นายซัยยิด ตาฮา ฮุสเซน มาดานี ประธานสถาบันวิจัยด้านธรรมาภิบาลอัจฉริยะของอิหร่าน เน้นย้ำถึงความสำคัญของการกระจายพันธมิตรทางการค้าและการหลีกเลี่ยงการพึ่งพาทางเศรษฐกิจต่อประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป โดยระบุว่า การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศต่าง ๆ อย่างสมดุล จะช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความผันผวนทางการเมือง วิกฤตระหว่างประเทศ และแรงกดดันจากภายนอก
สำนักข่าวท้องถิ่น Mehr News Agency รายงานว่า นายมาดานีกล่าวในการประชุมเนื่องในวันส่งออกแห่งชาติของอิหร่านว่า การดำเนินความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศมหาอำนาจควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน ข้อตกลงที่ชัดเจน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการรักษาเอกราชในการตัดสินใจของประเทศ
เขาระบุว่า การพึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นประเทศในซีกโลกตะวันออกหรือตะวันตก อาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์แห่งชาติ ดังนั้น อิหร่านควรให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์จากศักยภาพทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเทคโนโลยีของประเทศต่าง ๆ โดยไม่สร้างความสัมพันธ์ที่นำไปสู่การพึ่งพาเชิงยุทธศาสตร์ นายมาดานียังเสนอให้การกระจายตลาดส่งออก เส้นทางการค้า และแหล่งจัดหาสินค้าสำคัญ เป็นส่วนหนึ่งของหลักการวางแผนเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางเศรษฐกิจและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาช่องทางการค้าจำนวนจำกัด
จีนยังเป็นหุ้นส่วนสำคัญ แต่ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์แห่งชาติ
สำหรับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีน นายมาดานีระบุว่า ความร่วมมือกับจีนมิใช่ประเด็นเชิงลบโดยตัวมันเอง โดยเฉพาะในช่วงที่อิหร่านเผชิญมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งบริษัทจีนบางแห่งยังคงเป็นช่องทางให้ประเทศสามารถเข้าถึงสินค้าและเทคโนโลยีที่บริษัทตะวันตกไม่สามารถจัดหาให้ได้
อย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่า ประเด็นสำคัญมิใช่การยุติความร่วมมือกับจีนหรือการพึ่งพาจีนเพียงฝ่ายเดียว แต่คือการประเมินว่าความร่วมมือในแต่ละสาขาสามารถช่วยพัฒนาขีดความสามารถภายในประเทศ เพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจอิหร่านได้มากน้อยเพียงใด
เขายังเตือนถึงแนวทางที่มุ่งมอบสิทธิประโยชน์ทางเศรษฐกิจในวงกว้างให้แก่ประเทศมหาอำนาจต่างชาติ โดยเห็นว่าการพัฒนาประเทศควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเพิ่มผลิตภาพ การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน
ยกระดับมาตรฐานสินค้าและความปลอดภัยของผู้บริโภค
ในส่วนของตลาดยานยนต์ นายมาดานีระบุว่า ประสบการณ์การนำเข้ารถยนต์จีนบางรุ่นทำให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงอุปกรณ์นิรภัย ระบบเบรก การจัดหาอะไหล่ และบริการหลังการขาย
เขาเน้นย้ำว่า การตัดสินใจนำเข้าไม่ควรพิจารณาเพียงราคาสินค้าหรือความสามารถในการจัดหาในระยะสั้นเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัย ความรับผิดชอบของผู้จำหน่าย ความต่อเนื่องในการจัดหาอะไหล่ และโอกาสในการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางเทคนิคด้วย
ทั้งนี้ นายมาดานียอมรับว่าจีนมีศักยภาพในการผลิตสินค้าและเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมเสนอให้อิหร่านคัดเลือกสินค้าและบริษัทต่างชาติโดยพิจารณาจากคุณภาพ เทคโนโลยี ราคา ความสามารถในการแข่งขัน และผลประโยชน์ของทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิตภายในประเทศ
กระจายความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
นายมาดานีสรุปว่า อิหร่านควรดำเนินความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจอย่างสมดุลกับประเทศต่าง ๆ ที่พร้อมร่วมมือบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน โดยไม่ผูกอนาคตทางเศรษฐกิจไว้กับกลุ่มอำนาจใดกลุ่มหนึ่ง เขาระบุว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยทั้งการเสริมสร้างศักยภาพภายในประเทศและการใช้ประโยชน์จากโอกาสในตลาดโลกอย่างเหมาะสม โดยมีผลประโยชน์แห่งชาติและความเป็นอิสระในการตัดสินใจเป็นหลักสำคัญของการกำหนดนโยบาย
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/pnomg0flldxc86vipejhhedz&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nSigkCZJV_ML5ty3D0jAA

