• Wed. May 20th, 2026

ส่งออกไทยไตรมาสแรกปี 2569 โตแรง แต่เศรษฐกิจยังเปราะบาง

ส่งออกไทยไตรมาสแรกปี 2569 โตแรง-แต่เศรษฐกิจยังเปราะบางส่งออกไทยไตรมาสแรกปี 2569 โตแรง แต่เศรษฐกิจยังเปราะบาง

ข้อมูลจาก ทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า การส่งออกไทยในเดือนมีนาคม 2569 ขยายตัวสูงถึง 18.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้ภาพรวมไตรมาสแรกของปี การส่งออกโตถึง 17.6% ถือว่าแข็งแกร่งกว่าที่คาด อย่างไรก็ตามการเติบโตดังกล่าวยังไม่สามารถกระจายไปยังภาคเศรษฐกิจอื่นได้ชัดเจน โดยภาคการผลิตในประเทศขยายตัวเพียง 0.6% สะท้อนว่าเศรษฐกิจจริงยังฟื้นตัวแบบกระจุก ไม่ได้ดีขึ้นทั้งระบบ ในช่วงเดียวกันการนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้นแรงถึง 35.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสูงกว่าการส่งออกมาก ทำให้ไทยยังคงขาดดุลการค้าอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสแรกขาดดุลรวมกว่า 9.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่งออกไทยไตรมาสแรกปี 2569 โตแรง แต่เศรษฐกิจยังเปราะบาง

แม้การนำเข้าส่วนหนึ่งเป็นการนำเข้าสินค้าทุน เพื่อรองรับการลงทุนจากต่างประเทศในกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นผลดีต่อศักยภาพเศรษฐกิจในระยะกลาง แต่ในระยะสั้นกลับทำให้แรงหนุนจากการส่งออกต่อเศรษฐกิจโดยรวมยังมีจำกัด นอกจากนี้ยังต้องติดตาม การส่งออกผ่านประเทศที่สาม ซึ่งอาจทำให้ตัวเลขการค้าดูเติบโตดี แต่ไม่ได้สะท้อนการผลิตจริงในประเทศทั้งหมด

ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทำให้เศรษฐกิจไทยเปราะบาง

เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้างหลายด้านที่สะสมมานาน และเริ่มเห็นผลชัดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจโลกผันผวน ได้แก่

· ระดับหนี้สาธารณะสูง ทำให้ภาครัฐมีข้อจำกัดในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

· หนี้ครัวเรือนสูง กดดันกำลังซื้อในประเทศ

· เศรษฐกิจพึ่งพาภาคต่างประเทศมาก ขณะที่การใช้จ่ายในประเทศยังอ่อนแอ

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ช้ากว่าหลายประเทศในภูมิภาค และมีความยืดหยุ่นต่อแรงกระแทกจากภายนอกค่อนข้างต่ำ

ต้นทุนพลังงานสูง กดดันค่าครองชีพและธุรกิจ

ราคาพลังงานในประเทศ โดยเฉพาะ ดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น กำลังก่อให้เกิดแรงกดดันด้านต้นทุนในวงกว้าง ทั้งค่าขนส่ง อาหาร และสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นเร็ว และบั่นทอนกำลังซื้อของครัวเรือนมากขึ้น ในฝั่งภาคธุรกิจต้นทุนที่สูงขึ้นในขณะที่ความต้องการซื้อยังไม่แข็งแรง ทำให้หลายธุรกิจไม่สามารถปรับราคาขายขึ้นได้เต็มที่ ส่งผลให้กำไรลดลง และเพิ่มความเสี่ยงที่ภาคเอกชนจะชะลอการลงทุนในระยะสั้น

ขณะเดียวกัน ภาคการท่องเที่ยวก็อาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวระยะไกล

ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจปี 2569

ภายใต้สมมติฐานที่ราคาดีเซลยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องราว 2 เดือน ทีม Wealth Research ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 อาจเติบโตเพียง 1.4% โดยแรงกดดันหลักมาจากการชะลอตัวของการใช้จ่ายภายในประเทศ

ประมาณการการเติบโตของการบริโภคในประเทศจึงถูกปรับลดลงเหลือ 1.8% จากเดิมที่เคยคาดไว้ 2.6% สะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ยังขาดแรงขับเคลื่อนจากกำลังซื้อภายใน

มาตรการรัฐช่วยได้บางส่วน แต่ไม่ทั้งหมด

แม้ภาครัฐจะมีมาตรการช่วยลดภาระค่าครองชีพ เช่น โครงการช่วยเหลือประชาชน แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณและระดับหนี้ครัวเรือนที่สูง ทำให้มาตรการเหล่านี้ช่วยบรรเทาผลกระทบได้เพียงบางส่วน และไม่สามารถชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานได้ทั้งหมด

ยังมีแรงพยุงจากการลงทุนต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีแรงพยุงจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งคาดว่าจะยังไหลเข้าต่อเนื่อง และช่วยประคองเศรษฐกิจในระยะกลาง ผ่านการสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการยกระดับโครงสร้างอุตสาหกรรม

ที่มา : บทวิเคราะห์ Cross Asset Strategy ฉบับเดือนพฤษภาคม 2569

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/opinion/editorial/1234773&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw28pS9lfK9ExRoVFnJK99tn