• Wed. May 6th, 2026

‘หนู’ ถอยตั้งหลัก มึนใช้แลนด์บริดจ์ขนผัก

‘หนู’-ถอยตั้งหลัก-มึนใช้แลนด์บริดจ์ขนผัก‘หนู’ ถอยตั้งหลัก มึนใช้แลนด์บริดจ์ขนผัก

หลังรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล ออกตัวแรงล้อฟรีเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง โดยให้ ‘โกเกี๊ยะ’ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม แม่ทัพภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นตัวขับเคลื่อน

แต่บังเอิญ ‘โกเกี๊ยะ’ เพิ่งเสียทรงจากการแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนมาหมาดๆ ยังล้างคราบน้ำมันออกจากตัวไม่หมด เมื่อมาหยิบจับโครงการมูลค่า 1 ล้านล้านบาท ที่มีคำถามในตัวมากมาย แถมยังเร่งรีบรุกลี้รุกรนจนเกินงามอีกต่างหาก

การปัดฝุ่นโครงการแลนด์บริดจ์ ที่เป็นนโยบายหาเสียงเก่าของ ภท.ตั้งแต่ปี 2562 จึงเรียกเสียงต้านจากรอบทิศทาง เป็นกึ่งๆ มาฆบูชาการเมือง ของกลุ่มปกป้องสิ่งแวดล้อมและหวงแหนแผ่นดินเกิด ไม่ให้นำไปประเคนต่างชาติ

สารพัดข้อมูลในเชิงผลกระทบ จึงทะลักออกมาจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ถูกนำมาตีแผ่บนหน้าสื่อ เผยแพร่ให้อ่านกันว่อนโลกโซเชี่ยล โดยเฉพาะการเปิดไส้ในร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC ที่ไปก๊อปปี้ พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC มาทั้งดุ้น

โดยบทเรียนจาก EEC นั้น นรเศรษฐ์ ปรัชยากร สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ออกมาทักท้วงโครงการแลนด์บริดจ์ และเสนอเป็นญัตติเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภา ได้ชี้ให้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นว่า EEC ทำให้ภาคตะวันออกตอนนี้ แทบจะกลายเป็นแหล่ง “กลุ่มทุนศูนย์เหรียญ” ไปแล้ว เพราะกฎหมายต่างๆ สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก

ด้านฝ่ายค้าน พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน(ปชน.) ประธานวิปฝ่ายค้าน ก็ประกาศจับตามองโครงการนี้ด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดกับ พ.ร.บ. SEC ซ้ำรอย พ.ร.บ.EEC จึงจะเสนอญัตติให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบเพื่อประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.SEC ต่อไป

จากกระแสรุมต้านและการตั้งคำถามแบบรัวๆ ข้างต้น ทำให้รัฐบาลอนุทิน 2 ยอมรั้งม้า ลดความเร็วโครงการลง โดยถอยกลับมาตั้งหลักให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษา 90 วัน พร้อมเปลี่ยนตัวผู้เล่นจาก ‘โกเกี๊ยะ’ มาใช้บริการ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯ และ รมว.คลัง ซึ่งเป็นยาสามัญประจำครม.แทน  

ขณะที่รองนายกฯ พิพัฒน์ ซึ่งนาทีนี้มีปัญหาภาพลักษณ์ ช้ำเลือดช้ำหนองไปแล้ว ก็ถือโอกาสถอยห่างออกจากโครงการแลนด์บริดจ์ไป ด้วยการยกเลิกแผนการลงพื้นที่ จ.ชุมพร ระนอง ในวันที่ 8 พ.ค.นี้ อ้างเพื่อรอผลการศึกษาออกมาก่อน

เอาเป็นว่า งานนี้รัฐบาลอนุทิน 2 ยังไม่พับแผนโครงการแลนด์บริดจ์ แค่ซื้อเวลาหรือถอยตั้งหลัก เพื่อรอรุกไปข้างหน้าต่อในเวลาที่เหมาะสม แต่ที่ฟังแล้วรู้สึกแปร่งๆ คือ สุ้มเสียงนายกฯ อนุทิน อธิบายเหตุผลที่ต้องมีโครงการนี้ไปอีกทางว่า

“อย่างที่ผมเคยพูด เราไม่มีน้ำมัน แต่เรามีอาหาร ทุกๆ วันนี้ประเทศไทยก็ต้องเริ่มที่จะหันไปขายความมั่นคงทางอาหารให้กับทั่วโลก เพราะฉนั้น โครงการแบบนี้จะทำให้ระบบการขนส่ง ถ้าอาหารของเราเป็นอาหารสด เป็นผลไม้ เป็นพืชผลทางการเกษตร ถ้ามีโครงการแลนด์บริดจ์ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ไปถึงที่หมายปลายทางได้เร็วกว่าเส้นทางเดิมหรือเปล่า”

ตกลงโครงการแลนด์บริดจ์ มีเรื่องการขนผัก ผลไม้ อาหารสดรวมอยู่ด้วย คิดเร็วๆ คงไม่ต่างจากรถไฟความเร็วสูงจากเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ที่มีอดีตนายกฯ หญิงคนหนึ่งอธิบายไว้ แต่ตอนนั้น กลับเรียกเสียงขบขัน กลั้นหัวเราะกันไปทั้งเมือง

สุดท้ายคงต้องรอผลศึกษาให้ชัดๆ แล้วค่อยมาสรุปกันอีกที แต่ไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร ทำหรือไม่ทำ เพื่อให้เกิดฉันทามติร่วมกัน สว.นรเศรษฐ์ เสนอให้ทำประชามติใน 2 ระดับ คือ ถามคนทั้งประเทศและถามคนในพื้นที่ด้วย

สรุปประชามติ น่าจะเป็นทางออกที่ประเสริฐของเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออาจไปไกลถึงขั้นเดินย่ำรอยโรงงานแทนทาลั่ม บนเกาะภูเก็ต ที่เหตุจราจลจะครบ 40 ปี วันที่ 23 มิ.ย.นี้ พอดี

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/deep-space/deep-space-landbridge-delay-90-days-anutin&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14dpGAF2p8BKEJ2gVDAm90