• Thu. Sep 17th, 2026

“เควิน วอร์ช” ชี้ เงินเฟ้อสูง-เศรษฐกิจแกร่งเป็นปัจจัยหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ย : อินโฟเควสท์

“เควิน-วอร์ช”-ชี้-เงินเฟ้อสูง-เศรษฐกิจแกร่งเป็นปัจจัยหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ย-:-อินโฟเควสท์“เควิน วอร์ช” ชี้ เงินเฟ้อสูง-เศรษฐกิจแกร่งเป็นปัจจัยหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ย : อินโฟเควสท์

เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน หลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินในวันพุธ (16 ก.ย.) โดยคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 12-0 ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00%

ส่วนรายงาน Dot Plot ซึ่งแสดงการคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่เฟด ระบุว่า เจ้าหน้าที่ 16 รายจากทั้งหมด 18 ราย คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้

“เงินเฟ้อสูงเกินไป และยืดเยื้อนานเกินไป’

วอร์ชได้เน้นย้ำในระหว่างการแถลงข่าวว่า ทั้งตัวเขาและกรรมการคนอื่น ๆ ของเฟดไม่พึงพอใจกับระดับเงินเฟ้อในปัจจุบัน

“สิ่งที่เรามุ่งเน้นเป็นสำคัญคือภารกิจการสร้างเสถียรภาพด้านราคา แต่ข้อเท็จจริงที่เห็นได้ชัดในขณะนี้คือ เงินเฟ้อยังคงสูงเกินไป และยืดเยื้อมานานเกินไป” เขากล่าว

วอร์ชยังกล่าวด้วยว่า ข้อมูลที่มีการเปิดเผยในช่วงฤดูร้อนนี้ไม่ได้บ่งชี้ว่าอัตราดอกเบี้ยพื้นฐานอยู่ในทิศทางที่ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมระบุว่า หมวดสินค้าและบริการจำนวนมากในข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ล่าสุดนั้น ยังคงเพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับ 3% เมื่อพิจารณาในรอบ 6 เดือน และ 12 เดือน

ทั้งนี้ วอร์ชเฟดย้ำว่า คณะกรรมการ FOMC มีวัตถุประสงค์ที่แน่วแน่และมีนัยสำคัญ นั่นคือ การจ้างงานที่เต็มศักยภาพ การสร้างเสถียรภาพด้านราคา และการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สร้างมาตรฐานให้แก่ทั่วโลก

เสถียรภาพด้านราคาคือ “รากฐานสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจ”

วอร์ชเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างเสถียรภาพของราคาผู้บริโภค เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

“เสถียรภาพด้านราคาคือรากฐานสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจ และผมคิดว่าเราได้ก้าวสู่ขั้นตอนที่สำคัญในวันนี้เพื่อให้เป้าหมายดังกล่าวเกิดขึ้น โดยส่วนหนึ่งทำได้ด้วยการยกเลิกนโยบายผ่อนคลายทางการเงินตามที่ผมได้กล่าวไปก่อนหน้านี้” วอร์ชกล่าว และเสริมว่า เฟดสามารถยับยั้งผลกระทบในระลอกสองและระลอกสามจากวิกฤตเงินเฟ้อได้

การตัดสินใจของเฟดไม่ได้ถูกขับเคลื่อนโดยตลาด

วอร์ชกล่าวว่า “เราตัดสินใจในวันนี้โดยอิงจากการประเมินสถานการณ์ของเรา อิงจากการประเมินแนวโน้มการจ้างงาน และอิงจากดุลยพินิจของเราที่ต่อความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ บางครั้งตลาดก็พยายามคาดเดาผลลัพธ์ของเราล่วงหน้า ผมจะยังคงติดตามราคาในตลาดและดูว่าตลาดสะท้อนอะไรออกมา แต่การตัดสินใจในวันนี้คือการตัดสินใจของเราเอง”

ชี้แจง 3 ปัจจัยที่ทำให้เฟดเปลี่ยนใจขึ้นดอกเบี้ย

วอร์ชกล่าวว่า สิ่งที่ทำให้เฟดเปลี่ยนใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ คือ 3 ปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไปในระหว่างการประชุมครั้งนี้และครั้งก่อน โดยเขากล่าวว่า ข้อมูลในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในตลาดแรงงาน ขณะเดียวกัน เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงตลอดช่วงฤดูร้อน เมื่อเทียบกับเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% และสุดท้ายคือ ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีส่วนทำให้มุมมองของเฟดเปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม วอร์ชไม่ได้อ้างถึงสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางโดยตรง

“ปัจจัยทั้งสามประการนี้ นำไปสู่การตัดสินใจอย่างเป็นเอกฉันท์ในการประชุมครั้งนี้” วอร์ชกล่าว

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ของเฟดในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2566 โดยนับตั้งแต่นั้นมา เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 6 ครั้ง รวม 1.75%

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/649936&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2pWt8Qr-HdGIihpXUX0yi-