‘เบญจวรรณ ทับทิมทอง’ เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ จังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า จุดที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ จ.ชุมพร และ จ.ระนอง ซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกและเส้นทางเชื่อมต่อ โดย อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร จะมีเส้นทางรถไฟและมอเตอร์เวย์ตัดผ่านพื้นที่เกษตร ส่งผลให้ชาวบ้านต้องสูญเสียสวนทุเรียน มังคุด และปาล์มน้ำมัน บางรายถูกเวนคืนที่ดินทั้งหมด ขณะที่ อ.หลังสวน ซึ่งเป็นศูนย์กลางรวบรวมทุเรียนสำคัญของภาคใต้ อาจได้รับผลกระทบต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมผลไม้มูลค่าหลายแสนล้านบาท ส่วนฝั่ง จ.ระนอง ชุมชนประมงกังวลว่าการถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือน้ำลึกจะกระทบแหล่งประมงพื้นบ้านและเศรษฐกิจท่องเที่ยวของจังหวัด
อีกประเด็นที่ชาวบ้านกังวลคือผลกระทบจากการผลักดันร่าง พ.ร.บ. SEC ซึ่งมองว่าอาจเปิดทางให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนได้มากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.หลังสวน ที่มีการระบุว่าปัจจุบันมีผู้ประกอบการจีนเข้ามาดำเนินธุรกิจล้งทุเรียนผ่านนอมินีจำนวนมาก หากกฎหมายฉบับใหม่เปิดช่องให้ต่างชาติถือครองที่ดินหรือดำเนินธุรกิจได้สะดวกขึ้น ก็อาจส่งผลให้ธุรกิจท้องถิ่น ตั้งแต่สวนผลไม้ ร้านอาหาร โรงแรม ไปจนถึงธุรกิจรถเช่า ต้องแข่งขันกับทุนขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพสูงกว่า จนผู้ประกอบการ SME ไทยสูญเสียโอกาสในการประกอบอาชีพ และคนในพื้นที่อาจสูญเสียทั้งที่ดินทำกินและฐานเศรษฐกิจของชุมชน
นอกจากนี้ คนในพื้นที่ยังตั้งข้อกังวลถึงผลกระทบด้านความมั่นคงและคุณภาพชีวิต โดยมองว่าเส้นทางคมนาคมสายใหม่อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านอาชญากรรม การลักลอบขนยาเสพติด รวมถึงปัญหาการเวนคืนที่ดินที่หลายพื้นที่ในอดีตยังไม่ได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรม ทำให้ประชาชนจำนวนมากยังไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการชดเชยและการคุ้มครองสิทธิของรัฐ
ด้าน ‘เกตน์สิรี ทศพลไพศาล’ นักรณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร กรีนพีซ ประเทศไทย ระบุว่า จากการติดตามและศึกษาผลกระทบอย่างต่อเนื่อง พบว่าโครงการแลนด์บริดจ์มีแนวโน้มสร้างผลกระทบรุนแรงต่อระบบนิเวศชายฝั่งทั้งฝั่งระนองและชุมพร โดยเฉพาะการถมทะเลบริเวณ ‘ดอนตาแพ้ว’ ซึ่งเป็นแหล่งประมงพื้นบ้านสำคัญของระนอง และพื้นที่วางไข่ปลาทูในทะเลชุมพร ซึ่งมีบทบาทต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ การประมง การท่องเที่ยว และวิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่ง
กรีนพีซ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของโครงการยังไม่ชัดเจนเมื่อเทียบกับต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลพิสูจน์ให้ได้ว่าโครงการมีความจำเป็นและไม่สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อทรัพยากรธรรมชาติ หากไม่สามารถแสดงหลักฐานได้อย่างรอบด้าน ก็ควรยุติการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์และร่าง พ.ร.บ. SEC ก่อนที่การตัดสินใจในวันนี้จะกลายเป็นภาระและความสูญเสียที่ไม่อาจย้อนคืนได้ในอนาคต
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/864328&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3jTpwD4xKK8Z2o3SB016Yy

