
สะท้อนภาพจริง “เศรษฐกิจไทย”แย่ ภาคเอกชนจี้รัฐเร่งกู้ชีพ
*** ฐานโซไซตี โดย…ว.เชิงดอย แวะเวียนมาพบกับแฟนคอลัมน์ ในฉบับที่ 4,209 ระหว่างวันที่ 14-17 มิ.ย. 2569 เกาะติดทุกความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ การเมือง และ สังคมแบบ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” เช่นเคย… ห้วงนี้อุณหภูมิทางเศรษฐกิจดูจะร้อนแรงไม่แพ้อากาศ เพราะเครื่องยนต์ “เศรษฐกิจไทย” กำลังถูกตั้งคำถามจากคนหน้างานจริงว่า กำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้า หรือ กำลังถอยหลังลงคลองกันแน่!
*** บรรยากาศที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา คึกคักเป็นพิเศษ เมื่อ “พจน์ อร่ามวัฒนานนท์” ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำทีมคณะกรรมการชุดใหญ่เข้าเยี่ยมคารวะและยื่นข้อเสนอต่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย งานนี้เอกชนไม่ได้มามือเปล่า แต่หอบเอา “การบ้านกองโต” แผนงานหลัก 10 เรื่อง และข้อเสนอเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจมาส่งถึงมือ
*** สาระสำคัญ 10 ข้อเสนอเร่งด่วนจากหอการค้าไทย ก็ประกอบไปด้วย กระตุ้นกำลังซื้อ เสนอโครงการ “คนละครึ่งพลัส / ไทยช่วยไทยพลัส” เน้นกระจายเม็ดเงินสู่เมืองรอง, ลดค่าครองชีพ เร่งรัดหั่นราคาพลังงาน ทั้งน้ำมัน ค่าไฟฟ้า และ ก๊าซหุงต้ม, อุ้ม SMEs ด้วยการอัดฉีด Soft Loan พ่วงตั้งโครงการค้ำประกันสินเชื่อแบบมุ่งเป้า (Cleansing Data), แก้หนี้สิน โดยปรับโครงสร้างหนี้และพักชำระหนี้ครัวเรือนอย่างจริงจัง, ปกป้องตลาด ด้วยการสกัดกั้นการทุ่มตลาดและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากต่างชาติ
*** ที่ ว.เชิงดอย เห็นว่ามองข้ามไม่ได้เลยคือ ข้อเสนอให้รัฐบาลตั้ง “กรอ. เฉพาะด้าน 8 คณะ” (พาณิชย์, เกษตร, ท่องเที่ยว, การศึกษา, AI & Technology, พลังงาน, โลจิสติกส์ และ SMEs) เพื่อผ่าตัดแก้ไขปัญหาแบบแยกส่วนตรงจุด และเสียงเตือนดังๆ เรื่อง “ภาคเกษตรกรรม” ที่อุ้มชูประชากรกว่า 30 ล้านคน หากรัฐบาลไม่รีบปรับโครงสร้างลดต้นทุนและวางแผนการตลาดระยะยาว 1-10 ปี ความมั่นคงทางอาหารของไทยอาจสั่นคลอน รวมถึงปัญหายาหม้อใหญ่เรื่องการ ต่ออายุ MOU แรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติ ที่จะเดดไลน์สิ้นเดือนมิถุนายนนี้ หากเกิดสุญญากาศ…ภาคการผลิตไทยมีหวังสะดุดหัวคะมำแน่
*** ด้าน นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ก็รับลูกแบบนิ่มนวล ยืนยันว่าหลายเรื่องตรงกับนโยบายที่รัฐบาลกำลังเข็นอยู่ ทั้งการเร่งเจรจา FTA, การดึงดูดลงทุน, ดิจิทัล-AI และ เศรษฐกิจสีเขียว พร้อมตบท้ายด้วยการให้ความมั่นใจเรื่องการปราบมาเฟีย-ผู้มีอิทธิพล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน แหม…ฟังดูดี แต่คนทำธุรกิจเขาอยากเห็นมาตรการที่ “จับต้องได้และรวดเร็ว” มากกว่าคำมั่นสัญญา
*** ขยับมาดูมุมมองของเจ้าสัวรุ่นใหญ่ “เสี่ยบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา” ประธานเครือสหพัฒน์ ที่ออกมาฉายภาพเศรษฐกิจไทย ปี 2569 ได้อย่างเห็นภาพและเจ็บจี๊ดหัวใจ จากเดิมที่เคยเปรียบเศรษฐกิจไทย เป็น “รถสามล้อเครื่อง” มาวันนี้เจ้าสัวบอกว่าเครื่องยนต์มันดับไปแล้ว และถอยหลังกลับไปเป็นแค่ “ซาเล้ง” ที่ทุกฝ่ายต้องออกแรงถีบยันกันหน้าเขียวเพื่อให้อนาคตขยับไปข้างหน้า
*** แม้ “เสี่ยบุณยสิทธิ์” จะให้คะแนนรัฐบาล 6 เต็ม 10 (ผ่านเกณฑ์) แต่ส่งสัญญาณเตือนว่า… เลิกเน้นมาตรการระยะสั้น เพราะโครงการแจกเงิน หรือ กระตุ้นการใช้จ่ายชั่วคราวอย่าง “ไทยช่วยไทยพลัส” หมดโปรแรงส่งก็หาย พร้อมจี้รัฐบาลให้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เสนอแนะว่ารัฐบาลต้องกล้าลงทุนในบิ๊กโปรเจกต์ (รถไฟความเร็วสูง, โลจิสติกส์, แลนด์บริดจ์) เหมือนในอดีตที่ทำสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะมันจะกินได้ยาวๆ 5-20 ปี สร้างการจ้างงานที่แท้จริง
*** ปิดท้ายด้วยเทรนด์ “ทุนจีนบุกไทย” ที่ “เสี่ยบุณยสิทธิ์” ชี้ว่า วันนี้ทุนจีนยังหลั่งไหลเข้าไทยไม่หยุด แต่รอบนี้มาแปลกและใหญ่กว่าเดิม สมัยก่อนทุนญี่ปุ่นเข้ามาซื้อที่ดินตั้งโรงงานแค่ 10-20 ไร่ แต่พี่จีนยุคนี้ขยับมาทีไดเรกชันชัดเจน มองพื้นที่ระดับ 100-300 ไร่ขึ้นไป …เป็นโจทย์ข้อใหญ่ให้รัฐบาลต้องบริหารจัดการให้ดีว่าจะต้อนรับขับสู้และกำกับดูแลอย่างไร ไม่ให้ทุนท้องถิ่นไทยโดนกลืนหายไปกับกระแสเชี่ยวกรากนี้…
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/columnist/661366&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HwdbhvKZlSGf7LM2HXrGf

