• Sat. Mar 7th, 2026

สมช. ยกระดับคุมเข้มสถานทูตคู่ขัดแย้ง-แหล่งท่องเที่ยว สั่งเฝ้าระวังข่าวบิดเบือนสร้างแตกแยก

สมช.-ยกระดับคุมเข้มสถานทูตคู่ขัดแย้ง-แหล่งท่องเที่ยว-สั่งเฝ้าระวังข่าวบิดเบือนสร้างแตกแยกสมช. ยกระดับคุมเข้มสถานทูตคู่ขัดแย้ง-แหล่งท่องเที่ยว สั่งเฝ้าระวังข่าวบิดเบือนสร้างแตกแยก

“สมช. กางแผน 3 ด้านรับมือสถานการณ์ความขัดแย้ง สั่งตำรวจ-หน่วยข่าวกรองคุมเข้มสถานทูตคู่ขัดแย้ง“สหรัฐ-อิสราเอล-อิหร่าน” และแหล่งท่องเที่ยว พร้อมจับตาไซเบอร์สกัดข่าวบิดเบือน

ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เผยถึงมติ ที่ประชุมสมช.ว่า 1.ได้มอบหมายให้ทางตำรวจและหน่วยงานด้านการข่าว ไปติดตามเฝ้าระวัง สถานที่คู่ขัดแย้ง โดยเฉพาะ สถานที่เอกอัครราชทูต ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง และเรื่องของกิจกรรมต่างๆ ซึ่งทางตำรวจก็ได้มีการเตรียมการรองรับไว้แล้ว และมีแผนรองรับที่ชัดเจน 2.ติดตามบุคคลที่เข้าออกประเทศไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่จะนำมาซึ่งความไม่สงบเรียบร้อย ซึ่งตรงนี้จะมีมาตรการในการติดตามเพิ่มเติม และ3.เรื่องสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่มีการบิดเบือนสร้างความแตกแยก สร้างความขัดแย้ง ก็จะมีการติดตามตรวจสอบให้ถูกต้องเหมาะสม รวมถึงมิติทางด้านเศรษฐกิจที่ช่วงบ่ายวันนี้นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธาน โดยเบื้องต้นได้ให้กระทรวงพลังงานไปประเมินในเรื่องของน้ำมัน พลังงาน และมอบหมายกระทรวงพาณิชย์ ไปดูเรื่องเกี่ยวกับผลกระทบ ในเรื่องของการส่งออก และเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวถามว่า นักท่องเที่ยวทั้งอิหร่านและอิสราเอล ที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยจะมีการดูแลอย่างไร นายฉัตรชัย กล่าวว่า ขณะนี้พวกเขายังใช้ชีวิตปกติอยู่ ซึ่งทางฝ่ายความมั่นคงจะมีการเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด เราจะ ดูแลความปลอดภัยทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติประเทศไหนก็ตาม

เมื่อถามว่าจะมีการป้องกันภัยไซเบอร์อย่างไร เลขาฯสมช. กล่าว ว่า ที่ประชุม ได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานด้านการข่าวและทาง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ไปดำเนินการในเรื่องนี้ ยืนยันว่าเราให้ความสำคัญ เพราะโซเชียลฯ ไปบิดเบือนสร้างความขัดแย้ง ระหว่างกลุ่มคนต่างๆที่มีความเห็นไม่ตรงกัน 

เมื่อถามว่า จะมีความเข้มงวด ในสถานที่ท่องเที่ยวใดในประเทศไทยหรือไม่นายฉัตรชัย กล่าวว่า ทางฝ่ายตำรวจได้มีการดำเนินการ ดูแลอย่างเข้มงวด แล้ว ทั้งสถานทูตสหรัฐ สถาทูตอิหร่านและสถานทูตอิสราเอล รวมถึงประเทศที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/40715&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20ty1IMy0gC1fIMOGrqcZI