• Thu. Apr 23rd, 2026

สื่อมวลชนปัญญาอ่อน?

สื่อมวลชนปัญญาอ่อน?สื่อมวลชนปัญญาอ่อน?

เหตุนี้กระมัง..เมื่อรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย-คุณอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามาบริหารประเทศ จึงได้เห็นข่าวจาก “ผู้จัดการออนไลน์” ที่รายงาน..

“นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กล่าวถึงกรณีมีการสะท้อนปัญหาพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวบางคน บางกลุ่ม ว่า

หลังจากที่มีการทดลองใช้ฟรีวีซ่าแบบ 60 วัน กับนักท่องเที่ยวในหลายประเทศเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงที่ผ่านมา

ปรากฏว่ามีการสะท้อนปัญหาเข้ามามากมาย ซึ่งเรื่องนี้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งฝ่ายความมั่นคงจะต้องกลับมาทบทวนถึงมาตรการฟรีวีซ่า

เพื่อให้เกิดความเหมาะสมมากที่สุด..ซึ่งในการทบทวนนั้นจะต้องมองในเรื่องของการปฏิบัติว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความเหมาะสม

รวมทั้งจะทำอย่างไรกับนักท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และจะมีการปรับอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาจากนักท่องเที่ยวที่ไม่พึงประสงค์..”

ครับ..ตอนนั้นแม้ผมจะไม่ได้เห็นต่าง เพราะเชื่อ-และมั่นใจในทุกนโยบายของพรรคเพื่อไทยจะได้มีการกลั่นกรอง พิจารณารอบคอบถี่ถ้วนดีแล้ว

แต่เมื่อเป็นที่ประจักษ์ว่า “นโยบายฟรีวีซ่า 90 วัน 93 ประเทศ” ประโยชน์น้อยกว่าความชิบหาย เอ๊ยเสียหายของประเทศ-สังคม

ผมจึงเลยเห็นดี-เห็นงาม และขอสนับสนุนที่รัฐบาลเตรียมยกเลิก “ฟรีวีซ่า” ..อย่าอืดอาดล่ะ รีบนำเข้าพิจารณาในการประชุม ครม. ออกเป็นมติ..เร็ว!

เอ้า..แล้วนั่นจะเห็นด้วยดีไหม? ก็ที่คุณจักรพล ผลละออ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาชน โพสต์กรณีมีเสียงวิจารณ์การทำงานของพรรค ว่า..

“จริงๆ เรื่องนี้อยู่นอกประเด็นการเขียนเรื่องพรรคมวลชน แต่เป็นเรื่องที่ผมครุ่นคิดกับมันมาสักระยะหนึ่งแล้ว

ผมคิดว่าสื่อมวลชนของเรา ขออภัยหากใช้ถ้อยคำรุนแรง คือถ้าพูดตามตรง “ปัญญาอ่อน” กันขึ้นทุกวัน

ก่อนหน้านี้หรือก่อนผมเกิด เราเคยเชื่อว่าสื่อมวลชนเป็นฐานันดรที่สี่ เป็นชนชั้นพิเศษ มีอภิสิทธิ์ หรือเป็นปราการปกป้องเสรีภาพและประชาธิปไตย

จนได้พูดกันว่าเสรีภาพสื่อคือเสรีภาพประชาชน

แต่ดูคุณภาพสื่อมวลชนทุกวันนี้กันเถอะครับ เราคาดหวังสื่อมวลชนในฐานะปราการปกป้องอะไรได้บ้าง สื่อมวลชนไม่ได้คัดกรองข่าวหรือชี้นำความคิดอะไรแก่สังคมเลย

ได้แต่หยิบเอาเรื่องปัญญาอ่อนอะไรก็ได้ที่น่าจะมีคนสนใจมาเขียนข่าวกันไปวันๆ สถานะผู้ชี้นำความคิดหรือปราการปกป้องประชาธิปไตยอะไรนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

เหลือสื่อมวลชนไม่กี่คนเท่านั้นที่คิดเรื่องนี้ และที่น่าเศร้าคือสื่อจำนวนมากที่สำนึกเรื่องนี้เป็นสื่ออิสระหรือสื่อพลเมืองที่ไม่ใช่สื่อมวลชนอาชีพมีสังกัดใหญ่โตด้วย

แต่คนเหล่านี้แม่นยำเรื่องจรรยาบรรณสื่อเสียยิ่งกว่าพวกจบสื่อสารมวลชนมาหากินกับอาชีพสื่อหลายคนเสียอีก

สำหรับผม ถ้าเราคาดหวังให้ประเทศนี้ก้าวหน้า มีอนาคต สื่อมวลชนในฐานะฐานันดรที่สี่ ก็ต้องช่วยชี้นำความคิดสังคมด้วย ต้องเลิกเสนอข่าวดรามาปัญญาอ่อน ไร้สาระ

แล้วผลักดันความคิดชี้นำในสังคม เลิกคิดง่ายๆ แบบสุกเอาเผากินหากินกับเรื่องงี่เง่าแล้วทำข่าวเชิงลึกเสริมสร้างสติปัญญาแก่สังคมบ้าง

พูดแบบนี้เพื่อนสนิทมิตรสหายที่เป็นสื่ออาจจะโกรธ อาจจะเกลียดผม แต่นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าต้องพูด ไม่อย่างนั้นเราก็จะวนเวียนอยู่ในวัฏจักรแบบนี้กันไม่รู้จบ..”

เอาเถอะ..แม้จะไม่ใช่เพื่อนสนิท แต่ผมก็ไม่โกรธ-เกลียดคุณจักรพลหรอกน่า เป็นสิทธิที่จะมองกันได้ แต่ขอออกตัวนิด..สื่อมวลชนไม่ได้เป็นชนชั้นพิเศษอะไรเลย

และเป็นองค์กร-สังคมที่มีทั้งคนดี-คนไม่ดีปะปนกันเฉกเช่นสมาชิกในพรรคประชาชนนั่นแหละ!

อ้อ..เรื่องผลักดันความคิดชี้นำในสังคม สื่อก็ได้ทำมาโดยตลอดทุกยุค-ทุกสมัย ยิ่งยุคนี้ยิ่งต้องทำหนักขึ้น เพราะมีกลุ่มคนบางคณะได้พยายามชักจูงชี้นำสังคมไปในทางผิดๆ แบบสุกเอาเผากิน

ส่วนที่ว่า สื่อปัญญาอ่อนนั้นผมไม่เถียง และเชื่อคุณจักรพลก็คงไม่เถียง หากผมจะบอกว่า..

สส.พรรคประชาชนก็มี..ปัญญาอ๋อนนอ่อน!.

สันต์ สะตอแมน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/984707/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Z7poFIfa9TAGMoIWiuGtv