• Fri. Jun 26th, 2026

เวียดนามขาดดุลการค้าในช่วง 5 เดือนแรกปี 2569

เวียดนามขาดดุลการค้าในช่วง-5-เดือนแรกปี-2569เวียดนามขาดดุลการค้าในช่วง 5 เดือนแรกปี 2569

เวียดนามขาดดุลดารค้าในช่วง 5 เดือนแรกปี 2569

image.png

ตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจของเวียดนาม ในช่วงเดือนแรกของปี 2569 มูลค่าการค้ารวม การนำเข้าและการส่งออก ของเวียดนามอยู่ที่ประมาณ 445,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมูลค่าการนำเข้าที่ 229,560 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ดุลการค้าพลิกกลับจากภาวะเกินดุลเป็น ขาดดุลการค้า โดยมีมูลค่าการขาดดุลสูงถึง 13,810 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ในการเสวนาหัวข้อเวียดนามท่ามกลางแรงกดดันจากภายนอกและโอกาสจากภายใน” ภายใต้กรอบ Vietnam Investment Forum 2026 Summer Summit (VIF 2569) ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงฮานอย เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ดร. Phan Duc Hieกรรมาธิการประจำคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและการคลังของรัฐสภาชุดที่ 16 กล่าวว่า แม้ว่าการเกินดุลทางการค้าของเวียดนามในช่วงปี 2567–2568 จะมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่การที่เวียดนามประสบกับการขาดดุลการค้าในระดับสูงในช่วง เดือนแรกของปี 2569 กลายเป็นประเด็นที่สร้างความประหลาดใจอย่างมาก นาย Nguyen Duy Linh ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ Saigon-Hanoi (SHS) เห็นว่า สาเหตุหลักของสถานการณ์ดังกล่าวมีอยู่ ประการ ได้แก่    (1) ความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน อันเป็นผลมาจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ในภาคตะวันออกกลาง และ (2) ผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐอเมริกา ปัจจัยทั้งสองประการนี้ส่งผลให้ภาคธุรกิจเร่งนำเข้าวัตถุดิบเพื่อการผลิตล่วงหน้า เพื่อสำรองไว้รับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 

แม้ว่าการเพิ่มขึ้นของการนำเข้า โดยเฉพาะวัตถุดิบเพื่อการผลิต อาจช่วยรองรับความต้องการผลิตในช่วงไตรมาส และ  ไตรมาส ของปี 2569 ได้ก็ตาม แต่ในอีกด้านหนึ่ง สถานการณ์ดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดของภาคธุรกิจภายในประเทศในการจัดหาวัตถุดิบและชิ้นส่วนป้อนเข้าสู่ภาคการผลิตของบริษัทที่มีเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ดำรงมาเป็นเวลานานในเศรษฐกิจเวียดนาม บริษัท FDI จึงยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากต่างประเทศ     เพื่อใช้ในการผลิต ด้วยเหตุนี้ ผู้เชี่ยวชาญมองว่าคอขวดที่แท้จริงของเวียดนามไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ แต่อยู่ที่ความสามารถในการใช้ประโยชน์จากเงินลงทุนดังกล่าวให้เกิดมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจภายในประเทศได้มากเพียงใด ปัจจุบัน ผลกระทบเชิงบวกของเงินทุน FDI ที่เชื่อมโยงสู่ภาคเศรษฐกิจภายในประเทศยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ส่งผลให้เวียดนามยังคงติดอยู่ในบทบาทฐานการผลิตแบบรับจ้าง (Assembly and Processing Base) และต้องพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากการนำเข้าเป็นอย่างมาก

เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าอย่างยั่งยืนด้วยแนวทางที่ครอบคลุม ผู้เชี่ยวชาญเสนอว่า เวียดนามจำเป็นต้องเร่งสร้าง ห่วงโซ่มูลค่าในประเทศ (Domestic Value Chain) เพื่อสร้างสมดุลและลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนเพื่อการผลิตของภาคธุรกิจ FDI โดยเฉพาะความมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน (Supporting Industries) ส่งเสริมนวัตกรรมทางเทคโนโลยี และยกระดับผลิตภาพแรงงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตภายในประเทศ ขณะเดียวกัน ภาครัฐอาจสนับสนุนให้เกิดผู้ประกอบการชั้นนำในประเทศที่มีศักยภาพเพียงพอในการขับเคลื่อนห่วงโซ่การส่งออกทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ รวมถึงกำหนดยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศอย่างเป็นระบบและเป็นมืออาชีพเพื่อสร้างเครือข่ายห่วงโซ่คุณค่าที่ยั่งยืนและเป็นของผู้ประกอบการเวียดนามเองในระยะยาว

ดังนั้น การขาดดุลการค้าในปัจจุบันจึงไม่ได้เป็นเพียงสัญญาณสะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคการผลิตเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจเวียดนามจำเป็นต้องเร่งแก้ไขจุดอ่อนของห่วงโซ่การผลิตภายในประเทศ เพื่อเสริมสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและพึ่งพาตนเองได้มากขึ้นในระยะยาว

(จาก https://www.vneconomy.vn/)

ข้อคิดเห็น สคต

การขาดดุลการค้าของเวียดนามในช่วง เดือนแรกของปี 2569 โดยขาดดุลการค้ามูลค่า 13,810 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากข้อมูลของกรมศุลกากรเวียดนาม (Vietnam Customs) สินค้าที่มีมูลค่าสูงและมีการเพิ่มขึ้นอย่างมากที่ส่งผลต่อการขาดดุลการค้าของเวียดนามในช่วง เดือนแรกของปี 2569 ได้แก่ (1) คอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน และ (2) น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โดยมูลค่าการนำเข้าคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วน      ที่ 88,219 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 57.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 และคิดเป็นร้อยละ 38.4 ของมูลค่า การนำเข้าทั้งหมดของเวียดนาม การเพิ่มขึ้นของการนำเข้าสินค้าดังกล่าวเป็นผลมาจากการขยายกำลังการผลิตของกลุ่มบริษัท FDI หลายแห่งในเวียดนาม อย่างไรก็ดี ระดับการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนภายในประเทศ (Localization Ratio) ยังไม่ได้รับการปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญ โดยอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลและวิศวกรรมการผลิตที่ร้อยละ 30 อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ร้อยละ 15–18 ขณะที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงมีอัตราการใช้วัตถุดิบภายในประเทศต่ำกว่าร้อยละ 15 สำหรับน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม นอกจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในภาคตะวันออกกลางแล้วการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบยังเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สะท้อนถึงความเปราะบางของห่วงโซ่การผลิตในเวียดนามต่อความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก โดยจากข้อมูลสถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนาม (General Statistics Office of Vietnam: GSO) มูลค่าการนำเข้าเชื้อเพลิง รวมถึงน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ที่ 8,433 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 38.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นมากกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าการค้าน้ำมันดิบทั้งหมดของเวียดนาม

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/ugyhzemxtsrn79ozw08wrlfo&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3OmR5JrHM_QvcNnDpoAt0t