• Tue. Mar 10th, 2026

“หม่อมปลื้ม” วิเคราะห์ “ทรัมป์” ส่งสัญญาณถอย หวั่นวิกฤตเศรษฐกิจโลกจากช่องแคบฮอร์มุซ

“หม่อมปลื้ม”-วิเคราะห์-“ทรัมป์”-ส่งสัญญาณถอย-หวั่นวิกฤตเศรษฐกิจโลกจากช่องแคบฮอร์มุซ“หม่อมปลื้ม” วิเคราะห์ “ทรัมป์” ส่งสัญญาณถอย หวั่นวิกฤตเศรษฐกิจโลกจากช่องแคบฮอร์มุซ

“ม.ล.ณัฏฐกรณ์” วิเคราะห์ผ่านไทยรัฐนิวส์รูม “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งสัญญาณถอย หลังน้ำมันพุ่ง-หุ้นร่วง หวั่นวิกฤตเศรษฐกิจโลกจากช่องแคบฮอร์มุซ

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 10 มีนาคม 2569 ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล นักวิเคราะห์ข่าวการเมือง วิเคราะห์ประเด็น “เจาะเกมทรัมป์ สัญญาณเลิกสงคราม หลังอิหร่านสู้กลับเดือด” ในรายการไทยรัฐนิวส์รูม โดยระบุว่า ท่าทีของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เมื่อคืนนี้แตกต่างจากเมื่อวานซืนอย่างชัดเจน ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นราคาที่ต้องจ่ายเล็กน้อย เพื่อสกัดไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเหมือนเป็นการพยายามโน้มน้าวให้ทั่วโลกเห็นด้วยกับปฏิบัติการของสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ในการแถลงข่าวเมื่อคืนที่ผ่านมา ทรัมป์ กลับปรับท่าทีคล้ายกลับหลังหัน โดยระบุว่า ภารกิจทางทหารใกล้บรรลุเป้าหมายแล้ว และปฏิบัติการดำเนินไปเร็วกว่ากำหนดเดิมที่วางไว้ประมาณ 4 สัปดาห์ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ กล่าวว่า ท่าทีดังกล่าวส่งผลให้ตลาดน้ำมันโลกผันผวนอย่างรุนแรง โดยก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันล่วงหน้าพุ่งขึ้นกว่า 20% หลังทรัมป์ให้สัมภาษณ์บนเครื่องบิน แต่เมื่อคืนกลับปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นการแกว่งตัวภายใน 2 วัน หรือ 2 days swing ที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

พร้อมมองว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทรัมป์ ต้องปรับท่าทีภายในเวลาเพียงวันเดียว คือแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับตัวลดลงอย่างหนัก โดยเฉพาะความกังวลช่องแคบฮอร์มุซอาจถูกปิด ซึ่งจะส่งผลต่อการขนส่งพลังงานของโลก หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดจริง จะไม่ใช่เพียงแค่ราคาน้ำมันสูงขึ้น แต่จะนำไปสู่ภาวะขาดแคลนพลังงาน เพราะไม่สามารถขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติทางทะเลได้ ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ “Code RED” (ระดับอันตราย) ที่อาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก หรือ Global recession

นอกจากนี้ ยังมีปฏิกิริยาจากยุโรป โดยประธานาธิบดีฝรั่งเศส ได้สั่งเตรียมภารกิจทางทหารเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่แผนของสหรัฐฯ คือให้เรือรบคุ้มกันเรือขนส่งสินค้า เพื่อให้สามารถผ่านช่องแคบได้ ทั้งนี้ แม้จะมีเรือรบสหรัฐฯ และฝรั่งเศสคุ้มกัน แต่บรรยากาศของการเดินเรือก็ยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เพราะอิหร่านประกาศพร้อมยิงตอบโต้ หากเกิดการปะทะกันจริง การขนส่งสินค้าทางทะเลในภูมิภาคนั้นอาจหยุดชะงักทั้งหมด พร้อมอ้างถึงบทวิเคราะห์ของสื่อสหรัฐฯ ที่ระบุว่า ทรัมป์ต้องตัดสินใจว่าจะปล่อยให้เกิดความโกลาหลในการเดินเรือทั่วโลกหรือไม่ หากเรือรบตะวันตกปะทะกับอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ผลกระทบจะลุกลามไปยังเรือสินค้าทุกลำในภูมิภาค

ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เชื่อว่าแรงกดดันดังกล่าวทำให้ทรัมป์ มีแนวโน้มถอยก่อน เพื่อหวังให้อิหร่านค่อยๆ ผ่อนคลายสถานการณ์และเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้ใช้งานได้ตามปกติ แม้ว่าขณะนี้ยังไม่เกิดขึ้นก็ตาม นอกจากนี้ มีรายงานว่ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ส่งสัญญาณว่า หากประเทศใดขับไล่ทูตของสหรัฐฯ และอิสราเอล อิหร่านอาจเปิดเส้นทางเดินเรือให้ แต่เชื่อว่าไม่มีประเทศใดต้องการมีปัญหากับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในเวลานี้ เขาประเมินว่าอิหร่านมีเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในการตัดสินใจว่าจะตอบรับสัญญาณลดความตึงเครียดของสหรัฐฯ หรือไม่ โดยเมื่อคืน ทรัมป์ได้ทอดสะพานผ่านการแถลงข่าวว่าเพียงพอแล้ว และไม่ได้ตั้งเป้าจะกำจัดผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน พร้อมระบุว่าประชาชนอิหร่านควรเป็นผู้เลือกผู้นำของตนเอง หากอิหร่านตอบรับและเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้ใช้งานได้ตามปกติ บรรยากาศในภูมิภาคอาจนำไปสู่สันติภาพ แม้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจะยังคงตึงเครียดก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ม.ล.ณัฏฐกรณ์ มองด้วยว่า ความเชื่อมั่นของประเทศในอ่าวเปอร์เซีย เช่น กาตาร์, บาห์เรน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย ได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลังอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนในประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ความสัมพันธ์ในภูมิภาคเสียหายและยากจะกลับไปเหมือนเดิม และยังประเมินอีกว่า ปฏิบัติการของสหรัฐฯ และอิสราเอล สามารถสร้างความเสียหายต่อกองกำลังอิหร่านได้มาก ทั้งการสังหารนายทหารระดับสูงจำนวนมาก และการทำลายเรือรบจำนวนหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นโค่นล้มระบอบการปกครอง

ม.ล.ณัฏฐกรณ์ กล่าวสรุปว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ทำให้สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ระดับหนึ่ง แต่หากเดินหน้าต่อไป ความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกอาจรุนแรงเกินรับไหว จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทรัมป์เริ่มส่งสัญญาณลดระดับความขัดแย้ง ทรัมป์พูดว่า “เราชนะในหลายทางแล้ว แต่ยังชนะไม่มากพอ” คำกล่าวนี้อาจเป็นการเผื่อไว้ หากมีการปฏิบัติการต่อ อย่างไรก็ตาม มีการมองว่าอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเริ่มพักรบ ลดระดับการสู้รบลง เนื่องจากขีปนาวุธสกัดเริ่มลดน้อยลงและผลิตไม่ทัน อีกมุมหนึ่งอาจต้องการให้อิหร่านหยุดการตอบโต้ เพราะลูกจรวดที่ใช้ยิงสกัดเหลือน้อยลง.

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2919140&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39Sh51eXsljlnCiNuc3Psw