ท่องเที่ยวไทยผนึกรัฐ-เอกชนดูแลนักท่องเที่ยว รับผลกระทบตะวันออกกลาง
ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
ประสานความร่วมมือบูรณาการมาตรการดูแลนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยและแสดงความรับผิดชอบในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับโลก
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร อาทิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมในพื้นที่ภาคใต้ ได้เข้าติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง
โดยมุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินหรือแผนการเดินทาง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและความอุ่นใจสูงสุด
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ได้กล่าวถึงการทำงานในครั้งนี้ว่า “ประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยและความอุ่นใจของนักท่องเที่ยวทุกคน โดยภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างร่วมมือร่วมใจกันในการให้ความช่วยเหลือและดูแลนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ ซึ่ง ททท. จะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องให้ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง”
พร้อมระบุว่าสำนักงาน ททท. ในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักอย่างภูเก็ต กระบี่ และพังงา ได้ประสานงานดูแลทั้งเรื่องที่พักและการเดินทางอย่างใกล้ชิด ซึ่งสะท้อนถึงความพร้อมและความรับผิดชอบของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่น่าเชื่อถือและเป็นมิตรต่อคนทั่วโลก
สำหรับมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมประกอบด้วย
ด้านท่าอากาศยาน: ทอท. ได้เพิ่มการอำนวยความสะดวกด้านข้อมูล จัดเตรียมน้ำดื่มและพื้นที่รองรับผู้โดยสารที่รอเช็กอิน รวมถึงประสานงานกับสายการบินอย่างใกล้ชิด
ด้านที่พักและผู้ประกอบการ: สมาคมท่องเที่ยวและโรงแรมในจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ ได้ขอความร่วมมือสมาชิกให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทาง (Reschedule/Cancellation) สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง พร้อมเสนออัตราพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่จำเป็นต้องขยายระยะเวลาพำนัก
ด้านสายการบิน: มีการผ่อนผันเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงการเดินทาง และจัดหาโรงแรมที่พักเพื่อบรรเทาความกังวลของนักท่องเที่ยว
นอกจากมาตรการเฉพาะหน้าแล้ว ภาครัฐยังวางนโยบายเชิงรุก 2 ระยะคือ
– ระยะสั้นจะมุ่งกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศเพื่อรักษาการหมุนเวียนของเศรษฐกิจ
– ระยะยาวมีแผนผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “Second Hub” ทางการบิน เพื่อบริหารความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสทางการแข่งขันในตลาดโลก
ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบสามารถตรวจสอบสถานะเที่ยวบินได้ที่ AOT Contact Center โทร. 1722 หรือประสานขอความช่วยเหลือผ่าน TAT Call Center โทร. 1672 Travel Buddy และสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว โทร. 1155 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/738831&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tXJtNtNLWt_lRw6SNYmol

