รอยเตอร์สรายงานว่าอาลี มาดานิซาเดห์ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจของอิหร่านออกมาแถลงผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (อังคารที่ 25 สค.) ประกาศว่าอิหร่าน “เตรียมความพร้อมรับมือกับการก่อการร้ายทางเศรษฐกิจของสหรัฐเอาไว้แล้ว” และว่าอิหร่านก็มีเครื่องมือของตัวเองและรู้ว่าจะเล่นเกมนี้อย่างไร การป้องกันตัวของอิหร่านไม่ได้เป็นการตั้งรับอีกต่อไปแล้ว พร้อมเตือนว่าศัตรูของอิหร่านรอจังหวะการโจมตีกลับได้เลย
มาดานิซาเดห์ยังกล่าวต่อว่าทั้งจีนและรัสเซียไม่มีใครเห็นด้วยและยอมรับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ แต่เขาก็เชื่อว่าพันธมิตรทางการค้าทั้งสองชาติของอิหร่านจะตอบปฏิเสธสหรัฐ
ก่อนหน้านี้โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนออกมาตอบปฏิเสธเสียงเรียกร้องของสหรัฐที่ให้ร่วมโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน โดยกล่าวว่ามาตรการคว่ำบาตรไม่ช่วยแก้ปัญหาสงครามตะวันออกกลาง
การแถลงของมาดานิซาเดห์มีขึ้นหลังจากที่สก็อต เบสเซสต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐออกมาประกาศวันดีเดย์ทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านเมื่อวานนี้ (จันทร์ที่ 24 สค.) เพื่อตัดทุกเส้นทางเศรษฐกิจของอิหร่าน รวมทั้งเตือนประเทศที่ช่วยอิหร่านให้รอดพ้นจากมาตรการคว่ำบาตรว่าอาจถูกขับออกจากระบบการเงินที่ใช้ดอลล่าร์ อย่างไรก็ตามเบสเซนต์กลับไม่ระบุรายชื่อประเทศที่อาจตกเป็นเป้าคว่ำบาตรตามอิหร่าน ไม่กำหนดวันเวลาในการบังคับใช้ นอกจากนี้ก็ไม่ได้ระบุบทลงโทษอิหร่าน โดยอ้างว่าต้องการให้เวลาประเทศและบริษัทต่างๆในการตัดสัมพันธ์กับอิหร่าน แถมถามย้อนกลับนักข่าวไปว่า “ผมจะทำลายระบบการเงินของโลกไปเพื่ออะไร?”
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่อบุคคล นิติบุคคล และเรือสินค้าจำนวน 60 ราย แต่รายชื่อดังกล่าวกลับไม่มีสถาบันการเงินของจีนที่สหรัฐสงสัยว่าอำนวยความสะดวกในการซื้อขายน้ำมันกับอิหร่านรวมอยู่ด้วย
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าสหรัฐกลัวจะถุกจีนตอบโต้หากประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อธนาคารจีน เนื่องจากคาดว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงจะพูดคุยหารือกันในเดือนกันยายนนี้เกี่ยวกับเรื่องการควบคุมการส่งออกแร่ธาตุหายากของจีน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องอ่อนไหว และสหรัฐต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากที่จะไม่สร้างความไม่พอใจให้จีน

