• Thu. Apr 30th, 2026

ธปท. เผยเศรษฐกิจ มี.ค.69 ทรงตัว สงครามเริ่มกระทบท่องเที่ยว-ส่งออก

ธปท-เผยเศรษฐกิจ-มีค.69-ทรงตัว-สงครามเริ่มกระทบท่องเที่ยว-ส่งออกธปท. เผยเศรษฐกิจ มี.ค.69 ทรงตัว สงครามเริ่มกระทบท่องเที่ยว-ส่งออก
ธปท. เผยเศรษฐกิจ มี.ค.69 ทรงตัว สงครามเริ่มกระทบท่องเที่ยว-ส่งออก

นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งระเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยศรษฐกิจไทยในเดือน มี.ค.2569 ทรงตัวจากเดือนก่อน โดยการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำปรับสูงขึ้นจากหมวดอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง รวมถึงหมวดอื่นที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยเฉพาะของบางบริษัท ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นตามการผลิตน้ำตาล และปิโตรเลียมหลังปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นไปในเดือนก่อน ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากทั้งการใช้จ่ายของรัฐบาลกลางและการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจบางส่วนเริ่มได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับลดลงมากโดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป แม้รายรับภาคท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตามจำนวนวันพักที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นผลชั่วคราวจากการปรับลดเที่ยวบินในช่วงสงคราม 

นอกจากนี้ การส่งออกไปตะวันออกกลางยังปรับลดลงมากในทุกหมวดสินค้า ส่วนการบริโภคภาคเอกชนแม้มีการเร่งซื้อสินค้าโดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าอุปโภคบริโภคจากความกังวลต่อการปรับขึ้นราคา แต่โดยรวมปรับลดลงตามการใช้จ่ายในหมวดโรงแรมและร้านอาหารเป็นหลัก สอดคล้องกับกิจกรรมในภาคบริการที่ลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ส่วนการลงทุนภาคเอกชนยังไม่เห็นผลกระทบจากสงครามชัดเจนแต่ลดลงหลังเร่งไปมากในช่วงก่อน

เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับมาอยู่ที่ระดับใกล้เคียงศูนย์จากที่ติดลบในเดือนก่อนจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานเป็นหลัก สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกและใกล้เคียงกับเดือนก่อน สะท้อนการส่งผ่านราคาที่ยังจำกัด แม้ราคาอุปกรณ์ทำความสะอาดและค่าโดยสารเครื่องบินปรับเพิ่มขึ้น ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลงจากการขาดดุลการค้าตามมูลค่าการนำเข้าที่เร่งขึ้น และดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่เกินดุลลดลง สำหรับตลาดแรงงานโดยรวมปรับดีขึ้น

ปราณี สุทธศรี

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ขยายตัวจากไตรมาสก่อน ทั้งจากด้านอุปสงค์และอุปทาน โดยด้านอุปสงค์ปรับดีขึ้นจากการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่โดยรวมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยี และอุปสงค์ในประเทศปรับดีขึ้นจากการบริโภคภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นตามการเร่งส่งมอบรถยนต์หลังสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0 รวมถึงการเร่งซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากความกังวลต่อการปรับขึ้นราคาในช่วงปลายไตรมาส ประกอบกับการลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายภาครัฐ 

สำหรับด้านอุปทาน การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้นตามการผลิตปิโตรเลียมหลังปิดปรับปรุงโรงกลั่นครั้งใหญ่ไปในไตรมาสก่อน ประกอบกับมีการขยายกำลังการผลิตของบริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ส่วนภาคบริการปรับเพิ่มขึ้นจากภาคการค้าเป็นหลัก สอดคล้องกับการผลิตและการส่งออกสินค้า อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจเริ่มได้รับผลกระทบจากสงครามในช่วงปลายไตรมาส สะท้อนจากการส่งออกไปยังตะวันออกกลางปรับลดลงมาก รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงโดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป

เสถียรภาพเศรษฐกิจในไตรมาส 1 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน จากหมวดพลังงานที่ลดลงตามค่ากระแสไฟฟ้าที่มีผลของฐานสูงในปีก่อน ขณะที่หมวดอาหารสดติดลบน้อยลงตามราคาข้าว สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน 

อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเริ่มได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นในช่วงปลายไตรมาส แต่การส่งผ่านต้นทุนไปราคาสินค้าและบริการในหมวดเงินเฟ้อพื้นฐานยังจำกัด ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลจากดุลบริการ รายได้ และเงินโอนเป็นสำคัญ สำหรับตลาดแรงงานปรับแย่ลงจากไตรมาสก่อน 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/741752&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0V3TT8GE7zli5a7qJftX9d