• Thu. Apr 30th, 2026

เจาะลึกท่องเที่ยว หยุดยาว ‘วันแรงงาน’ ไทยติด TOP 3 คนจีนเที่ยวต่างประเทศ

เจาะลึกท่องเที่ยว-หยุดยาว-‘วันแรงงาน’-ไทยติด-top-3-คนจีนเที่ยวต่างประเทศเจาะลึกท่องเที่ยว หยุดยาว ‘วันแรงงาน’ ไทยติด TOP 3 คนจีนเที่ยวต่างประเทศ

วันนี้ (วันที่ 30 เมษายน 2569) นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดถึง ผลการวิเคราะห์แนวโน้มการท่องเที่ยวขาออก นอกประเทศ (Outbound Travel) ของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงวันหยุดแรงงานจีน หรือ May Holiday 2026 ระหว่างวันที่ 1-5 พฤษภาคม 2569 โดย China Dragon Trail International (บริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดและการท่องเที่ยวในประเทศจีน) พบว่า 24% ของคนจีนที่มีแผนเดินทางต่างประเทศ ในปี 2569 เลือกเดินทางในช่วงวันหยุดดังกล่าว

ทำให้ช่วง วันแรงงาน ดังกล่าวกลายเป็น “หน้าต่างโอกาสเชิงยุทธศาสตร์” ที่สำคัญที่สุดสำหรับประเทศที่ต้องการดึงดูดเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวจีนระยะสั้นและระยะกลาง

ทั้งนี้จากการสำรวจความนิยมของจุดหมายปลายทาง ที่คนจีนเดินทางออกไปท่องเที่ยว พบว่า คนจีน เลือกที่จะเดินใน Intra-Regional หรือ ประเทศเอเชียใกล้จีน เป็นส่วนใหญ่

อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์

โดยนักท่องเที่ยวจีน เดินทางไปเที่ยวเกาหลีใต้ เป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 16.3% มาเก๊า 10.7% ครองอันดับ 2 ประเทศไทย 9% อยู่ในอันดับ 3 ฮ่องกง 6.7 % ติดอันดับ 4 ญี่ปุ่น 5.1% ตกมาอยู่อันดับ 5 ตามมาด้วย ออสเตรเลีย 4.5% สิงคโปร์ 4.5% มาเลเซีย 3.4% มัลดีฟส์ 2.8% นิวซีแลนด์ 2.8%

จากผลสำรวจดังกล่าวบ่งชี้ถึงสัญญาณบวกที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย เพราะคนจีนเดินทางมาเที่ยวไทย ช่วงวันแรงงานจีน คิดเป็นสัดส่วน 9% เพิ่มขึ้นจาก 5% ในปี 2568 แซงประเทศญี่ปุ่น ที่คนจีนเดินทางไปเที่ยว คิดเป็นสัดส่วน 5.1% ลดลงจาก 9.5% เนื่องจากมีปัจจัยกดดันจากปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีน-ญี่ปุ่น และข้อจำกัดด้านปริมาณเที่ยวบิน

ดังนั้นจึงแสดงให้ว่าไทย มีสัญญาณการฟื้นตัว ที่ชัดเจน และกลับมาอยู่ใน “กลุ่มที่ถูกพิจารณา” (Consideration Set) ของนักท่องเที่ยวจีนอีกครั้ง แต่ไทยยังไม่ใช่ “อันดับหนึ่งในใจ” (Top of Mind) ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่ภาคการท่องเที่ยวไทยต้องเร่งแก้เกม เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดคืนจากคู่แข่งในภูมิภาคนี้

การเดินทางเที่ยวต่างประเทศของนักท่องเที่ยวจีน ช่วง วันแรงงาน

สำหรับรูปแบบการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนในปี 2569 กำลังเปลี่ยนผ่านจากทริปสั้นแบบเร่งรีบ ไปสู่การเดินทางที่ยืดหยุ่นและขยายทริปยาวนานขึ้น โดย 44% ของนักท่องเที่ยว “ลาพักเพิ่ม” เพื่อขยายทริป 

ขณะที่ระยะเวลาการเดินทาง (Trip Duration) ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 3-5 วัน คิดเป็นสัดส่วน 48% ตามมาด้วยทริป 6-10 วัน มีสัดส่วนถึง 33% และกลุ่มที่เดินทางมากกว่า 10 วันขึ้นไป อยู่ที่ 11%

ส่วนงบประมาณการเดินทาง (Travel Spending)ต่อคน ของนักท่องเที่ยวจีน Segment หลัก มีงบประมาณอยู่ที่ 10,000-20,000 หยวน(ประมาณ 47,706-95,413 บาท) คิดเป็นสัดส่วน 28% Segment ระดับบน มีงบประมาณมากกว่า 50,000 หยวน (มากกว่า 238,466 บาท) คิดเป็น 15% และมีงบประมาณมากกว่า 100,000 หยวน (มากกว่า 476,987 บาท) คิดเป็นสัดส่วน 7%

แสดงให้เห็นว่าการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน ในปีนี้ ไม่ได้มองหาเพียงราคาที่ถูกที่สุด หรือ ประหยัด แต่ “เลือกใช้จ่ายกับประสบการณ์ที่มีคุณค่า” ขณะที่ตลาด Mass กับตลาดไฮเอนท์ เติบโตพร้อมกัน

นายอดิษฐ์ ยังกล่าวต่อว่า สำหรับวัตถุประสงค์ในการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน จะมีความต้องการใน 4 วัตถุประสงค์หลัก โดยความต้องการส่วนใหญ่ ต้องการการพักผ่อน (Relaxation & Leisure) สูงถึง 40%, อาหาร (Gastronomy) 29%, มองหาธรรมชาติ 28% ,วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ 28% นั่นหมายถึงนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่แสวงหาความหมายจากการเดินทาง หรือ “Experience-based tourism” แทนที่ sightseeing แบบเดิม

วันแรงาน ไทยติด TOP 3 คนจีนเที่ยวนอก

จากผลสำรวจดังกล่าว จึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ดังนี้ 1. กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ (Product Strategy) ต้องตอบโจทย์ 4 ความต้องการหลักให้ชัดเจน ได้แก่ Wellness/Beach Resort สำหรับการพักผ่อน, Thai Gastronomy Experience สำหรับกลุ่มคนรักอาหาร, Island/National Parks สำหรับกลุ่มรักธรรมชาติ และการนำเสนอ Heritage + Storytelling สำหรับกลุ่มที่สนใจวัฒนธรรม

2.กลยุทธ์การแบ่งส่วนตลาด (Market Strategy) ทริปสั้น (3-5 วัน) เน้นเจาะกลุ่มเมืองหลักที่เดินทางสะดวก เช่น กรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต ส่วนทริปขยายเวลา (Extended Trip) นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง (Multi-destination Cluster) เพื่อดึงดูดกลุ่มที่ลาพักเพิ่ม

ตลาดนักท่องเที่ยวจีนในช่วง May Holiday 2026 กำลังกลับมาด้วยศักยภาพที่สูงขึ้น แต่มาพร้อมกับการแข่งขันที่รุนแรงและความคาดหวังที่ซับซ้อนขึ้น ประเทศไทยมีสัญญาณการฟื้นตัวที่โดดเด่น แต่ความท้าทายคือการ ยกระดับจากตัวเลือกสำรองสู่ตัวเลือกหลัก ด้วยการยกระดับสินค้า เน้นย้ำประสบการณ์ที่มีคุณภาพและการสื่อสารที่เข้าถึงความต้องการใหม่ของนักท่องเที่ยวจีน เพื่อช่วงชิงตำแหน่ง Top Destination ในภูมิภาคนี้ นายอดิษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย

นอกจากนี้ในช่วงวันแรงงานปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังได้คาดการณ์ว่าตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย.-6 พ.ค. 2569 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวไทย 136,000 คน เพิ่มขึ้น 26% สร้างรายได้ 3,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27%

เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดเอ้าท์บาวด์จีน และการขยายเส้นทางบินตรง ที่จะมีเส้นทางบินใหม่ 3 เส้นทาง คือ หางโจว-ภูเก็ต, เซินเจิ้น-ภูเก็ต และ หยางโจว-สุวรรณภูมิ โดยนักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มเดินทางเข้าไทยตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน และมียอดการจองสูงสุดในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้

อีกทั้งไทยยังติด Top 3 ของนักท่องเที่ยวจีน โดยนักท่องเที่ยวกลุ่ม “Visa-friendly” (ประมาณ 20%) ยังคงเลือกมาไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย ประกอบกับเนื่องจากราคาบัตรโดยสารอาจปรับตัวสูงขึ้นกว่า 50% ทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นการจองล่วงหน้าแบบ “Early Lock-in” (6-12 สัปดาห์ก่อนเดินทาง) เพื่อคุมงบประมาณนั่นเอง

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/657936&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ZAFPXq-WhpB8KhLt3BKa-