• Sat. Sep 26th, 2026

“เนรมิตเมือง” และ “เทศกาลท้องถิ่นสร้างสรรค์” | เดลินิวส์

“เนรมิตเมือง”-และ-“เทศกาลท้องถิ่นสร้างสรรค์”-|-เดลินิวส์“เนรมิตเมือง” และ “เทศกาลท้องถิ่นสร้างสรรค์” | เดลินิวส์

รวมถึงได้ยกระดับศักยภาพนักขับเคลื่อนเทศกาลท้องถิ่นผ่าน “โครงการพัฒนาผู้ขับเคลื่อนเทศกาลสร้างสรรค์” (FESTIVAL CREATOR 2026) ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว 6 เทศกาลสร้างสรรค์ในฐานะแพลตฟอร์มเศรษฐกิจสร้างสรรค์เชิงพื้นที่

6 เทศกาล ใน 5 จังหวัด ได้แก่ เทศกาล Kenduri Seni Tolong Menolong 2026  จ.ปัตตานี TAK : A Taste of Roots เทศกาลรสชาติตาก จ.ตาก เทศกาลป๊ะกาด ศิลปะปลุกตลาด Vol.2 จ.เชียงราย เทศกาล Hug HeartYai – เทศกาลสร้างสรรค์ฟื้นใจเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา เทศกาล Singorama Art Fest 2026 จ.สงขลา และเทศกาลไทบ้านแลนด์แคมป์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่่งทั้ง 6 เทศกาลชี้ให้เห็นว่า “เทศกาล” ได้ทำหน้าที่เป็น เวทีให้คนในพื้นที่ได้แสดงศักยภาพ สร้างเครือข่าย ทดลองไอเดีย และสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

การสร้างแบรนด์เมือง (City Branding) ถือเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญที่ CEA นำมาใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคผ่านโครงการ “เนรมิตเมือง” (Neramyth City: Branding Cities into Creative Assets) ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง CEA การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ 9 เมืองต้นแบบ ได้แก่ เพชรบุรี สกลนคร นครศรีธรรมราช ปัตตานี ราชบุรี ลำพูน ศรีสะเกษ สิงห์บุรี และอุบลราชธานี

พันธิตรา สินพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักภาคกลางและกรุงเทพมหานคร สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้เข้อมูลเพิ่มว่า แนวคิดหลักของโครงการนี้คือ City Branding ไม่ใช่เพียงการออกแบบโลโก้ สโลแกน หรือมาสคอต แต่คือการทำงานอย่างลึกซึ้งร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ ชุมชน ศิลปิน นักสร้างสรรค์ และประชาชน เพื่อค้นหา “DNA” และยุทธศาสตร์ที่แท้จริงของเมืองผ่าน 3 ขั้นตอนสำคัญ คือ การวางกลยุทธ์แบรนด์เมือง (City Brand Strategy) การทดลองใช้แบรนด์เพื่อสร้างประสบการณ์จริง (Brand Activation) และการพัฒนาอัตลักษณ์ของแบรนด์เมือง (Brand Identity Development) ซึ่งผลลัพธ์จากการดำเนินงานในปี 2569 ได้สร้างความคืบหน้าที่โดดเด่นและเป็นรูปธรรมในหลายพื้นที่

อุบลราชธานี นำเสนอภาพจำอันเป็นเอกลักษณ์ “จริตอุบล Ubon the Beautiful Paradox” ส่วน สกลนคร เสนอ “สัปปายะสกล สุนทรียแห่งความธรรมดา” ถ่ายทอดอัตลักษณ์สำคัญที่ทำให้สกลนครแตกต่าง น่าจดจำ และเชื่อมโยงสู่การพัฒนาเมืองได้อย่างยั่งยืน เพชรบุรี ที่ชูความรุ่มรวยทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วัตถุดิบอาหารที่หลากหลาย ในชื่อ “เพชรบุรี City of Origins” ขณะที่ ลำพูน เมืองที่ใช้ชีวิตอย่างละเมียด ถ่ายทอดความตั้งใจและความพิถีพิถันที่ฝังอยู่ในวิถีชีวิต การทำงาน ธุรกิจ วัฒนธรรม ผ่าน “ละเมียดลำพูน Fine Lamphun”

สิงห์บุรี เมืองที่มีนักกีฬาทีมชาติ แชมป์โลก ช่างคราฟต์มรดกโลก ผ่าน “เมืองเล็ก หัวใจสิงห์ (คนเล็ก หัวใจสิงห์) Singburi Spirit” ส่วน ปัตตานี นำเสนอ “Di Pattani เป็นเรา เป็นปัตตานี” ด้วยความสามารถของผู้คนในการนําสิ่งที่พบเจอ มาตีความ ต่อยอด และสร้างโอกาสใหม่ในแบบของตัวเอง ศรีสะเกษ นำเสนอ “เมืองแห่งเสียงสร้างสรรค์” ไม่ว่าจะเป็นเสียงผู้คน ธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต หรือความคิดสร้างสรรค์เมื่อเสียงได้รับการรับฟังจะสามารถต่อยอดความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ได้เสมอ

นอกเหนือจากนั้น CEA ยังทำหน้าที่เป็นตัวเร่งในการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ผสาน “คน-เทศกาล-เมือง-ธุรกิจ-เครือข่ายนานาชาติ” เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้เทศกาลไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมที่จัดขึ้นแค่ปีละครั้ง แต่สามารถสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสร้างการรับรู้ให้กับเมืองได้อย่างต่อเนื่อง การดำเนินงานทั้งหมดนี้ของ CEA จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเมืองจะไม่กระจุกตัวอยู่เพียงแค่ในศูนย์กลาง แต่จะเกิดการกระจายโอกาส การเติบโต และรายได้ไปสู่ทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน เพื่อผลักดันให้ทุกจังหวัดของประเทศไทยกลายเป็นเมืองที่ “น่าอยู่ น่าลงทุน และน่าเที่ยว” อย่างแท้จริง

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6222034/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1x72JUUG0AOyiU1w4czNTb