‘ตัดหัวหนึ่งทิ้งไป หัวใหม่ก็จะงอกขึ้นมา’ ระบบที่ผู้ปกครองอิหร่านสร้างขึ้นธำรงอำนาจไว้อย่างไร

A large photo of Iran's new Supreme Leader, Ayatollah Mojtaba Khamenei, the son of the late Ayatollah Ali Khamenei, is displayed against a national flag and an Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) flag. Supporters can be seen waving the flags

ที่มาของภาพ, Morteza Nikoubazl/NurPhoto via Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า โครงสร้างอำนาจของอิหร่านทำให้ระบอบสามารถทนทานต่อแรงกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้
    • Author, หลุยส์ บาร์รูโช
    • Role, บีบีซีเวิลด์เซอร์วิส
  • เวลาอ่าน: 12 นาที

เป็นเวลา 4 ทศวรรษแล้วที่ผู้ปกครองอิหร่านขึ้นสู่อำนาจหลังเกิดการปฏิวัติในปี 1979 ทว่าพวกเขากำลังเผชิญช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในขณะนี้

การโจมตีทางอากาศร่วมกันระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิสราเอลได้สังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด และผู้บัญชาการทหารระดับสูงคนอื่น ๆ รวมถึงสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างค้ำจุนที่สำคัญของระบอบการปกครองของอิหร่านด้วย

ทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอลต่างก็ส่งสัญญาณว่าต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง โดยกระตุ้นให้ชาวอิหร่านออกมาโค่นล้มรัฐบาลของตน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ระบอบการปกครองอิหร่านตั้งใจจัดวางโครงสร้างทางอำนาจให้มีความคงทนแข็งแรง และไม่น่าถูกโค่นล้มได้โดยง่าย

อะไรคือสิ่งที่จะอธิบายถึงความสามารถในการรับมือกับความยากลำบากนี้ และระบบการปกครองของอิหร่านแตกต่างจากประเทศอื่นในตะวันออกกลางอย่างไร ?

A picture of Mojtaba Khamenei, walking among other men and dressed in traditional clothing with a greyish beard and glasses and looking down.

ที่มาของภาพ, Morteza Nikoubazl/NurPhoto via Getty Images

คำบรรยายภาพ, คาดว่าโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน น่าจะเดินหน้าปกครองประเทศแบบสายแข็งไม่ต่างจากบิดาของเขา

“โครงสร้างที่ถูกออกแบบในลักษณะคล้ายสัตว์ประหลาดไฮดรา” ในปกรณัมกรีก

.

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่านับตั้งแต่โค่นล้มราชวงศ์ของอิหร่าน สาธารณรัฐอิสลามก็ค่อย ๆ สร้างระบบการเมืองที่ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อแรงกระแทก

ระบอบนี้ประกอบไปด้วยสถาบันที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด การปลูกฝังแนวคิดทางอุดมการณ์ ความเหนียวแน่นของชนชั้นนำ และฝ่ายค้านที่กระจายออกเป็นหลายฝ่าย

“มันเป็นโครงสร้างเหมือนสัตว์ประหลาดไฮดรา[ในปกรณัมกรีก] คุณตัดหัวหนึ่งออก แล้วมันก็จะมีหัวใหม่งอกออกมา” เซบาสเตียง บูซัวส์ นักวิจัยด้านตะวันออกกลางจากสถาบันภูมิรัฐศาสตร์ยุโรปในเบลเยียม กล่าว

Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

ได้รับความนิยมสูงสุด

  • .

  • .

  • A designed image showing a generic hotel room, black wheelie suitcase, a standard lamp, a double bed with a white bedspread and blue, gold and black and white checked pillow, and the words REC with a red recording dot emblazoned over the top.

  • An armed military member of the Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) holds an AK‑47 rifle against an Iranian flag.

End of ได้รับความนิยมสูงสุด

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 มี.ค.) โมจตาบา เคเมเนอี บุตรชายของอาลี คาเมเนอี ได้รับเลือกให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่ หลังจากบิดาของเขาเสียชีวิตได้ไม่ถึง 2 สัปดาห์

มีการคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่า เขาจะเดินหน้าการปกครอบแบบสายแข็งไม่ต่างจากบิดา

The Seven-headed Hydra�, 1806. GREECE - SEPTEMBER 04: Engraving by J Chapman of the many-headed monster of Greek mythology. To kill the monster was the second labour of Hercules. He did this by cutting off each head and then burning the neck to prevent two new heads appearing. Illustration from �Encyclopaedia Londinensis, or, Universal Dictionary of Arts, Sciences, and Literature� published in London, 1810-1829. (Photo by SSPL/Getty Images)

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพวาดอสูรกายไฮดรา โดย เจ. แชปแมน ในภาพประกอบจากหนังสือ Encyclopaedia Londinensis, or, Universal Dictionary of Arts, Sciences, and Literature ซึ่งตีพิมพ์ในกรุงลอนดอน ระหว่างปี 1810 –1829

“ระบอบเผด็จการแบบหลายขั้วอำนาจ”

A woman in Tehran dressed in a black chador holds an Iranian flag and a placard with an image of Iran's new supreme leader Mojtaba Khamenei alongside the late Iranian Supreme Leader Ayatollah Ali Khamenei. She is in a crowd of people holding similar items.

ที่มาของภาพ, Majid Asgaripour/WANA (West Asia News Agency) via REUTERS

ผู้เชี่ยวชาญแย้งว่าต่างจากประเทศอื่น ๆ ที่ผู้นำถูกโค่นล้ม เช่น ตูนิเซีย อียิปต์ และซีเรีย โดยจะเห็นได้ว่าอิหร่านสามารถรับมือกับแรงกระแทกจากภายนอกได้ดีกว่า เพราะกลไกด้านความมั่นคงขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์

แทนที่จะเป็นเผด็จการทั่วไปที่ศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่คนคนเดียว อิหร่านกลับเป็น “เผด็จการแบบหลายขั้ว” (polydictatorship) ซึ่งเป็น “พันธมิตรระหว่างผู้สนับสนุนการเมืองแบบอิสลามกับกลุ่มชาตินิยมอิหร่านหัวรุนแรง” เบอร์นารด์ อูร์กาด อดีตผู้อำนวยการสถาบันฝรั่งเศสเพื่อการวิจัยประจำกรุงเตหะราน กล่าว

อำนาจถูกแบ่งออกไปยังศูนย์กลางหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นคณะผู้นำศาสนา กองทัพ และภาคธุรกิจขนาดใหญ่ของระบบเศรษฐกิจ ดังนั้นระบอบนี้จึงโค่นล้มได้ยากกว่าเผด็จการที่มีผู้นำสูงสุดเพียงคนเดียว

นอกจากนี้ ยังมีองค์กรอื่น ๆ ที่มีอำนาจด้วยเช่นกัน ซึ่งรวมถึงสภาผู้พิทักษ์ (Guardian Council) ที่สามารถยับยั้งกฎหมายและตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงสมัครเลือกตั้งได้

สิ่งนี้ยิ่งทำให้โอกาสที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่คิดจะขึ้นมาท้าทายอำนาจรัฐอย่างจริงจังลดลงไปอีก

แม้อิหร่านจะถูกมองในวงกว้างว่าเป็นระบอบอัตตาธิปไตย (autocracy) ประเภทหนึ่ง แต่ก็ยังเปิดโอกาสเชิงสัญลักษณ์ให้ประชาชนลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งบางอย่าง รวมถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีด้วย

อย่างไรก็ตาม กระบวนการดังกล่าวถูกควบคุมอย่างเข้มงวด สภาผู้พิทักษ์จะตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครตามเกณฑ์ต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ ซึ่งรวมถึงระดับความจงรักภักดีต่อสาธารณรัฐอิสลาม

บทบาทสำคัญของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ

An armed military member of the Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) holds an AK‑47 rifle against an Iranian flag.

ที่มาของภาพ, NurPhoto via Getty Images

คำบรรยายภาพ, กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เป็นผู้กุมอำนาจภายในกองทัพอิหร่าน และเป็นผู้ควบคุมโครงการขีปนาวุธและโดรน โดยมีบทบาทนำในการปฏิบัติการสำคัญ ๆ ระดับภูมิภาคด้วย

หากสถาบันต่าง ๆ เปรียบเสมือนโครงกระดูกของระบอบ กองกำลังด้านความมั่นคงก็มักถูกมองว่าเป็นเสมือนกล้ามเนื้อ

อูการ์ดบอกว่ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ ไออาร์จีซี (Islamic Revolutionary Guard Corps-IRGC) ซึ่งปฏิบัติการเคียงข้างกองทัพปกติ มักถูกมองว่าเป็น “กระดูกสันหลังของระบอบ”

นอกเหนือไปจากบทบาททางด้านการทหาร องค์กรนี้เติบโตเป็นศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบไปด้วยการครอบครองธุรกิจต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง รวมถึงการแผ่ขยายอิทธิพลผ่านกองกำลังบาซิจ (Basij) ซึ่งเป็นกองกำลังกึ่งทหารอาสา

ที่สำคัญ กองกำลังด้านความมั่นคงยังมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน แม้เผชิญเหตุความไม่สงบซ้ำแล้วซ้ำเล่า บูซัวส์เชื่อมโยงความภักดีเช่นนี้เข้ากับอุดมการณ์

“วัฒนธรรมแห่งการพลีชีพที่พบในหมู่คนนิกายชีอะห์ [หนึ่งในสองนิกายหลักของศาสนาอิสลาม] และในกลุ่มต่าง ๆ เช่น ฮามาส และเฮซบอลเลาะห์ เกือบจะถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ในงาน” เขากล่าว

ด้าน เรซา ตาลาอินีก รมช.กลาโหมของอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เมื่อไม่นานมานี้ว่า ผู้บัญชาการ IRGC ทุกคน มีผู้สืบตำแหน่งที่กำหนดไว้ล่วงหน้าถึง 3 ระดับ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง

คัสรา อาราบี หัวหน้าฝ่ายวิจัยเรื่อง IRGC จากองค์กรพันธมิตรต่อต้านนิวเคลียร์อิหร่าน (United Against Nuclear Iran) กล่าวว่าโครงสร้างอำนาจแบบกระจายศูนย์เช่นนี้ ถูกออกแบบขึ้นหลังเห็นบทเรียนการล่มสลายของกองทัพอิรักในปี 2003 ซึ่งเป็นผลมาจากการรุกรานของกองกำลังผสมที่นำโดยสหรัฐฯ

ผู้เชี่ยวชาญรายนี้เชื่อว่า หากระบอบของอิหร่านยังดำรงอยู่ต่อไป “IRGC จะมีบทบาทสำคัญมากกว่าเดิม”

เครือข่ายอุปถัมภ์และความเหนียวแน่นของชนชั้นนำ

เศรษฐกิจส่วนใหญ่ของอิหร่านถูกควบคุมโดยองค์กรต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับรัฐ เช่น โบนยาดส์ (bonyads) มูลนิธิการกุศลที่ขยายตัวจนกลายเป็นเจ้าของบริษัทนับพันในหลากหลายภาคธุรกิจ

เครือข่ายเหล่านี้ทำให้เกิดการจ้างงาน รวมถึงทำสัญญาการค้าต่าง ๆ กับฐานที่สนับสนุนและภักดีต่อระบอบ

อาณาจักรธุรกิจของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม ซึ่งรวมถึงกลุ่มบริษัท คอตัม อัล-อันเบีย (Khatam al‑Anbia ) ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งของ “การอุปถัมภ์” ในระบบเศรษฐกิจเช่นนี้มากขึ้นด้วย

แม้มาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกจะสร้างความเสียหายรุนแรงต่อเศรษฐกิจของอิหร่านเป็นวงกว้าง แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าเครือข่ายเหล่านี้ช่วยปกป้องชนชั้นนำสำคัญ ๆ และรักษาผลประโยชน์ของพวกเขาในระบอบที่ยังอยู่รอด

ตามที่บูซัวส์ระบุ ระบบนี้ “แข็งแกร่งจนกระทั่งแทบไม่เห็นการแตกแถวเลย”

อุดมการณ์และมรดกของการปฏิวัติ

ศาสนายังมีบทบาทอันทรงพลังในการค้ำจุนอำนาจเช่นกัน

การปฏิวัติได้สร้างเครือข่ายสถาบันทางศาสนา การเมือง และการศึกษา ซึ่งกำหนดมุมมองต่อโลกในกรอบความคิดของรัฐ

“โครงสร้างที่เก่าแก่และทรงพลังมากนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านอุดมการณ์ ระบบราชการ และระบบบริหารมันคือสิ่งที่ทำให้ระบอบมีความแข็งแกร่ง” บูซัวส์กล่าว

เขาบอกว่าอุดมการณ์ดังกล่าว “เป็นสิ่งกำหนดความสมัครสมานสามัคคี ภารกิจ และสรรหาบุคลากร”

A young girl, lifted by her mother, casts her mother’s vote at a polling station in Tehran. Across the table, in front of mosaic-tiled walls, a woman dressed in a black chador watches them.

ที่มาของภาพ, KHOSHIRAN/Middle East Images/AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, ชาวอิหร่านได้รับอนุญาตให้ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งบางประเภท รวมถึงการเลือกประธานาธิบดี อย่างไรก็ตาม กระบวนการดังกล่าวถูกควบคุมอย่างเข้มงวด โดยผู้สมัครจะถูกตรวจสอบคุณสมบัติจากสภาผู้พิทักษ์ของระบอบปกครองตามเกณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงระดับความยึดมั่นต่อสาธารณรัฐอิสลามด้วย

ฝ่ายค้านที่ไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน

ในทางประวัติศาสตร์ ฝ่ายค้านของอิหร่านมีความแตกแยกกันมาโดยตลอด

กลุ่มเหล่านี้ประกอบด้วย นักปฏิรูป กลุ่มกษัตริย์นิยม กลุ่มฝ่ายซ้าย ขบวนการของชาวอิหร่านพลัดถิ่น เช่น สภาต่อต้านแห่งชาติอิหร่าน หรือ เอ็นซีอาร์ไอ (National Council of Resistance of Iran-NCRI) และองค์กรจากกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ

เอลลี เกอแรนมาเยห์ นักวิชาการอาวุโสจากสภายุโรปด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองในสหราชอาณาจักร ระบุว่าความแตกแยกเช่นนี้ดำรงอยู่มาอย่างยาวนาน

เธอกล่าวว่าหลังการปฏิวัติอิสลาม การถกเถียงเรื่องการจัดตั้งพรรคการเมืองถูกลำดับไว้ให้มีความเป็นสำคัญเป็นเรื่องรองลงมา เนื่องจากอิหร่านเข้าสู่การทำสงครามกับอิรักในปี 1980 ซึ่งกินเวลายืดเยื้อเกือบ 8 ปี

เกอแรนมาเยห์ระบุว่าในหลายช่วงเวลา กลุ่มสายกลางถูกระบอบและฝ่ายสายแข็ง “ผลักให้เป็นชายขอบ สูญเสียความน่าเชื่อถือ หรือถูกจำคุก”

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เกิดการประท้วงครั้งใหญ่เพื่อต่อต้านระบอบ เช่น กรีนมูฟเมนต์หรือการเคลื่อนไหวสีเขียว (Green Movement) ในปี 2009 และการประท้วงที่ปะทุขึ้นหลังการเสียชีวิตของมาห์ซา อามินี ในปี 2022

ทว่า การประท้วงเหล่านั้นขาดผู้นำที่เป็นศูนย์กลาง และถูกรัฐปราบปรามอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม คลื่นการประท้วงล่าสุดในปีนี้และปีที่แล้ว เกิดขึ้นตามการเรียกร้องจากบุตรชายของอดีตชาห์ผู้ลี้ภัยที่ให้จัด “วันเคลื่อนไหวระดับโลก”

อิหร่านยังมีปฏิบัติการสอดแนมที่ซับซ้อนมากที่สุดแห่งหนึ่งในระดับภูมิภาค รวมทั้งมีการปิดอินเทอร์เน็ตเป็นระยะ ๆ การเฝ้าระวังด้วยปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) และหน่วยไซเบอร์ที่มุ่งเป้าไปยังนักกิจกรรมนอกราชอาณาจักร

ความระมัดระวังของสาธารณชนที่กำลังเสื่อมถอยลง

เกอแรนมาเยห์กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ชาวอิหร่านจำนวนมากลังเลที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง หลังจากเห็นผลลัพธ์จากการแทรกแซงของสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถานและอิรัก ประกอบกับผลพวงของการลุกฮือในโลกอาหรับก็ยิ่งทำให้เกิดความระมัดระวังมากขึ้น

ถึงกระนั้น เธอกล่าวว่าการประเมินดังกล่าวได้เปลี่ยนไปแล้ว โดยชาวอิหร่านจำนวนมากรู้สึกว่ารัฐไม่สามารถรับประกันความต้องการพื้นฐาน ตั้งแต่ตำแหน่งงานไปจนถึงน้ำสะอาด ขณะเดียวกันการใช้กำลังปราบปรามเสียงต่อต้านกลับเพิ่มมากขึ้น

เธอกล่าวเสริมว่าอีกปัจจัยหนึ่งที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือ การปราบปรามคลื่นประท้วงระลอกใหม่ในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมาอย่างรุนแรง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตนับพันคน โดยถือได้ว่านี่เป็นการชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นในประเทศนี้

ด้านอูร์กาดกล่าวว่า เกิด “ช่องว่างระหว่างช่วงวัย” ในหมู่ชาวอิหร่าน เมื่อพูดถึงทัศนคติที่มีต่อระบอบ

เขากล่าวต่อว่าคนรุ่นใหม่ชาวอิหร่านซึ่งหลายคนมีการศึกษาในระดับสูง สามารถเชื่อมต่อกับโลกภายนอก และได้รับอิทธิพลจากสื่อสังคมออนไลน์ ต่างปฏิเสธระบอบนี้ โดยมองว่าเป็น “ระบบที่ทุจริต กดขี่ และไม่สอดคล้องกับความใฝ่ฝันของพวกเขา”

“ท้ายที่สุดแล้ว ทุกระบอบก็ต้องสิ้นสุดลง”

Smoke rises high in the air in central Tehran on 28 February 2026

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, การโจมตีร่วมของสหรัฐฯ–อิสราเอล มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญในอิหร่าน

นักวิเคราะห์กล่าวว่าระบอบอำนาจนิยมมักจะล่มสลายเมื่อเงื่อนไข 3 ประการเกิดขึ้นพร้อมกัน ได้แก่ การระดมมวลชนครั้งใหญ่ ความแตกแยกภายในชนชั้นปกครอง และการแปรพักตร์ของกองกำลังฝ่ายความมั่นคง

ในอดีต อิหร่านมักประสบกับเงื่อนไขแรก แต่ไม่เคยเกิดอีกสองเงื่อนไขร่วมกัน ผู้เชี่ยวชาญระบุ

อูร์กาดเชื่อว่าจุดจบของสาธารณรัฐอิสลามเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้

“ท้ายที่สุดแล้ว ทุกระบอบก็ต้องสิ้นสุดลง คำถามจริง ๆ คือเมื่อไร และลำดับเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร”

เขากล่าวต่อว่าการเสียชีวิตของคาเมเนอีทำให้ระบอบเกิดความเสียหายครั้งใหญ่

“จะไม่มีใครเหมือนเขาอีก ผู้ที่มาสืบตำแหน่งจะไม่มีวันมีอำนาจบารมีเท่าเขา”

ทว่า บูซัวส์กล่าวว่าการล่มสลายของสาธารณรัฐอิสลามนั้นยังห่างไกลจากความแน่นอน

เขาระบุว่า หากมันเกิดขึ้น และเกิดจากการแทรกแซงทางทหารของต่างชาติ สิ่งที่จะตามมาอาจเลวร้ายกว่าเดิม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เคยให้สัมภาษณ์กับนิวยอร์กไทมส์ว่าการที่สหรัฐฯ จับกุมนิโกลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลาได้ จะเป็น “ฉากทัศน์สมบูรณ์แบบ” สำหรับอิหร่าน

แต่บูซัวส์เห็นแย้งว่า “สิ่งตรงกันข้ามอาจเกิดขึ้น เหมือนกรณีเกาหลีเหนือหรือคิวบา นั่นคือการทำให้กลุ่มแกนนำกลุ่มสายแข็งกลับแข็งแกร่งมากกว่าเดิม”