• Sun. Aug 23rd, 2026

สวนดุสิตโพลเผย ปชช.จี้ศึกซักฟอก ลุยแก้ปากท้อง-โกงสอบท้องถิ่น

สวนดุสิตโพลเผย-ปชช.จี้ศึกซักฟอก-ลุยแก้ปากท้อง-โกงสอบท้องถิ่นสวนดุสิตโพลเผย ปชช.จี้ศึกซักฟอก ลุยแก้ปากท้อง-โกงสอบท้องถิ่น
สวนดุสิตโพลเผย ปชช.จี้ศึกซักฟอก ลุยแก้ปากท้อง-โกงสอบท้องถิ่น

สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจอภิปรายไม่ไว้วางใจ ชูแก้เศรษฐกิจปากท้องอันดับ 1 ตามด้วยทุจริตสอบท้องถิ่น ย้ำไม่หวังล้มรัฐบาล แต่ต้องการเห็นการตรวจสอบจริงจัง

23 สิงหาคม 2569 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,267 คน ระหว่างวันที่ 18-21 สิงหาคม 2569 ในหัวข้อ “ประชาชนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” พบประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสนใจติดตามศึกซักฟอก โดยมุ่งหวังให้เน้นอภิปรายแก้ไข ปัญหาปากท้อง และเศรษฐกิจมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง (80.58%) ตามด้วยปม โกงสอบท้องถิ่น (54.54%) สะท้อนว่า ประชาชนไม่ได้คาดหวังผลลัพธ์ถึงขั้นล้มรัฐบาล แต่ต้องการสร้างความรับผิดชอบทางการเมือง ผ่านการติดตามและตรวจสอบข้อกล่าวหาอย่างต่อเนื่องจริงจังหลังจบกระบวนการในสภา

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ประชาชนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,267 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 18-21 สิงหาคม 2569

ผลการสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 38.28 ค่อนข้างสนใจติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่กำลังจะมีขึ้น

โดยเรื่องที่อยากให้มีการอภิปรายมากที่สุด คือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ร้อยละ 80.58 รองลงมาคือ ทุจริตสอบท้องถิ่น ร้อยละ 54.54

กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 54.30 ไม่เชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้

สำหรับสิ่งที่อยากเห็นภายหลังการอภิปราย คือ ต้องการให้มีการตรวจสอบข้อกล่าวหาอย่างต่อเนื่องจริงจัง ร้อยละ 56.99 และเห็นว่าสถานการณ์การเมืองไทยโดยรวมหลังจากการอภิปรายนี้ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง ร้อยละ 50.28

สวนดุสิตโพลเผย ปชช.จี้ศึกซักฟอก ลุยแก้ปากท้อง-โกงสอบท้องถิ่น

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ประชาชนมากกว่าครึ่งยังไม่เชื่อว่าการอภิปรายจะช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้ และมองว่าหลังการอภิปรายสถานการณ์การเมืองไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง สิ่งที่ประชาชนคาดหวังจึงเป็นการติดตามตรวจสอบข้อกล่าวหาอย่างจริงจัง การชี้แจงข้อสงสัย และการแสดงความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่าการอภิปรายครั้งนี้จะสร้างผลทางการเมืองได้มากน้อยเพียงใด

อาจารย์นนทวัฒน์ สุวรรณ อาจารย์ประจำโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลโพลครั้งนี้สะท้อนว่าประชาชนยังให้ความสำคัญกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในฐานะกลไกตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจรัฐบาล แต่คาดหวังให้เกิดผลในทางปฏิบัติมากกว่าการอภิปรายและลงมติในรัฐสภา ซึ่งปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และการทุจริตในระบบราชการยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ประชาชนใช้ประเมินประสิทธิภาพและความชอบธรรมของรัฐบาล

ขณะเดียวกัน ประชาชนยังให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบทางการเมือง (Political Accountability) โดยต้องการให้ข้อกล่าวหาจากการอภิปรายได้รับการติดตามและตรวจสอบอย่างจริงจัง จึงกล่าวได้ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไม่ควรสิ้นสุดเพียงการลงมติในรัฐสภา แต่ควรนำไปสู่กระบวนการตรวจสอบและประเมินผลการทำงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้จึงควรใช้โอกาสจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ในการยกระดับความเชื่อมั่น ความชอบธรรม ความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเมืองของไทยในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/politics/378982151&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2doqlGO0kJ8HnVkTeyTGel