• Tue. Oct 20th, 2026

‘สันติธาร’ ชี้ไทยคว้า 3 เหรียญทอง ‘โอลิมปิกการเงิน’ หนุนต่อยอดยกระดับเศรษฐกิจ

‘สันติธาร’-ชี้ไทยคว้า-3-เหรียญทอง-‘โอลิมปิกการเงิน’-หนุนต่อยอดยกระดับเศรษฐกิจ‘สันติธาร’ ชี้ไทยคว้า 3 เหรียญทอง ‘โอลิมปิกการเงิน’ หนุนต่อยอดยกระดับเศรษฐกิจ

คลังปลื้มผลงาน IMF-World Bank สุดปัง! “สันติธาร”ชูไทยคว้า “3 เหรียญทอง” เป็นเจ้าภาพยอดเยี่ยม การเป็นผู้นำความคิด และการเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ทั่วโลกเชื่อมั่น ลุยต่อยอดเวทีสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) เมืองดาวอส ต้นปีหน้า ตั้งเป้าดึงดูดเม็ดเงินลงทุนภาคเอกชนต่างชาติ หวังเปลี่ยนดอกผลความสำเร็จจากงานเพียง 1 สัปดาห์ ให้เป็นรากฐานเศรษฐกิจและสร้างประโยชน์ให้คนไทยยาว 10 ปี

  • คลังปลื้มผลงาน IMF-World Bank “สันติธาร” ชูไทยคว้า “3 เหรียญทอง” เป็นเจ้าภาพยอดเยี่ยม การเป็นผู้นำความคิด และการเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ทั่วโลกเชื่อมั่น
  • ลุยต่อยอดเวทีสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) เมืองดาวอส ต้นปีหน้า
  • ตั้งเป้าดึงดูดเม็ดเงินลงทุนภาคเอกชนต่างชาติเข้าไทย
  • หวังเปลี่ยนดอกผลความสำเร็จจากงานเพียง 1 สัปดาห์ ให้เป็นรากฐานเศรษฐกิจและสร้างประโยชน์ให้คนไทยยาว 10 ปี

นายสันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงสถิติความสำเร็จของการจัดการประชุมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 2026 IMF–World Bank Annual Meetings (IMF–World Bank) ว่า ประเทศไทยได้รับคำชื่นชมจากผู้นำทั่วโลกอย่างล้นหลาม โดยสามารถประเมินผลสำเร็จออกมาเป็น 3 เหรียญทอง สำคัญ เริ่มจาก เหรียญทองแรก คือการเป็น เจ้าภาพระดับโลกที่สร้างความประทับใจ

โดยมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานมากกว่า 19,000 คน สูงกว่าเป้าหมายถึง 27% สร้างสถิติสูงสุดของการประชุมในโปรแกรมนี้ ที่สำคัญกว่า 60% เป็นผู้แทนระดับสูงที่มีกำลังซื้อสูงและพำนักในไทยเฉลี่ยถึง 9 วัน

ชี้เม็ดเงินสะพัดมากกว่า 2 พันล้าน 

ส่งผลให้เกิดเม็ดเงินสะพัด กระตุ้นเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมบริการ โรงแรม ร้านอาหาร และการเดินทางอย่างมหาศาล ซึ่งคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนสูงกว่าประมาณการเดิมที่ตั้งไว้ 2,000 ล้านบาทในตอนแรก

ขณะที่ภาพลักษณ์ซอฟต์พาวเวอร์ ทั้งอาหารไทย ผลไม้สด ไอศกรีม ผ้าไหม ผ้าลายท้องถิ่น และถุงผ้าขาวม้า ที่เข้าไปตราตรึงอยู่ในใจผู้เข้าร่วมประชุมอย่างยาวนาน

สำหรับเหรียญทองที่สอง คือการเป็น ผู้นำความคิดที่สากลยอมรับ ประเทศไทยได้แสดงศักยภาพในฐานะประเทศเศรษฐกิจขนาดกลาง ที่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือในภาวะที่โลกกำลังแบ่งขั้ว อีกทั้งยังได้รับเกียรติสูงสุดเมื่อผู้อำนวยการบริหาร IMF ได้อัญเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปกล่าวในสุนทรพจน์เปิดการประชุมต่อหน้าผู้นำ 190 ประเทศ

นอกจากนี้ ไทยยังได้นำเสนอ 4 วาระสำคัญต่อโลก ได้แก่ การประยุกต์ใช้ Small AI เพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อย, การจัดทำกรอบ Bangkok Blueprint ป้องกันอาชญากรรมทางการเงินข้ามแดน, การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว (Low Carbon City) ร่วมกับธนาคารกรุงไทย และการผนึกกำลังสิงคโปร์สร้างความต่อเนื่องทางนโยบายพัฒนาภูมิภาคอาเซียน

ด้านเหรียญทองที่สาม คือการเป็น หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ได้รับความเชื่อมั่น ภาครัฐได้เดินสายหารือกับผู้ว่าการธนาคารกลาง รัฐมนตรีคลัง สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และธนาคารพัฒนาอิสลาม เพื่อตอกย้ำความมั่นใจในวินัยการคลังและทิศทางเศรษฐกิจไทย พร้อมจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ นำนักธุรกิจระดับโลกมาเจรจากับเอกชนไทย

อีกทั้ง ยังเตรียมนำคำแนะนำจากองค์กรสากลมาปลดล็อกอุปสรรค ปรับปรุงขั้นตอนการทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) โดยตั้งเป้าผลักดันจีดีพีให้โตเกิน 3% ภายใน 4 ปี ดันขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศติด Top 20 ของโลก และปูทางสู่การเป็นสมาชิก OECD

นายกฯนำทีมไป WEF ที่ดาวอส 

นายสันติธาร กล่าวต่อไปถึง แผนการต่อยอดความสำเร็จสู่เวที World Economic Forum ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในเดือนมกราคมปีหน้าว่า

นายกรัฐมนตรี เตรียมนำทัพคณะเยือนดาวอสเพื่อพบปะนักลงทุนและบิ๊กธุรกิจระดับโลกโดยตรง ซึ่งเวทีนี้จะเน้นเจาะลึกภาคเอกชน แตกต่างจาก IMF-World Bank ที่เน้นภาครัฐ การที่ประเทศไทยได้รับการปักหมุดและมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งขึ้น จะเป็นแต้มต่อสำคัญในการเจรจา เพื่อเปลี่ยนความสนใจของต่างชาติให้กลายเป็นการเซ็นสัญญาและดึงเม็ดเงินลงทุนจริงเข้าไทยได้ทันที

“เป้าหมายสำคัญที่สุดของเรา คือการเปลี่ยนโอกาสจากการจัดงานเพียง 1 สัปดาห์ ให้กลายเป็นผลประโยชน์ของคนไทยยาวนานนับ 10 ปี ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับแบรนด์ประเทศ เพิ่มมูลค่าสินค้าชุมชนและผ้าไหมไทย การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเพื่อสร้างการจ้างงานและกระจายรายได้ลงสู่แรงงานท้องถิ่น รวมถึงการนำเทคโนโลยีอย่าง Small AI ขยายผลลงสู่ภาคการเกษตร ท่องเที่ยว และสาธารณสุข เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาวอย่างยั่งยืนต่อไป”

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1257128&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UkcZrWrQZsDB1_423vN50