บรรยากาศการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน หลังสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติชะลอการเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ พบว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวทะเลตรังลดลงประมาณ 30%


เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดกิจกรรม “Smile@Trang” ไปเมื่อวันที่ 3–5 เมษายนที่ผ่านมา ณ สวนสาธารณะสมเด็จย่า 95 (เขาแป๊ะช้อย) อำเภอเมืองตรัง มีเป้าหมายเพื่อสร้างสีสัน กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้ และช่วยพยุงเศรษฐกิจในช่วงที่กำลังซบเซา โดยนำศิลปินและวงดนตรีมาจัดแสดงคอนเสิร์ตต่อเนื่อง 3 คืน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมจำนวนมาก
วัจนันท์ ศิลปวรณ์วิวัฒน์ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ ททท. เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมลักษณะนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างบรรยากาศความคึกคักในพื้นที่ และกระตุ้นให้คนไทยหันมา “เที่ยวใกล้บ้าน” มากขึ้น ซึ่งจะช่วยหมุนเวียนเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นได้ โดยหลังจากนี้ยังมีแผนจัดกิจกรรมต่อเนื่องในจังหวัดอื่น เช่น ปัตตานี ในช่วงปลายเดือนเมษายน

”การเที่ยวพื้นที่ใกล้บ้าน จะชูจุดขายช่วยเศรษฐกิจของท้องถิ่น การเดินทางสะดวก เป็นการท่องเที่ยวในระยะใกล้ๆ ซึ่งเทศกาลสมายแอ็ทตรัง ได้ช่วยสร้างสีสันสร้างบรรยากาศความคึกคักกับคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว หลังจากนี้ยังจะมีงาน ”สมายแอ็ดปัตตานี” ในช่วงวันที่ 24-25 เมษายน ที่ลานอบทอง จังหวัดปัตตานีอีกด้วย“
ด้านผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่ ‘ละอองภรณ์ ช่วยธานี’ ผู้จัดการลิบงการท่องเที่ยว สะท้อนว่า ช่วงสงกรานต์ปีนี้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังตรัง ส่วนใหญ่กว่า 80% เป็นคนในภาคใต้ ขณะที่นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่นลดลงอย่างเห็นได้ชัด แม้ราคาทัวร์ทะเลยังคงเดิมที่ประมาณ 950 บาทต่อคน แต่ต้นทุนด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซล ยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญ


“ภาพรวมการจองที่พักเริ่มชะลอตัว โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2 หลังสงกรานต์ ซึ่งปกติถือเป็นช่วงท่องเที่ยวสำคัญ แต่ปีนี้ยอดจองล่วงหน้าลดลง และมีการยกเลิกเพิ่มขึ้น ปัญหาหลักคือ ไม่มีการจองใหม่เข้ามาเติม นอกจากนี้ พฤติกรรมนักท่องเที่ยวยังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยนิยมจองที่พักแบบกระชั้นชิด หรือเดินทางแบบไม่วางแผนล่วงหน้า ขณะที่การใช้จ่ายในพื้นที่เมืองลดลง โดยเฉพาะสินค้าของฝากและของที่ระลึกที่ยอดขายหดตัวถึง 70-80%”
ผู้ประกอบการยังเผชิญปัจจัยลบจากภายนอก ทั้งราคาตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้น ข่าวลือเรื่องน้ำมันขาดแคลนในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 25% ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของนักท่องเที่ยว

ด้านสมาคมท่องเที่ยวและการโรงแรมจังหวัดตรัง จงกลณี อุสาหะ ที่ปรึกษาสมาคมท่องเที่ยวและการโรงแรม จ.ตรัง ประเมินว่า หากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในระยะยาวตลอดทั้งปี โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลางที่ลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่ตลาดจีนยังไม่ฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม ยังมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่ช่วยพยุงตลาดได้ เช่น นักท่องเที่ยวอินเดีย และนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย
“ในระยะต่อไป ผู้ประกอบการเตรียมปรับแผนการตลาด โดยเน้นดึงนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short-haul) จัดทำแพ็กเกจเชื่อมโยง ทะเล–เมือง–ภูเขา เพื่อเพิ่มระยะเวลาพำนัก รวมถึงพัฒนาจุดขายใหม่และสร้างเรื่องราวสินค้าในท้องถิ่น เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความแตกต่าง”

ขณะเดียวกัน มีข้อเสนอให้ผลักดันภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดตรังไปสู่แนวทาง “การท่องเที่ยวยั่งยืน” (Sustainable Tourism) พร้อมตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อวางแผนรับมือทั้งระยะสั้นและระยะยาว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-east-conflict-tourism-trang&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rZb1Gpp9hjy5lzyY4Kca-

