นพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า การจัดเทศกาลว่าวริมโขงที่เชียงของ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ถือเป็นครั้งแรกที่จะพลิกฟื้นให้มีกิจกรรมการท่องเที่ยวเกิดขึ้น ในโอกาสนี้ ได้รับความร่วมมือจากทางสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดเชียงใหม่ ผลักดันให้งานเกิดเป็นธูปธรรมขึ้นมา และยังได้ช่างฝีมือว่าวจากเมืองเหวยฟาง มณฑลซานตง และช่างฝีมือว่าวของไทย ร่วมกันจัดอบรม ให้เยาวชนไทยกว่า 100 คน ได้ฝึกการทำว่าว และร่วมกิจกรรมเล่นว่าวกับประชาชน และนักท่องเที่ยว
“โดยต่อไปเตรียมที่จะยกระดับให้เป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวประจำปี เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ระหว่างไทย-จีน”

ด้าน Mr.Lyu Sheng กงสุลฝ่ายพาณิชย์ สถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า คณะช่างฝีมือว่าวจากเมืองเหวยฟาง มณฑลซานตง สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้เป็นการเฉพาะ เพื่อเสนอทักษะงานฝีมือทำว่าว และใช้ว่าวเป็นสื่อกลางในการสานสัมพันธ์ต่อกันในฐานะที่เมืองเหวยฟาง และจังหวัดเชียงราย เป็นบ้านพี่เมืองน้องกัน เมื่อปี 2557 โดยเมืองเหวยฟาง ถูกขนานนามว่าเป็นนครแห่งว่าวของโลก ที่มีมรดกทางวัฒนธรรมทางด้านว่าวที่สิบทอดกันมาอย่างยาวนาน หวังว่าการร่วมมือกันในครั้งนี้ จะช่วยให้จีน และไทยเกิดความสัมพันธ์แน่นเฟ้นยิ่งขึ้น
Mr.Wang Weili รองหัวหน้าฝ่ายโฆษณา คณะกรรมการพรรคเขตเหวยเฉลิง เมืองเหวยฟาง มณฑลซานตง สาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่า เมืองเหวยฟาง ถือเป็นแหล่งกำเนิดเล่นว่าว และจัดเทศกาลเล่นว่าวนานาชาติติดต่อกันมา 42 ปีแล้ว มีนานาประเทศทั่วโลกเข้าร่วมกว่า 55 ประเทศ โดยในปี 2568 อุตสาหกรรมว่าวครบวงจรของเมืองเหวยฟางสามารถทำรายได้มากกว่า 1 แสนล้านบาท จากการส่งออกผลิตภัณฑ์ว่าวไปกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และครองส่วนแบ่งการตลาดโลกร้อยละ 85
“ในโอกาสครอบรอบครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ในปี 2568 สาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศไทย ได้ร่วมกันปล่อยว่าวในเทศกาลว่าวที่เมืองเหวยฟาง ถือเป็นทูตสันถวไมตรีบนท้องฟ้า การจัดงานเทศกาลว่าวริมฝั่งโขงที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เป็นครั้งแรกระหว่างเมืองเหวยฟาง กับอำเภอเชียงของ ในการแลกเปลี่ยนความรู้การทำว่าว วัฒนธรรมการเล่นว่าว การสร้างอาชีพจากการทำว่าวที่จะเกิดรายได้ต่อชุมชน และการท่องเที่ยวระหว่างไทย-จีน และพร้อมที่จะสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมเกี่ยวกับว่าวในอนาคต”

Mr.Xing Shunjian ช่างฝีมือว่าว สถาบันวิจัยศิลปะหัตถกรรมเมืองเหวยฟาง กล่าวว่า เมืองเหวยฟางที่ประวัติศาสตร์การทำว่าวมานานกว่า 2,000 ปี และวัฒนธรรมที่มีคุณค่า ปัจจุบันมีช่างฝีมือทำว่าวกว่า 80,000 คน ขณะที่สถาบันการศึกษาตั้งแต่ได้บรรจุหลักสูตรการทำว่างในการเรียนการสอน ระดับประถมจนถึงมหาวิทยาลัย และยังถือเป็นเมืองที่มีการผลิตว่าวครบวงจรใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีการผลิตว่าวแบบทำมือ 100%, การผลิตว่าวแบบทำมือร่วมกับเครื่องจักร และการทำด้วยเครื่องจักร โดยว่าวที่มีมูลค่าสูงสุดมีราคาถึงชิ้นละ 2.5 ล้านบาท
ในแต่ละปีที่มีการจัดเทศกาลว่าวนานาชาติ ในช่วงกลางเดือนเมษายนของทุกปี จะมีนักเล่นว่าวจากทั่วโลก มาเล่นว่าวไม่ต่ำกว่า 20,000 คน และเมืองเหวยฟาง ยังถือว่าเป็นผู้ผลิตว่าวขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ทำลายสถิติโลก มีความยาวอยู่ที่ 7 กิโลเมตร น้ำหนัก 6 ตัน ต้องใช้รถลาก และใช้เวลาในการปล่อยว่าวมากกว่า 5 ชั่วโมง ต้องใช้รถและการเดินทางมาไทยครั้งนี้พร้อมที่จะสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้การทำว่าวให้กับประเทศไทย

ขณะที่ ธันวา เหลี่ยมพันธ์ รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า อำเภอเชียงของเป็นเมืองชายแดนที่มีแม่น้ำโขงคั่นกลางระหว่างไทยกับ สปป.ลาว และสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนผ่านแม่น้ำโขง และการเดินทางด้วยรถยนต์ผ่านถนนอาร์ 3 A ผ่าน สปป.ลาว ไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างไทย-จีน จัดเทศกาลว่าวเป็นครั้งแรก จึงถือว่าเป็นกระชับความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทำให้การเล่นว่าวที่เคยจะสูญหายไปจากอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ได้กลับฟื้นกลับมาอีกครั้ง และยังช่วยสานต่อให้วัฒนธรรมการเล่นว่าวได้อยู่สืบทอดไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป ที่สำคัญ ในอนาคตอันใกล้นี้ยังเป็นการสร้างอาชีพให้กับชาวบ้านในชุมชนด้วยการใช้ไม้ไผ่ที่เป็นวัตถุดิบหาได้จากในพื้นที่มาสร้างรายได้ให้กับครอบครัว และคาดว่าการจัดงานครั้งต่อไปน่าจะเป็นช่วงเดือนธันวาคม 2569



———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/kites-serve-as-a-medium-to-foster-and-strengthen-friendship-between-thailand-and-china&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Rcxm9fRs-XE_KRlifanZo

