่สามารถเดินทางได้เนื่องจากเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม จะได้รับการสนับสนุนด้วยการจัดเตรียมการเข้าพักเพิ่มเติม (Extended Stay) จนกว่าจะสามารถเดินทางต่อไปได้ โดยทีมงานของเซ็นทาราพร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันตามความจำเป็น โดยเซ็นทารามุ่งมั่นที่จะรักษาสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและพร้อมต้อนรับแขกทุกคนในช่วงเวลานี้

‘สงครามอิหร่าน’ สะเทือน ‘ท่องเที่ยว’ ปิดน่านฟ้า-ตั๋วแพง ลุ้นยอดต่างชาติ 36 ล้านคนปี 69

กันย์ ศรีสมพงษ์

เตรียมแผนรับมือหารายได้ชดเชย

นายกันย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงแรมทุกแห่งของเครือเซ็นทาราในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ตัวอาคารไม่ได้รับความเสียหาย แต่แน่นอนว่าสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบเชิงลบต่อภาคการท่องเที่ยว ทั้งในทางตรงที่กระทบต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง และในทางอ้อมกับการเดินทางไปยังพื้นที่อื่นๆ เพราะหลายเมืองใหญ่ในตะวันออกกลาง เช่น ดูไบ เป็นฮับการบินสำหรับแวะเปลี่ยนเครื่อง พอมีการปิดน่านฟ้า ทำให้นักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลอื่นๆ โดยเฉพาะยุโรป ต้องเปลี่ยนเที่ยวบินไปเส้นทางอื่นแทน

“ในระยะสั้นจะมีนักท่องเที่ยวตกค้างอยู่ อย่างในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทางรัฐบาลของเขาก็ช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ อย่างคืนที่เกิดเหตุทางโรงแรมเซ็นทารา มิราจ บีช รีสอร์ท ดูไบ มีอัตราการเข้าพักสูงถึง 100% โดยเครือเซ็นทาราเตรียมแผนรับมือในการดูแลแขกอินเฮาส์ (In-house) รวมถึงการหารายได้เสริม เนื่องจากเราไม่ได้มีโรงแรมในภูมิภาคเดียว แต่ได้กระจายการลงทุนและรับบริหารโรงแรมในภูมิภาคอื่นไว้แล้วในช่วงที่โรงแรมแถบตะวันออกกลางได้รับผลกระทบโดยตรง ส่วนโรงแรมในมัลดีฟส์เป็นอีกจุดที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันในช่วงนี้”

โรงแรมเครือ “ไมเนอร์” มิดเดิลอีสต์ ยังเปิดบริการเต็มรูปแบบ

ด้านรายงานข่าวจากไมเนอร์ โฮเทลส์ ระบุว่า เครือไมเนอร์กำลังติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางและประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐทั่วสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ โอมาน และประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอ่าวอาหรับ โดยโรงแรมของเราทุกแห่งในภูมิภาคนี้ยังคงเปิดให้บริการและดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ความปลอดภัยและสวัสดิภาพของแขก พนักงาน และพันธมิตรของเราคือสิ่งสำคัญที่สุด และเรายังคงดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อให้มั่นใจได้ว่าสภาพแวดล้อมในโรงแรมของเรามีความปลอดภัยและสะดวกสบาย

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1223627&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2TBT0Y_F4hn7NtBhFm-Kkq