• Mon. May 4th, 2026

หอการค้าฯ ชี้ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ดันจับจ่าย รัฐช่วย 60% กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

หอการค้าฯ-ชี้-‘ไทยช่วยไทยพลัส’-ดันจับจ่าย-รัฐช่วย-60%-กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากหอการค้าฯ ชี้ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ดันจับจ่าย รัฐช่วย 60% กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
หอการค้าฯ ชี้ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ดันจับจ่าย รัฐช่วย 60% กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ไทยช่วยไทยพลัส หรือชื่อเดิม คนละครึ่งพลัสที่รัฐบาลกำลังเตรียมดำเนินการ ว่า จากที่ติดตามรัฐน่าจะช่วย 60% ประชาชนออก 40% เพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายของประชาชน ส่วนตัวตนมองว่าโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นมาตรการที่เห็นผลในด้านกระตุ้นการบริโภคโดยตรง เพราะช่วยให้ประชาชนกล้าจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังต้องรอความชัดเจนเรื่องเงื่อนไขและรายละเอียดจากภาครัฐ หลังเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการ

ส่วนข้อกังวลด้านฐานะการคลัง เชื่อว่ารัฐบาลยังสามารถบริหารจัดการได้ภายใต้กรอบวินัยการคลังเดิม โดยปัจจุบันสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ที่ประมาณ 66.6% จากเพดาน 70% จึงยังมีช่องว่างเหลืออีกประมาณ 4-5% ซึ่งคิดเป็นวงเงินหลายแสนล้านบาทที่ยังสามารถใช้ได้ นอกจากนี้ รัฐบาลอาจใช้งบประมาณจากการประหยัดรายจ่ายภาครัฐ เช่น ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น งดการเดินทางศึกษาดูงานต่างประเทศ รวมถึงนำงบกลางจากส่วนราชการต่าง ๆ มารวมกันเพื่อจัดสรรช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจยังเปราะบาง และได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากหลายปัจจัย 

อย่างไรก็ดี มองว่าเม็ดเงินของรัฐมีจำกัด ดังนั้นอาจต้องพิจารณาคัดกรองผู้ได้รับสิทธิตามความจำเป็น โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

นายวิศิษฐ์ กล่าวต่อไปอีก รัฐบาลต้องเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้สำหรับสถานการณ์ไม่คาดคิดในอนาคต เพราะหากใช้เม็ดเงินจนเต็มเพดาน 70% แล้วเกิดวิกฤตซ้ำซ้อน การจะไปขออนุมัติขยายเพดานหนี้จากสภาฯ ให้เป็น 75% จะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากลำบาก 

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ยังพอมีความหวังเติบโตจากภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และสินค้ามูลค่าสูงที่ยังมีแนวโน้มขยายตัว 

ขณะที่การส่งออกไปสหรัฐยังเดินหน้าได้ภายใต้อัตราภาษี 10% และอยู่ระหว่างการเจรจามาตรการทางการค้าเพิ่มเติม ส่วนสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด 

แต่หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลายจะช่วยลดแรงกดดันต่อต้นทุนสินค้าและการขนส่ง โดยเฉพาะภาคเกษตรและอาหารซึ่งยังสามารถส่งออกได้ เพียงแต่ต้นทุนภายในประเทศยังอยู่ในระดับสูง

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/658210&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Dhvk1exbI_hBOmBxH_Kh4