• Wed. Mar 18th, 2026

ท่องเที่ยวกับการปรับเกมรับวิกฤต

ท่องเที่ยวกับการปรับเกมรับวิกฤตท่องเที่ยวกับการปรับเกมรับวิกฤต

อย่างไรก็ตาม ตลาดนักท่องเที่ยวในประเทศยังคงเป็นฐานสำคัญที่สามารถพยุงอุตสาหกรรมได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่าการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทยมีจำนวนมากกว่า 200 ล้านคน-ครั้งต่อปี และสร้างรายได้คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 60% ของรายได้รวมภาคการท่องเที่ยว ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าตลาดในประเทศไม่ใช่เพียงกลไกระยะสั้นในยามวิกฤต แต่เป็นเครื่องยนต์หลักที่สามารถเสริมเสถียรภาพให้กับระบบเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทยได้ หากได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ภาคเอกชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวควรเร่งปรับกลยุทธ์โดยให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศมากขึ้น ด้วยการกระจายความเสี่ยงตลาด ลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งในสัดส่วนสูงเกินไป และเสริมความแข็งแรงของตลาดในประเทศอย่างจริงจัง พร้อมทั้งพัฒนาโมเดลการจองแบบยืดหยุดกำหนดเงื่อนไขเลื่อนหรือยกเลิกได้ เพื่อลดความลังเลของนักเดินทางในช่วงที่สถานการณ์โลกผันผวน รวมถึงการโฟกัสกลุ่มลูกค้าคนไทย พัฒนาแพ็กเกจที่พักแบบ Staycation, Workation และ Family Travel ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคไทย สร้างประสบการณ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว ควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างรัดกุม

ในส่วนของภาครัฐ จำเป็นต้องเร่งดำเนินมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรอง การจัดกิจกรรมสัมมนาและการเดินทางขององค์กรภาคเอกชน ตลอดจนจัดมาตรการเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการที่อาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น พร้อมกันนี้ควรมีการสื่อสารเชิงรุกในระดับประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อผู้บริโภคและยืนยันภาพลักษณ์ความปลอดภัยของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

ในโลกที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นปัจจัยปกติ การสร้างความแข็งแรงจากฐานในประเทศคือยุทธศาสตร์สำคัญที่ต้องดำเนินการทันที การรอให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงก่อนแล้วจึงออกมาตรการ อาจทำให้การฟื้นตัวใช้เวลานานกว่าที่ควร ดังนั้น การเสริมความแข็งแกร่งของตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศควรถูกกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาวควบคู่กับการขยายตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในอนาคต

รวมถึง อโกด้า ก็มีเทรนด์ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะความยั่งยืน นักเดินทางชาวไทย 36% ระบุว่า ต้องการช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่าไว้สำหรับอนาคต รองลองมา 27% ต้องการให้การท่องเที่ยวสร้างประโยชน์โดยตรงต่อชุมชนและธุรกิจท้องถิ่น อีก 22% ให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสถานที่ และ 16% ของนักเดินทางชาวไทย ระบุว่า ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและปล่อยคาร์บอนให้น้อยลงในการเดินทาง สะท้อนให้เห็นว่านักเดินทางชาวไทยมองความยั่งยืนไม่ใช่เพียงเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นการท่องเที่ยวที่สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนท่องถิ่น     

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลอีกว่า นักเดินทางชาวไทยให้ความสนใจประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ผสมผสานความสนุกกับการสร้างผลกระทบเชิงบวก โดย 43% สนใจทัวร์และกิจกรรมที่ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นมากที่สุด ตามมาด้วยการเดินทางที่เปิดโอกาสให้สามารถร่วมดูแลธรรมชาติและชุมชน 25% ขณะเดียวกัน 18% ให้ความสำคัญกับตัวเลือกการเดินทางที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ 15% มองหาที่พักที่ได้รับการรับรองด้านความยั่งยืน สะท้อนความต้องการตัวเลือกการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่ครอบคลุมตลอดทั้งการเดินทาง.

รุ่งนภา สารพิน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/965482/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rKePMJH47F9qBMtHyZHtm